
'มาร์ค'เตือน'ปู'ไร้สำนึก-จบไม่สวย
'อภิสิทธิ์' อัด 'ยิ่งลักษณ์' ไร้สำนึก เตือนยิ่งอยู่นานยิ่งจบไม่สวย ย้ำชัด ตัดสินใจลาออกเพื่อส่วนรวม-ไม่รับตำแหน่งการเมือง
8 ธ.ค. 56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อม ส.ส.พรรค แถลงข่าวภายหลังการประชุม ส.ส.พรรค โดยนายอภิสิทธิ์ เเถลงว่า พรรคได้ประเมินสถานการณ์บ้านเมืองที่อยู่ในขั้นวิกฤต ต้องหาทางออกให้กับประเทศ และแสดงจุดยืนของพรรค โดยจะทำหน้าที่ทั้งในและนอกสภาผู้แทนราษฎรในการต่อสู้เพื่อความถูกต้อง เป็นธรรม รักษานิติรัฐ นิติธรรม ปกป้องระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ การทำหน้าที่ในสภาทำอย่างเต็มความสามารถ ใช้สิทธิในฐานะเสียงข้างน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่รัฐบาลผลักดันกฎหมาย หรือแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ขัดต่อหลักนิติรัฐ นิติธรรม และทำลายระบบ การต่อสู้ของ ส.ส.ในการตรวจสอบ
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า มั่นใจว่าประชาชนได้เห็นการทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในหลายกรณี แม้ว่าในที่สุด รัฐบาลจะอาศัยเสียงข้างมากในการผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรม ที่คนต่อต้านทั้งประเทศ เพราะมีเป้าหมายล้างผิดคนโกง ก่อคดีรุนแรง การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีการฉ้อฉลในการใช้อำนาจ ที่สุดการยับยั้งกฎหมาย หรือนำไปสู่การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ก็สามารถระงับความเสียหายได้ส่วนหนึ่ง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แม้ว่าจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม รัฐบาล และพรรคเพื่อไทย กลับไม่เคยแสดงความรับผิดชอบ หรือสำนึกต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น นอกจากไม่สำนึกแล้ว กลับประกาศท้าทายไม่ยอมรับอำนาจศาล และมีความพยายามอย่างต่อเนื่อง ใช้กลไกสภาทำผิดเพิ่มเติม หรือแสดงออกไม่ยอมรับในบทบาทศาล และองค์กรตรวจสอบ นอกจากแถลงไม่ยอมรับอำนาจศาลแล้ว นายกฯ ก็ไม่ดำเนินการใดๆ กับร่างรัฐธรรมนูญที่นำขึ้นทูลเกล้าฯ มีประธานสภาฯ และสมาชิกรัฐสภา ไปแจ้งความดำเนินคดีกับตุลาการเสียงข้างมากด้วย
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ดังนั้นบทบาทของพรรคในระบบของสภา ได้ทำเต็มความสามารถ โดยงานชิ้นสุดท้ายที่ทำอย่างสมบูรณ์ คือ การถอดถอน ส.ส.และ ส.ว. 314 คน ทำผิดรัฐธรรมนูญในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มา ส.ว.ให้ประธานวุฒิสภาส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการ ซึ่งคำร้องเพิ่งจะสมบูรณ์เมื่อวันศุกร์ที่ 6 ธ.ค. เวลา 15.00 น.และอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของ ป.ป.ช.แล้ว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันนั้น พรรคแสดงจุดยืนมาตลอดว่า การแก้ปัญหาต้องเริ่มต้นจากการแสดงความรับผิดชอบของรัฐบาล ที่ขาดความชอบธรรมแล้ว โดยเรียกร้องมาระยะเวลาหนึ่ง แต่ไม่มีการตอบสนอง รัฐบาล สมาชิกรัฐสภาเสียงข้างมาก ยังพยายามทำทุกวิถีทาง บิดเบือนสถานการณ์ความเป็นจริง อาศัยกลไกต่างๆ ยื้อเวลาไม่แสดงความรับผิดชอบ เพื่อครองอำนาจต่อไป
