ข่าว

'พรรคร่วมฯ'รับ!รู้ยุบสภาเมื่อคืน

'พรรคร่วมฯ'รับ!รู้ยุบสภาเมื่อคืน

09 ธ.ค. 2556

'สมศักดิ์'เผย'พรรคร่วมฯ'รู้เรื่อง'ยุบสภา'ตั้งเเต่เมื่อคืนเเล้ว อ้างเดินหน้าเเละถอยหลังไม่ได้ ไม่รู้จะทำอย่างไร ด้าน'พรรคเล็ก'เรียกประชุมหารือเตรียมพร้อมลงลต.

               9 ธ.ค.56 นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล สมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวกับรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยเเลนด์กรณีที่เช้าวันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ประกาศยุบสภาฯ ว่า นายกฯได้บอกพรรคร่วมรัฐบาลเเล้ว เพราะเเกนนำพรรคร่วมรัฐบาลมีการหารือเมื่อคืนวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา ที่ศูนย์ประชุมเเห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อหาทางออกเเละไม่ให้มีการสูญเสีย เมื่อ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ลาออก เเละอยากเห็นนายกฯยุบสภา  เมื่อนายกฯตัดสินใจเเล้วเหตุการณ์น่าจะคลี่คลาย เพราะคืนอำนาจให้ประชาชนตามข้อเรียกร้องเเล้ว

                เมื่อถามว่า เเสดงว่า เหตุนี้เกิด เพราะ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ลาออกเเล้ว เเกนนำพรรคร่วมรัฐบาลจึงหารือเรื่องนี้ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า พรรคร่วมรัฐบาลหารือกันตลอดเเละเมื่อวันที่ 8 ธ.ค.เป็นคิวที่ต้องหารือเเละรับประทานอาหารประจำเดือน หากเกิดสถานการณ์ก็หารือสองสัปดาห์ต่อหนึ่งครั้ง ตอนนั้นยังไม่คิดว่า พรรคประชาธิปัตย์จะลาออกเลย  เหตุมันประจวบเหมาะ

               เมื่อถามว่า เเสดงว่าหารือเรื่องนี้เเล้วก่อนที่นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เเถลงเมื่อคืนที่ผ่านมา นายสมศักดิ์ กล่าวว่า อยู่ในวงหารือเดียวกัน  เมื่อนายจารุพงศ์เเถลงกับสื่อมวลชนเสร็จเเล้ว เเกนนำพรรคร่วมรัฐบาลก็หารือสรุปกันอีกครั้งว่า จะยุบสภา

                เมื่อถามว่า สัญญาณว่ารัฐบาลเอาสถานการณ์ไม่อยู่เเล้วคืออะไร นายสมศักดิ์ กล่าวว่า อยากเห็นบ้านเมืองอยู่ในภาวะปกติ ไม่มีสิ่งใดดีกว่าการคืนอำนาจให้ประชาชน  เมื่อถามว่า จะล่าช้าไปหรือไม่นั้น  นายสมศักดิ์ กล่าวว่า "ครรลองประชาธิปไตยนั้นมันทำได้อย่างนี้อยู่เเล้ว ระบบยังอยู่ ส่วนเหตุการณ์จะจบหรือไม่ ตนไม่ขอตอบ เพราะพยายามทำดีที่สุด เเละเป็นทางออกที่ดีของสังคม เเต่มันอยู่ที่ข้อเรียกร้องของฝ่ายนั้น ส่วนนายกฯ เเถลงข่าวเเล้ว เเกนนำกปปส.ไม่ยอมรับเเละรุกต่อ ตนไม่ทราบว่า รุกต่อเเล้วทำอย่างไร สภาประชาชนมีอะไรรองรับ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังอยู่ การทำอะไรหากใครไม่พอใจเเละเกิดไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญว่า กระทำขัดรัฐธรรมนูญเเล้วจะทำเช่นใด ตนขอเรียนว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนในสมัยรัฐประหาร พรรคประชาธิปัตย์ต้องการให้ใช้ พวกตนก็ใช้เเม้ไม่เห็นด้วยเเละยอมรับกับกติกานี้ เมื่อพวกตนทำตามกติกา ฝ่ายนั้นให้ฉีก พวกตนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป"

