
สู้จากต้น..จนปลายทาง'มวลมหาประชาชน'
สู้จากต้น..จนปลายทาง 'มวลมหาประชาชน' : ทีมข่าวรายงานพิเศษ
"มวลมหาประชาชน" ภายใต้การนำของกลุ่มประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ "กปปส." ต่างมุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาล ทวงคืนอำนาจประชาชน หวังจัดตั้ง "สภาประชาชน" และแม้ว่า "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี จะแถลง "ยุบสภา" แต่ไม่อาจลดทอนพลังของมวลชนได้
รุ่งเช้าวันที่ 9 ธันวาคม กองทัพมวลมหาประชาชนถูกแบ่งออกเป็น 9 ทัพ "คมชัดลึก" ร่วมสังเกตการณ์เส้นทางทัพที่ 3 นำโดย "พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์" เริ่มต้นที่หน้าเมเจอร์-เอกมัย แล้วเดินผ่านสุขุมวิท ผ่านแยกเข้าทองหล่อ มุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาล
"มวลชน" มาตั้งริ้วขบวนแต่เช้าตรู่ นำทัพด้วยรถมอเตอร์ไซค์ ตามติดด้วยมวลชนเดินเท้า และรถปราศรัยของแกนนำ ปิดท้ายด้วยมวลชนจำนวนมาก ซึ่งแต่ละคนต่างพก "ไอเท็ม" มาเต็มพิกัด อาทิ นกหวีด, ริบบิ้นลายธงชาติไว้ผูกศีรษะ, ที่คาดผมลายธงชาติ, ธงชาติไว้โบกสะบัด, มือตบ และกล้องถ่ายรูป เป็นต้น เพื่อบันทึกภาพ ตลอดจนแชร์สถานะ เช็กอิน ผ่านสังคมโซเชียลมีเดีย
ระหว่างเดินทางมีมวลชนมาคอยส่งกำลังใจตลอดเส้นทาง บางคนก็มาดักรอตามสี่แยก เพื่อร่วมเดินขบวนไปด้วย "จันทกานต์ พงศ์พิพัฒน์" วัย 52 ปี ปั่นจักรยานตามขบวนมาตั้งแต่เอกมัย บอกว่า ตอนแรกตั้งใจว่าจะเดินไปพร้อมกับขบวน แต่หาที่จอดจักรยานไม่ได้ จึงปั่นจักรยานเสือภูเขาร่วมขบวนมาจนถึงทำเนียบรัฐบาล
ขณะที่บางรายก็หอบลูกจูงหลานมาร่วมขบวนด้วย อย่างคุณแม่รายหนึ่ง สะพายหนูน้อยวัยขวบเศษแนบอก ผูกริบบิ้นลายธงชาติ บอกว่า ตอนนี้น้องยังไม่งอแง ยังมีท่าทีที่ดีอยู่ ก็จะเดินไปด้วย และถ้าน้องไม่ไหวก็คงหยุดพักแล้วค่อยไปต่อ
ส่วน "แววตา ธิติวรเวศม์" วัย 75 ปี ยอมรับว่า มาไม่ทันขบวนตรงเอกมัย เลยให้ลูกสาวขับรถมาดักที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันนี้มาคนเดียว มาหาเพื่อนที่นี่ ก็จะเดินไปให้ถึงทำเนียบ เดินไปเรื่อยๆ ใจสู้ซะอย่าง
ไม่ต่างจาก "สมใจ ไกรจิรโชติ" วัย 77 ปี พักอยู่ย่านราชประสงค์ บอกว่า วันนี้มากัน 7 คน มาดักรอขบวนหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถึงแม้ว่าจะเดินไกล แต่คิดว่าไหว ถึงจะแก่แล้วแต่ก็ไหว พอเห็นข่าวก็ใช้เวลาคิดไม่นานในการออกมาร่วมเดินขบวนครั้งนี้ ถึงแม้ว่านายกรัฐมนตรีมีการยุบสภาแล้วก็ตาม