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แม้กระทั่งคำแถลงของนายกรัฐมนตรี ล่าสุดก็ยังพยายามที่จะดำรงตนอยู่ในอำนาจ อ้างกระบวนการ ที่ทราบดีอยู่แล้วว่า มีความคลุมเครือ ที่จะเกิดการยืดเยื้อของปัญหา เช่น การเสนอทำประชามติ โดยไม่รู้ว่าจะถามอะไรกับประชาชน ในขณะที่รัฐบาลไม่มีความชอบธรรมที่จะดำเนินการเรื่องนี้แล้ว แต่นายกฯ ยังพยายามเบี่ยงเบนประเด็น โดยอ้างว่า ผู้ชุมนุม หรือแกนนำผู้ชุมนุมจะไม่ยอมรับ ทั้งที่ตนเคยแสดงความเห็นแล้วว่า นายกฯ ที่รู้ว่ารัฐบาลทำผิด หมดความชอบธรรม ต้องแสดงความรับผิดชอบ โดยไม่ต้องอ้างแกนนำผู้ชุมนุมว่าจะคิดอย่างไร เพราะเป็นเรื่องที่พึงกระทำ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จากนั้นสังคมจะเป็นผู้หาคำตอบต่อไป แต่นายกฯ ใช้วิธีการตั้งเงื่อนไขกับคนอื่น และบิดเบือนข้อเท็จจริงในปี 2549 ด้วย เช่น อ้างว่าถ้ามีการยุบสภา แล้วปรากฏว่าพรรคการเมืองใหญ่ไม่ร่วมมือ จนนำไปสู่การรัฐประหาร ความจริงทุกพรรคไม่ลงสมัคร ไม่ใช่เฉพาะพรรคใดพรรคหนึ่ง จากนั้นมีการจัดเลือกตั้งใหม่ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศชัดเจนว่าลงสมัครเลือกตั้ง แต่เหตุการณ์ที่นำไปสู่การรัฐประหาร คือ รัฐบาลระดมผู้สนับสนุนตัวเองออกมา เสี่ยงต่อการปะทะของประชาชน นายกฯ จึงไม่มีข้ออ้างที่จะแก้ปัญหาให้ประเทศโดยการแสดงความรับผิดชอบ
"ที่ประชุม ส.ส.ของพรรค เห็นพ้องต้องกันว่า หมดเวลาที่จะรอคอยรัฐบาลแสดงความรับผิดชอบแล้ว หลังจากที่รอคอยมานาน พรรคจึงต้องยืนยันความไม่ชอบธรรมของสภาชุดปัจจุบัน ของหัวหน้ารัฐบาล ที่ไม่ยอมแสดงความรับผิดชอบ ด้วยการลาออก มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อยืนยันถึงความไม่ชอบธรรมของสภาชุดปัจจุบัน ทั้งนี้ที่ผ่านมาถือว่าพรรคได้ทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย และเสียใจที่สภาเสียงข้างมาก ทรยศต่อความไว้วางใจที่ประชาชนมอบให้ แต่อ้างความชอบธรรมจากการเลือกตั้ง ไม่รับผิดชอบใดๆ และยืนยันว่า พรรคไม่ประสงค์เห็นการเปลี่ยนแปลง ที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ยังยึดมั่นระบบรัฐสภา แต่ระบบรัฐสภาที่เป็นประชาธิปไตยทั่วโลกมาพร้อมสำนึกความรับผิดชอบ เมื่อมีการสูญเสียความไว้วางใจในวงกว้าง ทำผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ทั่วโลกในระบบรัฐสภาต้องแสดงความรับผิดชอบ ไม่ใช่เอาระบบรัฐสภามาเป็นตัวประกันความประสงค์ที่จะอยู่ในอำนาจอีกต่อไป"
