ข่าว

อยากให้ทั้งปีมีแต่วันที่5ธันวาคม

อยากให้ทั้งปีมีแต่วันที่5ธันวาคม

09 ธ.ค. 2556

อยากให้ทั้งปีมีแต่วันที่5ธันวาคม : วันเว้นวันจันทร์พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล

             คำพูดที่ได้ยินกันมากในช่วงวันที่ 5 ธันวาคม ก็คือ อยากให้ทุกๆ วันในประเทศไทยเป็นเช่นวันนี้ วันที่มีความสุขกับการชื่นชมพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่อาบอุ่นด้วยความรักและมุ่งหมายในสิ่งเดียวกัน นั่นคือถวายความจงรักภักดีและความตั้งใจที่จะเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” ยามที่รถพระที่นั่งเคลื่อนผ่านไป แม้หลายต่อหลายคนจะถวายพระพรอยู่หน้าจอโทรทัศน์ แต่จิตใจและความรู้สึกที่มีต่อพระองค์ย่อมมิได้แตกต่างจากผู้ที่เฝ้ารอรับเสด็จอยู่สองข้างทางแม้แต่น้อย

             วันที่ 5 ธันวาคม เป็นวันที่ภาพของความขัดแย้ง และความรุนแรง เลือนหายไปชั่วขณะ ราวกับไม่เคยมีเรื่องราวร้าวฉานเกิดขึ้นในสังคมนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้กรุงเทพฯ มีประชาชนเรือนล้านร่วมชุมนุมต่อต้านการกระทำที่ไม่ถูกไม่ต้องของรัฐบาล มีการเผชิญหน้ากันระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีการตั้งเวทีของกลุ่มคนที่มีความคิดแตกต่างกัน และมีการใช้อาวุธทำร้ายกันถึงขั้นบาดเจ็บและเสียชีวิต จนหลายประเทศประกาศเตือนพลเมืองของตนให้งดเว้นการเดินทางเข้ามาประเทศไทย

             วันที่ 5 ธันวาคม เป็นวันที่ทุกฝ่ายพยายามหลีกเลี่ยงการโต้เถียงกันในเรื่องการเมืองและความขัดแย้ง เป็นวันที่เฟซบุ๊กมีแต่พระบรมฉายาลักษณ์ พระบรมสาทิสลักษณ์ และภาพความรักความผูกพันของลูกกับพ่อ รวมทั้งถ้อยคำอันรื่นหู เป็นมงคล เป็นวันที่ไม่มีเสียงนกหวีด เสียงกระหึ่มของลำโพง มีแต่เสียงเพลงพระราชนิพนธ์ที่ชโลมจิตใจที่รุ่มร้อนและแห้งผากของพสกนิกรให้เยือกเย็นและชุ่มชื่น มีความฝันที่แจ่มใส และความหวังที่เรืองรอง ขึ้นมาอีกครั้ง

             ผมเชื่อว่าคนไทยแทบทุกคนตระหนักดีว่า ความสุขและความสงบในวันที่ 5 ธันวาคม เป็นเพียงความราบเรียบของท้องทะเลก่อนที่จะเกิดพายุใหญ่ ไม่มีใครสามารถคาดการได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในประเทศไทยหลังวันที่ 5 ธันวาคม ปีนี้ และต่างก็คาดเดาไปต่างๆ นานา บางคนเชื่อว่า ในวันที่ 9 ธันวาคม ซึ่งจะมีการชุมนุมใหญ่เกิดขึ้นอีกครั้งเพื่อขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ อาจนำไปสู่จุดแตกหักเพื่อล้มล้างระบอบทักษิณ แต่บางกระแสก็กล่าวว่ารัฐบาลจะชิงยุบสภาก่อน เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในการเลือกตั้ง ซึ่งก็จะต้องเผชิญกับการที่ประชาชนจะไม่ยอมรับ แล้วเกิดการใช้กำลังขึ้น-ทั้งสองกรณีล้วนแต่เป็นเรื่องที่ต้องมีการเสียเลือดเนื้อและชีวิตของคนไทยด้วยกันเอง และความเสียหายอย่างประเมินค่ามิได้ต่อบ้านเมือง

             คนไทยในขณะนี้นั้น ไม่ได้มีความเชื่อถือในตัวของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์และคณะรัฐมนตรี และถึงขีดที่ไม่อาจอดทนกับพฤติกรรมของรัฐบาลชุดนี้ได้อีกต่อไป ซึ่งเมื่อถึงขีดนี้แล้ว การเอ่ยอ้างข้อกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญของรัฐบาลก็ฟังไม่ขึ้น เพราะรัฐบาลเองก็แสดงอาการขัดขืนและไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด อีกทั้งคำพูดที่ว่าเลือกตั้งอีกกี่ครั้งพรรคเพื่อไทยก็ยังคงได้รับเสียงข้างมากทุกครั้ง ก็กำลังกลายเป็นโซ่ที่รัดคอพรรคเพื่อไทยแน่นเข้า เพราะประชาชนจำนวนมากเริ่มคิดว่า เมื่อเป็นเช่นนั้น ทำอย่างไรจึงจะป้องกันไม่ให้พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง เพื่อกลับมาเป็นรัฐบาลอีก

             คนไทยวันนี้อาจจะมาถึงจุดที่ถูกบีบบังคับให้ต้องเลือกข้างอย่างชัดเจน นั่นคือข้างที่เอาทักษิณ หรือข้างที่ไม่เอาทักษิณ ซึ่งจากเหตุการณ์ชุมนุมที่ผ่านมาก็คงจะแสดงให้เห็นดุลแห่งพลังของทั้งสองข้างได้เป็นอย่างดี และถ้าจะพูดไปแล้ว คุณทักษิณนั่นเองเป็นผู้บีบบังคับให้คนไทยต้องเลือกข้าง

             อย่างไรก็ตาม ผมยังเชื่อว่าคงไม่มีคนไทยที่จิตปกติคนไหนอยากเห็นความขัดแย้ง ความแตกแยก และความรุนแรงเกิดขึ้นในบ้านเมืองของตน เพียงเพราะคุณทักษิณเท่านั้น และผมก็เชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศอยากจะเห็นเมืองไทยร่มเย็น คนไทยมีจิตใจที่อิ่มเอิบด้วยความสุข ละลืมความขุ่นข้องหมองใจต่างๆ เช่นวันที่ 5 ธันวาคม

             ครับ ผมอยากเห็นทุกๆ วัน ในประเทศไทย เป็นอย่างวันที่ 5 ธันวาคม