ด้าน "พเยาว์ เกิดโภค" ลุงวัย 84 ปี ขับรถตู้เก่าๆ เพียงลำพังมาจาก จ.สุรินทร์ เมื่อวานนี้ (8 ธ.ค.) รอสมทบกับพี่สาววัย 87 ปี และหลานๆ ที่ร่วมเดินขบวนมา อยู่ที่หน้าวัดเบญจมบพิตร ยอมรับว่า ขับรถเหนื่อยไม่เป็นไร ขอให้ได้มา เพราะลุงใจสู้ มาวันนี้ ก็แค่เอาใจมาเท่านั้นเอง ทั้งนี้ "ลุงพเยาว์" จัดเต็มมาในชุดทหารผ่านศึกติดเหรียญตราที่ไปรบสงครามเกาหลีเมื่อปี 2493 ทำให้หลายคนหยุดทักทายและขอถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ยังพบเหยื่อแก๊สน้ำตามาร่วมดูแลมวลชนด้วย "อานนท์ จันทาพูน" อายุ 31 ปี หนึ่งในเหยื่อแก๊สน้ำตา ถูกกระป๋องแก๊สน้ำตากระแทกที่บริเวณหน้าผากเย็บถึง 40 เข็ม เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ มาเป็นอาสาสมัครพยาบาลของมัสยิดดารุ้ลอะมาน พญาไท เพื่อแจกอุปกรณ์พยาบาลเบื้องต้นแก่มวลชนที่มาเข้าร่วม
"วันนั้นผมจะเข้าไปส่งน้ำให้การ์ดที่อยู่แถวหน้า เพื่อให้เขาใช้ล้างตัว ระหว่างเดินเข้าไปโดนอัดด้วยกระป๋องแก๊สน้ำตา สลบไปเลย มีคนมาช่วยไปส่งโรงพยาบาลหัวเฉียวเย็บไป 40 เข็ม เอกซเรย์ดู ปรากฏว่ากะโหลกและสมองช้ำ แต่ไม่เป็นอะไรมาก เลยขออนุญาตหมอออกมาช่วยเป็นอาสาสมัครก่อน ค่อยกลับไปดูอาการอีกที ผมคิดว่า วันนี้พวกเราน่าจะชนะ ผมมาทุกวัน ถึงยังเจ็บแผลอยู่แต่ทนนอนเฉยๆ ไม่ได้ อยากออกมาร่วมสู้กับมวลชน" อานนท์ กล่าว
ถนนทุกสายที่มุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาล "มวลชน" หนาแน่นจนแทบไม่มีที่เดิน เจ้าหน้าที่พยาบาลทำงานอย่างหนัก แจกแอมโมเนีย ยาดม ยาหม่อง และร้านขายเสื้อยืดบางร้านมีการแจกยาหม่องให้มวลชนด้วย
เมื่อ "มวลชน" ทัพต่างๆ เดินทางมาถึงทำเนียบแล้ว ต่างนั่งพักเหนื่อย หลบแดดใต้ต้นไม้ พร้อมรับประทานอาหาร บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ระหว่างนี้มีผู้แต่งกายเป็น "สไปเดอร์แมน" ออกมาเดินเรียกรอยยิ้มจากมวลชนให้คลายเหนื่อย
"สไปเดอร์แมนหนุ่ม" วัย 27 ปี บอกว่า สไปเดอร์แมนเป็นฮีโร่ เหมือนมาเพื่อยืนหยัดความยุติธรรม เวลาเดินผ่านมาไปเรียกรอยยิ้มจากประชาชนที่เดินทางมาถึงเหนื่อยๆ ถึงแม้ว่าอากาศจะร้อน แต่พอคนเห็นเราแล้วมีรอยยิ้ม มีชีวิตชีวามากขึ้น เหมือนเราไปฉีดยาหัวเราะให้เขามีความสุข
"ผมเดินทางมาพร้อมกับขบวนตรงบีทีเอสราชเทวี เวลามีคนเห็นเรา ก็รู้สึกว่าเขามีรอยยิ้ม ผมจะอยู่ไปเรื่อยๆ เพราะต้องการทำให้คนที่มาที่นี่มีความสุข" สไปเดอร์แมนหนุ่ม กล่าวทิ้งท้าย
...................................
(หมายเหตุ : สู้จากต้น..จนปลายทาง 'มวลมหาประชาชน' : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)