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคได้แสดงจุดยืนว่า สนับสนุนการคืนอำนาจให้กับประชาชนและการปฏิรูปประเทศ แต่รูปแบบวิธีการที่จะดำเนินการยังมีความหลากหลายอยู่ ซึ่งนักวิชาการบางคนเปรียบเทียบว่า ถ้าบ้านเมือง หรือระบบสภาเหมือนบ้าน เมื่อปี 2544 เจ้าของบ้าน คือประชาชนมอบให้เสียงข้างมากปัจจุบันเป็นผู้ดูแลบ้าน ส่งพวกตนไปช่วยตรวจสอบ คนที่ได้รับมอบให้ดูแลบ้านจุดไฟเผาบ้านและลักขโมยถูกจับได้ ประชาชนบอกไม่มีความชอบธรรมที่จะดูแลบ้านอีกต่อไป คนที่เป็นขโมยและจุดไฟเผาบอกไม่รู้ว่าจะสร้างบ้านอย่างไร
"วันนี้ไม่ใช่หน้าที่ของท่านแล้ว แต่ต้องดับไฟไล่ขโมยก่อน แล้วสังคมไทยจะบอกเองว่าจะสร้างบ้านอย่างไร พวกผมตัดสินใจเพื่อรักษามาตรฐานความรับผิดชอบของสภา มองประโยชน์ประเทศ ไม่มีประโยชน์ส่วนตัวมาเกี่ยวข้อง แม้จะออกจาก ส.ส. ตนและเพื่อนที่ลาออกยืนยันว่า หากมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่ไม่เป็นไปตามกลไกปกติตามรัฐธรรมนูญและระบบรัฐสภา จะไม่รับตำแหน่ง ไม่มีส่วนแย่งชิงอำนาจ เพื่อไม่ให้เกิดการใส่ร้ายป้ายสีพรรค ในขณะนี้จึงเหลือแต่รัฐบาลที่ยังไม่สำนึก ซึ่งผมก็ไม่กล้าประเมินสำนึกของรัฐบาล เพราะถ้าเป็นคนอื่นจบไปนานแล้ว แต่ขอบอกว่าวันหนึ่งรัฐบาลก็จะถึงจุดจบยิ่งจบช้าก็ยิ่งจบไม่สวย"
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การตัดสินใจของพรรค ไม่ได้ตัดสินใจด้วยอารมณ์ ความรู้สึกหรือกระแส แต่ตัดสินใจด้วยสำนึกยึดประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง จึงลาออกและเรียกร้องว่านายกฯ และรัฐบาล ต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการคืนอำนาจให้กับประชาชน โดยยุบสภาเป็นทางหนึ่งของการคืนอำนาจ จากนั้นต้องมีกระบวนการ ทำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจว่าประเทศ จะนำไปสู่การปฏิรูป แต่พรรคก็ไม่สามารถบังคับรัฐบาล ให้รัฐบาลมีความละอายได้ และไม่สามารถรอความละอายจากรัฐบาลได้ จึงต้องทำในสิ่งที่ถูกต้องด้วยการสละตำแหน่ง ส.ส. เพื่อยืนยันว่า สภาหมดความชอบธรรม พวกตนเป็นประชาชนคนไทยพร้อมต่อสู้เพื่อให้ประเทศเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง ให้เกิดการปฏิรูปประเทศ ยึดมั่นว่าทำทุกอย่างภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญและกฎหมาย และพรุ่งนี้ จะใช้สิทธิในฐานะประชาชน เพื่อแสดงออกในทางการเมือง
"หากนายกฯ ยุบสภา ผมก็พอใจมากกว่านายกไม่ทำอะไร และขอร้องว่าอย่าตั้งคำถามอื่นล่วงหน้า เพราะจะกลายเป็นเครื่องมือยื้อเวลาให้รัฐบาล สะสมวิกฤตให้กับประเทศเพิ่มขึ้น ขอให้รัฐบาลยุบสภาก่อน เพราะก่อนหน้านี้พวกผมเป็นรัฐบาลบอกว่า อยู่ไปก็ขัดขวางความเจริญ ทำไมวันนี้พวกผมไม่อยู่จะมาเห็นคุณค่าพวกผมขึ้นมา ขณะนี้รัฐบาลหมดสภาพ หมดความชอบธรรมในการเป็นเจ้าภาพใดๆ ทั้งสิ้น ต้องเริ่มต้นจากการแสดงความรับผิดชอบก่อน และอยากให้องค์กรต่างๆ ที่ถูกดึงมาเป็นคนกลาง