                เมื่อถามว่า วันนี้ผู้ชุมนุมน่าจะมีมากกว่าทุกครั้ง  พรรคร่วมรัฐบาลจะหารือในวันนี้อีกหรือไม่ เพราะกปปส.ยังไม่ยอมรับการเเถลงข่าวยุบสภาของนายกฯ   นายสมศักดิ์ กล่าวว่า "วันนี้ยังไม่ได้นัด ส่วนยอดผู้ชุมนุมวันนี้น่าจะมากนั้น เเต่นายกฯ ตัดสินใจยุบสภาเเล้ว ถือว่า รัฐบาลนี้สิ้นสุดเเละต้องปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมี ครม.ชุดใหม่  ส่วนข้อเรียกร้องให้นายกฯ ลาออกหลังยุบสภานั้น ตนก็ไม่รู้ว่าทำได้หรือไม่ เพราะตอนนี้เป็นรัฐบาลรักษาการเเล้ว  ข้อเรียกร้องให้ ครม.ลาออกหลังยุบสภา เพื่อให้เกิดสูญญากาศนั้น ยังจำพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อปี 2549 ได้หรือไม่ ย้ำว่า ตราบใดที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังอยู่  มันเป็นไปได้ยากที่จะทำสิ่งใดตามใจนายสุเทพ  เทือกสุบรรณ เเกนนำกปปส."

                เมื่อถามว่า รัฐบาลดำเนินการช้าไปหรือไม่ หากยุบสภาก่อนหน้านี้อาจประทังสถานการณ์ เเต่วันนี้อารมณ์มวลชนไม่ต้องการเเบบนั้น  นายสมศักดิ์ กล่าวว่า "ต่างคนต่างมีวิธีคิด รัฐบาลยึดกติกาทั้งๆ ที่ไม่ชอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เเละยังโดนกล่าวหาว่าไม่เคารพกฎหมาย   พวกตนไม่มีอำนาจฉีกรัฐธรรมนูญ เพราะเเค่เสนอเเก้ไขรัฐธรรมนูญยังโดนบางฝ่ายร้องศาลรัฐธรรมนูญเลย เดินหน้าเเละถอยหลังไม่ได้ ไม่รู้ทำอย่างไร  สภาประชาชนมันไม่ยิ่งกว่าการเสนอเเก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 หรือ"

 

 

"พรรคเล็ก"เรียกประชุมหารือเตรียมพร้อมลงเลือกตั้ง

 

                ภายหลังจากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะรักษาการผู้นำรัฐบาล ประกาศยุบสภาไปแล้วนั้น ความเคลื่อนไหวของทางพรรคการเมืองขนาดเล็ก เตรียมเรียกสมาชิกพรรคหารือถึงการเตรียมความพร้อมในการลงสมัครรับเลือกตั้งและหารือถึงอนาคตทางการเมือง  

                โดยนายนิกร จำนง แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค จะนัดประชุมแกนนำ เพื่อหารือถึงการเตรียมความพร้อมในการลงสมัครรับเลือกตั้งในอีก 1-2 วันข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ทางทางพรรคชาติไทยพัฒนาที่ถือเป็นพรรคร่วมรัฐบาลได้ประกาศจุดยืนชัดเจนว่า พร้อมจะสนับสนุนการตัดสินของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ว่าจะลาออกหรือประกาศยุบสภา ทั้งนี้ ส่วนตัวมองสถานการณ์บ้านเมืองกับความพร้อมในการเลือกตั้งของพรรคการเมืองว่า ทุกพรรคไม่มีความพร้อมและเมื่อมีความไม่พร้อมเหมือนๆ กันทุกพรรค จะทำให้ไม่มีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบในการลงสมัครรับเลือกตั้งที่จะมาถึง นอกจากนั้นแล้ว ตนมองว่า เมื่อนายกฯ ประกาศยุบสภาแล้ว กลุ่มกปปส.ควรมีการยุติการชุมนุม เพื่อให้เข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ทั้งนี้ ตนมองด้วยการว่า ยุบสภา ก็ถือเป็นการคืนอำนาจไปสู่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้ใช้สิทธิ์ออกเสียงเลือกแนวทางแก้ปัญหาของประเทศโดยพิจารณาจากนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองที่นำเสนอ

