
ประกาศในสิ่งที่ทำไม่ได้(แล้วจะประกาศทำไม)
ประกาศในสิ่งที่ทำไม่ได้(แล้วจะประกาศทำไม) : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น Facebook : ruarob.muangman
การกระทำใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับเสถียรภาพและอธิปไตยของประเทศหรือองค์กรนั้น เป็นเรื่องละเอียดอ่อนต่อการประกาศล่วงหน้า เพราะเมื่อคำแถลงออกสู่สาธารณะ ถ้อยนั้นก็เป็นนายของคนและองค์กรที่กล่าว ส่วนใหญ่จึงต้องแถลงหรือประกาศข้อบังคับในสิ่งที่น่าจะมีโอกาสเป็นไปตามประสงค์ผู้ประกาศได้ มีน้อยเหลือเกินที่ผูกมัดตัวไปก่อนทั้งที่ตนไม่ได้เปรียบในสถานการณ์ ท้ายที่สุดทำตามประกาศนั้นไม่ได้ก็เสียเชิงตนเองไป
การที่จีนจู่ๆ ก็ประกาศขยายเขตห้ามบินทางอากาศของตนทับเขตที่ยังเป็นพื้นที่พิพาททับซ้อนกันอยู่กับหลายชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งญี่ปุ่นกับเกาะเซนกากุ/เตียวหยู นั้น ทำให้เกิดข้อกังขาว่า จีนจะบังคับใช้กฎหมายตามคำประกาศนั้นได้อย่างไร เพราะมันแทบเป็นไปไม่ได้เลย เว้นแต่ญี่ปุ่นจะยอมอ่อนข้อให้ ซึ่งก็เป็นไปได้ยากยิ่งในยุคนี้ที่รัฐบาลเลือดบูชิโดก็กำลังห้าว และถ้าจีนประกาศเล่นๆ ไม่บังคับใช้กฎหมายจริงๆ ภาพลักษณ์ยักษ์ใหญ่จะสะเทือนขนาดไหน ที่แน่ๆ พอประกาศปุ๊บ ญี่ปุ่น เกาหลี อเมริกาก็บินโฉบลองของในเขตห้ามบินนั้นทันที โดยที่จีนยังไม่ตอบโต้ นอกจากใช้วาทะและเรียกหาการเจรจา นี่อาจเป็นการได้ไม่คุ้มเสียหรือเปล่า
กรณีคล้ายๆ แบบนี้เมื่อไม่กี่ปีก่อนญี่ปุ่นเองก็เคยพลาด กรณีเกาะด็อกโด/ทาเกชิมา เป็นกรณีพิพาทกันมานานระหว่างเกาหลีใต้กับญี่ปุ่น ฝ่ายแรกดูเหมือนได้เปรียบ เพราะควบคุมเกาะไว้ได้ ขณะที่ฝ่ายหลังมีแต่ลง สถานการณ์คงไม่ดุเดือดนักถ้าจู่ๆ สภาจังหวัดชิมาเนะ จะไม่ออกมาประกาศว่า เกาะนี้เป็นของญี่ปุ่นและรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวไปเที่ยวที่นั่น การกระทำเช่นนี้ไม่เกิดผลดีใดๆ ต่อญี่ปุ่น เพราะไม่ได้เอาเกาะมาครอบครองจริง ทั้งยังโดนเกาหลีอาศัยประเด็นชาตินิยมเล่นงานอีก
กรณีการประกาศจะจัดตั้งสภาประชาชนขับไล่ระบอบชินวัตรของ สุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ให้อารมณ์คล้ายกันนี้ เพราะจุดมุ่งหมายที่จะบรรลุนั้น เป็นนามธรรมเสียมาก และการที่จะให้พวกชินวัตรลี้ภัยนั้น ก็เป็นไปได้ยากยิ่ง การเคลื่อนขบวนยึดโน่นบุกนี่นั่นไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดตรงไหน เพราะไม่ยอมรับการลาออกของฝ่ายตรงข้าม ทั้งยังจะตั้งสภาและขอนายกฯ ใหม่ที่มารัฐธรรมนูญให้ไม่ได้ด้วย แต่เงื่อนเวลาที่กระชับเข้ามา สุเทพก็ต้องทำให้ม็อบจบโดยเร็วที่สุด อย่างน้อยก็ก่อนที่ผลกระทบของการยึดสำนักงบประมาณและกรมบัญชีกลางจะสร้างความเดือดร้อนเป็นวงกว้างแก่ครัวเรือนราชการและพ่อค้าคู่สัญญารัฐ เรื่องนี้ก็น่าจะปวดหัวกับคำประกาศที่อ้างว่าต่อรองไม่ได้อย่างหนัก
แท้ที่จริงแล้ว สิ่งที่ทั้งจีนและสุเทพซ่อนความหวังไว้นั้น ไม่ใช่ชัยชนะ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมใหม่ด้วยพลังอำนาจต่อรองในการเจรจาของตนที่เพิ่มขึ้น จีนอาจไม่บังคับใช้กฎหมายห้ามบินจริงจัง แต่ก็หวังว่าชาติอื่นๆ จะไม่หักหน้าจีนอีก หรือมีบ้างก็น้อยเต็มที แต่ญี่ปุ่นกับสหรัฐจะมาถกกันจริงจังเรื่องทะเลจีนตะวันออก ซึ่งเท่ากับเป็นการยกระดับให้จีน “หรู” ขึ้นมาหน่อยกับกรณีเซนกากุ/เตียวหยู ยังไงก็มีแต่ได้กับเสมอตัว เพราะตามพฤตินัยญี่ปุ่นครองเกาะดังกล่าวอยู่ อีกทั้งถ้าไม่คุยให้ยอมรับความใหญ่ของจีนกันซะก่อน วันหน้าที่ต่างระดมเรือเข้ามายังพื้นที่จีนจะเหนื่อยกว่านี้
สุเทพเองก็น่าจะเช่นเดียวกัน เท่าที่ผ่านมาแล้วเขาก็น่าจะพอมองออกว่า รัฐบาลที่ไม่ใช้การปะทะโดยตรงนั้น ทำให้เกมที่เขากำลังเล่นนั้นหนืดมาก ตัวที่คาดว่าจะออกมาช่วยก็ไม่กล้าที่จะลงแรง เนื่องจากมองไม่ออกว่าฝ่ายม็อบจะชนะจริงแล้วจะไปต่อถึงไหน ถ้าสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ โมเมนตัมอาจเปลี่ยน กระนั้นก็ตาม ด้วยพลังที่ม็อบมีอาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อทั้งในการปฏิรูปการเมืองที่ทุกฝ่ายมุ่งมั่นจะทำและต่อในฐานเสียงประชาธิปัตย์ ไม่ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อใด