พิจารณาเรื่องนี้ด้วย หลังจากนี้ไปถ้าเกิดความรุนแรงก็เป็นความรับผิดชอบรัฐบาล เพราะหากนายกฯ ยังไม่ปลดสลักความขัดแย้งก็จะสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ การชุมนุมประชาชนหมุนเวียนเป็นล้านมาเป็นเดือนไม่เคยมีความรุนแรง จนกระทั่งรัฐบาลเอาผู้สนับสนุนของตัวเองมา ก็เริ่มมีความรุนแรง และมีวิธีการใช้ความรุนแรงของคนที่อ้างว่า ไม่เกี่ยวกับใครแต่มองออกว่า ไม่ใช่มือที่สามแต่เป็นมือที่ทราบกันอยู่แล้วว่าเป็นใคร"
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้แนวทางการปฏิรูปประเทศยังไม่ตรงกันในเรื่องรูปแบบและวิธีการ ซึ่งในส่วนข้อเสนอของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ก็ยืนยันว่าอยู่ในกรอบรัฐธรรมนูญ เพียงแต่การตีความรัฐธรรมนูญจะตรงกันหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ในขณะที่กองทัพทำหน้าที่หลักในการคุ้มครองดูแลความปลอดภัยประชาชน ซึ่งเป็นบทบาทที่เหมาะสม
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อีกทั้งสถานการณ์ในปัจจุบันไม่เหมือนปี 2548-2549 คือ ในปี 2548-2549 มีการต่อต้านความไม่ชอบธรรมหลายอย่างแต่หลายเรื่องกระบวนการไม่ยุติ ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะองค์กรอิสระ ป.ป.ช. ศาล ถูกวิจารณ์ว่าถูกแทรกแซง คดีไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่วันนี้องค์กรเหล่านี้ยังทำงานไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. หรือศาลรัฐธรรมนูญ มีคดีต้องพิจารณา แต่รัฐบาลไปปฏิเสธอำนาจศาล จนบ้านเมืองติดกับความขัดแย้ง นี่คือต้นตอวิกฤตรอบล่าสุด จะหยุดยั้งได้ต่อเมื่อรัฐบาลแสดงความรับผิดชอบ
"ไม่น่าเชื่อว่าขนาดในการเลือกตั้งซ่อม 3 เขต ไม่มีพรรคการเมืองส่งผู้สมัครลงเลย รัฐบาลยังไม่สำนึกว่า รัฐสภาไม่มีความชอบธรรม ผมคิดว่าถ้ายุบสภาแล้วทุกอย่างน่าจะง่ายขึ้น ในการหารือเพื่อกำหนดแนวทางปฏิรูป แต่ที่กระบวนการหารือเกิดไม่ได้ เพราะรัฐบาลยังยื้ออำนาจ เพื่อใช้อำนาจตลอดเวลา ถ้าแสดงความรับผิดชอบ ก็จะเปิดช่องให้คนจำนวนมากพูดคุยหาทางออกได้ พรรคสนับสนุนการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ กปปส.มีความเป็นอิสระและข้อเรียกร้องของตัวเอง ส่วนพรรคยังดำรงอยู่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญเป็นพรรคการเมือง ทำหน้าที่เป็นตัวแทนประชาชนในการต่อสู้แข่งขันทางการเมืองต่อไป"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการแถลงข่าวเสร็จสิ้น นายอภิสิทธิ์ ได้นำ ส.ส.ทั้งหมด 153 คน ยื่นใบลาออกต่อรองผู้อำนวยการพรรค ซึ่งมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป (8 ธ.ค.56) โดยนายอภสิทธิ์ และ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ต่างโชว์หนังสือแสดงเจตจำนง ขอลาออกจากกการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อสื่อมวลชนด้วย



