
'สนธิ'เเนะ'ปชป.-พท.'ตั้งรบ.ผสม
'สนธิ' เเนะ 'ปชป.-พท.' จับมือตั้งรัฐบาลผสม โลกออนไลน์ลือ 'ชูวิทย์' ไขก๊อกส.ส. เจ้าตัวปัดเป็น 'ไทยเฉย' ชี้เห็นต่างไม่ใช่ศัตรู
8 ธ.ค. 56 พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมิ ยืนยันว่า ตนยังทำหน้าที่ ส.ส.ในสภาต่อไป เเม้วันนี้ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จะลาออกทั้งหมด ส่วนเหตุการณ์วันที่ 9 ธ.ค. โดย กปปส.เเละภาคสังคม จะรวมตัวจากถนนสายต่างๆ ในกทม.เดินขบวนขับไล่รัฐบาลที่ทำเนียบรัฐบาล พลเอกสนธิ กล่าวสั้นๆ ว่า ทหารอยู่ใต้การบังคับบัญชาของรัฐบาล เเละเป็นหน่วยงานรัฐบาล หากทหารจะออกมา ต้องอยู่ในคำสั่งรัฐบาล ส่วนสิ่งที่เกิดปัญหาวันนี้ ระหว่างรัฐบาลกับกปปส. คือ ไม่มีใครยอมเจรจากัน เเต่ตนมองเห็นทางออก ว่าหากรัฐบาล คือ พรรคเพื่อไทย จับมือพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งรัฐบาลผสมเเค่สองพรรค เชื่อว่าน่าจะเป็นประโยชน์ เเละสิ่งที่จะเกิดวันนี้-พรุ่งนี้นั้น ตนเคยมองมานานเเล้ว ตนจึงเสนอร่างพ.ร.บ.ปรองดองขึ้นมา
โลกออนไลน์ลือ 'ชูวิทย์' ไขก๊อกส.ส.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีกระเเสข่าวในสังคมออนไลน์ว่า นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย จะลาออกจากการเป็น ส.ส.นั้น ผู้สื่อข่าวสอบถามคนใกล้ชิดนายชูวิทย์ในเรื่องนี้ว่า "นายชูวิทย์ เคยพูดกับเเกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ว่าหาก ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ลาออกทั้งหมด นายชูวิทย์ เเละนายสมเพชร เเต่งงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย จะลาออกด้วย เหตุผลคือ นายชูวิทย์ เคยท้าพรรคประชาธิปัตย์เอาไว้ เเละนายชูวิทย์มองว่า จะไม่สนับสนุนการทำงานให้รัฐบาลในการเป็นส.ส.รัฐสภา เเต่ยังไม่ชัดว่านายชูวิทย์จะสนับสนุนกปปส.เเละสภาประชาชนหรือไม่ เเต่ ส.ส.ของพรรคอีกสองคน คือ นายชัยวัฒน์ ไกรฤกษ์ กับนายโปรดปราน โต๊ะราหนี มีความใกล้ชิดกับขั้วรัฐบาล คงไม่ลาออก เเต่เรื่องนี้จะมีความชัดเจนในวันที่ 9 ธ.ค.นี้ ในการประชุมพรรค"
นายชูวิทย์ ยังโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว วันนี้ (8 ธ.ค.) ว่า " จุดยืนของชูวิทย์ จุดยืนของผมชัดเจน เพราะไม่มีแม้แต่ครั้งเดียว ที่ผมจะแสดงว่าเข้าข้างฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ผมอยู่ตรงนี้ และทำหน้าที่ของผม การที่ผมไม่แสดงตัวว่าอยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าผมไม่มีจุดยืน เพียงแต่ผมเบื่อที่จะต้องมาทะเลาะ และขัดแย้งกันอยู่ร่ำไป จริงอยู่ รัฐบาลมีอำนาจมากเกินไป และย่ามใจกับอำนาจ เพราะรัฐบาลคิดว่าระยะเวลาที่ผ่านมาสองปี การบริหารงานราบรื่น จึงนำเอากฎหมายนิรโทษกรรมเข้าสภาฯ ทั้งยังเร่งรีบแก้ไขรัฐธรรมนูญ ออกพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้าน
อย่างที่เขาบอก มีอำนาจมาก ก็ใช้อำนาจอย่างสิ้นเปลือง นี่ยังไม่พูดถึงบรรดาข้าราชการ ที่พยายามเอาใจรัฐบาลและเล่นการเมือง ทั้ง 'มีวันนี้เพราะพี่ให้' และ 'DSI คุณธาริต' ไม่มีสักครั้ง ที่ผมจะโหวตแตกต่างจากพรรคประชาธิปัตย์ ผมโหวตตามพรรคประชาธิปัตย์ทุกครั้ง แม้ว่าผมไม่เคยได้ร่วมประชุมกับพรรคประชาธิปัตย์เลยแม้แต่ครั้งเดียว นี่เป็นเพราะเสียงของผม มีสัดส่วนที่น้อยเกินไป
พรรคประชาธิปัตย์ มีเสียงสู้รัฐบาลไม่ได้ มันเป็นคณิตศาสตร์ง่ายๆ ตัวเลขที่น้อยกว่า ย่อมแพ้ไปโดยปริยาย 'น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ' แตกต่างจากพรรครัฐบาลที่ใครๆ ก็ต้องการเข้าร่วม แม้กระทั่งพรรคการเมืองบางพรรคที่เป็นฝ่ายค้าน แต่ทำตัวเข้าข้างรัฐบาล ผมไม่ไว้ใจคุณทักษิณ แต่ไม่ได้หมายความว่า ผมไว้ใจคุณสุเทพ ผมอยู่ในสภาฯ ย่อมรู้อะไรลึกซึ้งกว่าประชาชนคนธรรมดา แต่ผมไม่โทษใคร เพราะการเมืองไม่มีผิดหรือถูก อยู่ที่ความคิด ความเชื่อของแต่ละคน
พ่อผมเคยบอกว่า 'จะเสียมารยาทมาก ถ้าเอาเรื่องการเมือง หรือเรื่องศาสนามาคุยกันบนโต๊ะอาหาร'
ผมเป็นพวก 'ไทยอดทน' ไม่ใช่ 'ไทยเฉย' ผมรับฟังทั้งสองฝ่ายมามาก อดทนกับความขัดแย้งนี้มานาน และถ้าปล่อยให้ทั้งสองฝ่ายผลัดกันขึ้นผลัดกันลงแบบนี้ มันจะเป็นแบบที่คุณเห็น ไม่จบไม่สิ้น ผมอดทนเงียบ และฟัง เป็นเพราะว่าเสียงของผมมันน้อยนิด ที่สำคัญ ผมไม่ชอบเล่นนอกกติกา ดังนั้น จุดยืนของผมชัดเจนมั่นคง ตรงไปตรงมา หากผมจะเข้ามาหาประโยชน์ ผมจะไม่ประกาศตัวเป็น 'ฝ่ายค้าน' ตั้งแต่เลือกตั้ง ผมไม่ได้ต้องการมีอำนาจ แค่อยากมาทำงานให้บ้านเมือง
ผมไม่จำเป็นจะต้องเข้าข้างฝ่ายใด หากคุณอยากให้ผมไปอยู่ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ขอให้เลือกพรรคฝั่งนั้นเลยดีกว่า ผมไม่ใช่พรรคเพื่อไทย ไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์ ผมผิดด้วยหรือที่ไม่ได้เข้าข้างใคร? ผมเป็นหัวหน้าพรรครักประเทศไทย และผมไม่เห็นด้วยกับวิธีการของคุณสุเทพ ที่ไปบุกโน่นปิดนี่ จัดตั้ง 'สภาประชาชน' เพราะมันไม่ถูกต้องตามกติกา
ผมต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม แต่ไม่เห็นด้วยกับการตั้งนายกฯ มาตรา 7 ผมเห็นด้วยที่คุณสุเทพ ออกมาต่อสู้ข้างนอก มันเป็นความกล้าหาญ ประกาศตัวตนชัดเจน และเป็นสิทธิของคุณสุเทพ แต่ผมไม่เห็นด้วยกับ 'ทางลัด' ที่เริ่มก้าวออกห่างจากคำว่า 'ประชาธิปไตย' กติกามันมีอยู่ว่า เมื่อบ้านเมืองเดินไม่ได้ นายกฯ ต้องลาออก หรือไม่ก็ยุบสภา และจัดการเลือกตั้งใหม่ คืนอำนาจให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง พรรคการเมืองต้องใช้นโยบายมาต่อสู้ตอนหาเสียง เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจเลือก ตามวิถีทางประชาธิปไตย
แต่วิธีการของคุณสุเทพ เป็นการอ้างอำนาจของประชาชนเพื่อขับไล่รัฐบาล และนำอำนาจนั้นมาอยู่กับตัวเอง จัดตั้งสภาประชาชนด้วยตัวเอง แบบนี้ผมไม่เห็นด้วย
ผมมีอุดมการณ์ของผม ผมจึงตั้งพรรครักประเทศไทย ผมกับคุณอาจมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน แต่ไม่ได้หมายความว่า คุณกับผมจะเป็นศัตรูกัน "



