
พรรคร่วมรบ.โยน'ปู'ตัดสินใจทางการเมือง
พรรคร่วมรัฐบาลไร้แถลงจุดยืนโยน'ปู'ตัดสินใจทางการเมือง รองปธ.สภาเผยส.ส.ที่เหลือทำงานต่อ
8ธ.ค.2556 นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในเวลา 19.00 น.พรรคร่วมรัฐบาลได้นัดหารือที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หลังจากนั้นจะมีการแถลงจุดยืนของพรรคร่วมรัฐบาลถึงสถานการณ์การเมืองต่อไป
ส่วนกรณีพรรคประชาธิปัตย์มีมติให้ส.สทั้งพรรคลาออก นายจารุพงศ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ทำทุกอย่างโดยไม่ยึดกฎเกณฑ์กติกาของรัฐธรรมนูญ กฎหมายบ้านเมือง กำลังนำพาประเทศถอยหลังเข้าคลอง เหมือนกับวันที่ 2 เมษายน 49 ที่ไม่มีการลงสมัครรับเลือกตั้ง ลากการเมืองออกไปอีก 6 เดือน จนนำไปสู่การรัฐประหาร แล้วบอกเป็นพรรคที่ยึดมั่นระบอบประชาธิปไตย ระบบรัฐสภา แต่ทิ้งระบบรัฐสภาทั้งๆที่เหลืออีกสองวันจะเป็นวันรัฐธรรมนูญ
พรรคร่วมรัฐบาลไร้แถลงจุดยืนโยน'ปู'ตัดสินใจทางการเมือง
เมื่อถึงเวลา19.00น.ตัวเเทนพรรคร่วมรัฐบาลได้เข้าร่วมหารืออย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายจารุพงศ์ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย นายบรรหาร ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา และนายสนธยา คุณปลื้ม หัวหน้าพรรคพลังชล โดยแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลได้หารือร่วมกันเป็นเวลากว่า 2 ชั่วโมง
ต่อมานายจารุพงศ์เป็นตัวเเทนพรรคร่วมรัฐบาลคนเดียวที่ออกมาแถลงข่าวว่า ที่ประชุมพรรคร่วมรัฐบาลเห็นร่วมกันใน 3 ข้อคือ 1.สนับสนุนคำแถลงการณ์ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในช่วงบ่ายวันที่ 8 ธ.ค. 2.ขอให้ผู้ชุมนุมที่จะมาที่ทำเนียบรัฐบาลมาด้วยความสงบ ยืนยันว่าจะใช้เพียงโล่ และกระบอง ส่วนแก๊สน้ำตาจะเมื่อจำเป็นเท่านั้น 3.ทางออกในการแก้ปัญหาต้องอยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย เรื่องการยุบสภาและลาออกเป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีแถลง
หัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ส่วนการเลือกตั้งซ่อมส.ส. ขึ้นอยู่กับกกต.จะกำหนด ยืนยันว่า พรรคร่วมรัฐบาลจะยึดถือกติกาบ้านเมืองในการดำเนินการต่อไป เมื่อสภาฯยังมีเสียงข้างมากอยู่ ก็ต้องดำเนินการกันต่อไป แม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะพยายามลากให้สถานการณ์ไปสู่ภาวะสูญญากาศ แม้พรรคประชาธิปัตย์จะลาออกไป ก็ยังมีพรรคฝ่ายค้านอื่นๆอยู่ ทั้งนี้การชุมนุมในวันที่ 9 ธ.ค. จะต้องประเมินสถานการณ์ทุกชั่วโมง มั่นใจว่า รัฐบาลควบคุมสถานการณ์ได้
หัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า อย่างไรก็ตามกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ลาออกนั้น ขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบต่อการทำงานของรัฐสภา เพราะอยู่ในช่วงปิดสมัยประชุมสภา แต่หากเมื่อมีการเปิดประชุมสภาฯค่อยมาพิจารณากันอีกครั้ง ยืนยันว่า พรรคร่วมรัฐบาลยังเกาะกันเหนียวแน่น และยังยืนยันตามคำแถลงการณ์ของนายกฯ