                 ด้านนายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา โฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนาจะมีการนัดประชุมสมาชิกพรรคและอดีต ส.ส.ในเร็วๆ นี้ เพื่อวางแผนการลงสมัครรับเลือกตั้ง เบื้องต้นจะมีการส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งให้มากกว่ารอบที่ผ่านมา ขณะนี้ แกนนำพรรค อย่างนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ, นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรค ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ต่อกรณีที่นายกฯ ตัดสินใจยุบสภา

                ขณะที่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย กล่าวว่า ตนต้องหารือกับสมาชิกพรรคอีกครั้งว่า จะตัดสินใจกับอนาคตทางการเมืองในการลงสมัครรับเลือกตั้งรอบที่จะมาถึงหรือไม่ เบื้องต้นอาจจะไม่ เนื่องจากมองว่า การประกาศยุบสภาของนายกฯ รอบนี้ไม่ได้เป็นไปตามวิถีทางประชาธิปไตย เพราะถูกกลุ่มมวลชน กปปส. ที่มีนายสุเทพ เป็นแกนนำกดดัน และบีบให้มีการประกาศยุบสภา ถือเป็นกระบวนการที่ใช้พวกมากล้มรัฐบาล ดังนั้น เมื่อเป็นแบบนี้เชื่อว่า ปัญหาทางการเมืองจะไม่จบ เพราะตนมองว่า หากรอบหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้เข้ามาเป็นรัฐบาลมวลชนที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยก็จะดำเนินการเคลื่อนไหวกดดัน

               “สำหรับการตัดสินใจยุบสภาของนายกฯ ผมมองว่า เป็นทางออกสำหรับปัญหาทางการเมือง แต่เชื่อว่า มวลชนจะไม่ยอมจบ เพราะเขาได้วางแผนการณ์ไว้แล้ว คือ จะกดดันไม่ให้มีรัฐบาลรักษาการ และขอพระราชทานคณะรัฐมนตรีใหม่ โดยใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา 7 ดังนั้น การเคลื่อนไหวมวลชนวันนี้จะไม่ยุติ และหาก ครม. รักษาการไม่ลาออกจากการรักษาการ พรรคประชาธิปัตย์อาจจะบอยคอตไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง จนทำให้เกิดเป็นปัญหา อย่างไรก็ตาม ผมขอเตือนหากฝ่ายนายสุเทพ รุกมากๆ ระวังหมาจนตรอกจะแว้งกัดเอา” นายชูวิทย์ กล่าว

                ด้านพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ กล่าวว่า การตัดสินใจยุบสภาของนายกฯ ถือเป็นช่องทางตามรัฐธรรมนูญและตนเชื่อว่า ในสถานการณ์การเมืองเช่นนี้มีอยู่ทางเดียว แต่จะเป็นทางออกของปัญหาการเมืองขณะนี้หรือไม่ ส่วนตัวมองว่ายังยากที่จะเรียกว่าเป็นทางออก เนื่องจากมวลชน กปปส. ยังคงมีความต้องการที่ต่างจากรัฐบาลหรือแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ เพราะกปปส. ต้องการให้มีการตั้งสภาประชาชนเพื่อปฏิรูปประเทศ ขณะที่ ฝ่ายการเมืองต้องการให้มีการเลือกตั้ง ดังนั้น เมื่อมุมมองต่างกันจึงเป็นเรื่องยากที่ทั้ง 2 ฝ่าย จะมองจุดรวมเดียวกัน ส่วนอนาคตทางการเมืองของพรรคมาตุภูมิหลังจากนี้ไปจะมีการหารือกันอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งตนยังตอบไม่ได้ว่า จะลงสมัครรับเลือกตั้งอีกหรือไม่ ทั้งนี้ ความตั้งใจแรกที่เข้ามาเล่นการเมืองเพื่อต้องการแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่เมื่อเข้ามาเป็น ส.ส.แล้ว กลับพบว่า สิ่งที่จะแก้ไขได้อยู่ที่นโยบายรัฐบาล ดังนั้น ในอนาคตทางการเมืองจะเป็นอย่างไรตนขอคิดก่อน