ด้านนายบรรหาร กล่าวว่า เห็นด้วยกับแนวทางนายกฯที่แถลงวันนี้ เวลานี้ต้องรอมชอม ประนีประนอมไม่เอาชนะคะคาน ไม่อย่างนั้นไม่รู้ว่าประเทศชาติจะไปอยู่ตรงไหน การแก้ปัญหาเวลานี้เป็นเรื่องหนักหนาสาหัสกว่าทุกยุค แต่ก็ยังเชื่อว่าจะพูดคุยกัน การที่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ลาออกทั้งพรรค แต่สภาฯยังอยู่ได้ เพราะยังมีส.ส.อยู่เหลือเกินกึ่งหนึ่ง ไม่มีปัญหา และไม่อยากให้ดึงบรรยากาศไปสู่สูญญากาศทางกเมือง
ขณะที่นายสมชายกล่าวว่า ต้องยึดคำแถลงนายกฯ ที่ผ่านมาพูดคุยกับนายกฯ แต่ไม่ได้แนะนำอะไร เพราะมีทีมยุทธศาสตร์พรรคคอยแนะนำอยู่แล้ว คงไปแนะนำอะไรนายกฯไม่ได้ เพราะคนละเหตุการณ์กัน ทั้งนี้มีอะไรต้องหันหน้าเข้าหากัน ใช้วิธีที่ละมุนละหม่อม แนวทางของนายกฯเป็นแนวทางที่ดีที่สุด เพื่อให้เดินหน้าไปได้โดยยึดหลักรัฐธรรมนูญ อย่าสุดโต่งเกินไป ไม่อย่างนั้นไม่มีทางออก
"เราพยายามหันหน้าคุยแล้วแต่เขาไม่ยอมคุย"นายสมชายระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ห้องบอลรูม ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ได้มีการจัดโต๊ะแถลงข่าวไว้ภายในห้อง แต่หลังจากเเกนนำพรรคร่วมรัฐบาลหารือจบ มีเพียงนายจารุพงศ์มายืนแถลงข่าวที่หน้าห้องรับรอง เเละไม่ขึ้นโต๊ะเเถลงข่าวด้วย อีกทั้งไม่มีพรรคเเกนนำร่วมรัฐบาลมาร่วมแถลงแต่อย่างใด โดยเเต่ละคนต่างรีบเดินทางกลับ
ผบ.ทบ.อยากเห็นบ้านเมืองกลับสู่ภาวะปกติ
พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ยังคงมีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ เนื่องจากในวันที่ 9 ธันวาคมอาจจะมีผู้ชุมนุมจำนวนมาก ซึ่งไม่ต้องการให้เกิดเหตุรุนแรงใดๆ และห่วงความปลอดภัยของทุกคน พร้อมทั้งอยากให้สถานการณ์ต่างๆได้คลี่คลาย โดยเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย รวมทั้งอยากเห็นทุกอย่างในบ้านเมืองเรียบร้อยกลับคืนสู่สภาวะปกติให้ได้โดยเร็วที่สุด
รองปธ.สภาเผยส.ส.ที่เหลือทำงานต่อ
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่1 ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ มีมติให้ ส.ส.ลาออกทั้งพรรค ว่า คนที่อยู่ต่อก็ทำหน้าที่ต่อไปได้ ฝ่ายค้านยังมีพรรคภูมิใจไทยเหลืออยู่ร่วมกับพรรคเล็กๆ แต่เรื่องนี้ทำให้เป็นภาระที่ต้องจัดการเลือกตั้งซ่อม ส่วนการที่ในบางเขตเลือกตั้งไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง เห็นว่า มีพรรคการเมืองที่จดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จำนวนมาก ทุกพรรคต้องมีสิทธิเท่าเทียมกัน อย่ามองเพียงพรรคใหญ่พรรคเดียวเท่านั้น ทั้งนี้เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความพยายามกดดันรัฐบาล



