ข่าว

การเฟื่องฟูของแก๊สน้ำตา(1)

การเฟื่องฟูของแก๊สน้ำตา(1)

10 ธ.ค. 2556

นอกบ้านผ่านเมือง : การเฟื่องฟูของแก๊สน้ำตา (1) : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์

 

                          "สถานการณ์สร้างวีรบุรุษและวีรสตรี" ฉันใด "สงครามและความขัดแย้งก็สร้างความมั่งคั่งร่ำรวยและกำไรก้อนงามให้แก่ผู้ที่รู้จักแปลงสถานการณ์ให้เป็นโอกาส" ฉันนั้น

                          ขณะที่สื่อทั่วโลกต่างพากันประโคมข่าวและภาพข่าวของ "ซูเปอร์กบ วีรบุรุษกางเกงใน" หรือ "ไอ้อ้วน..นักสู้กางเกงในตัวเดียวแห่งชมัยมรุเชฐ" ที่กล้าต่อกรกับแก๊สน้ำตาและกระสุนยางที่ตำรวจปราบจลาจลประเคนใส่อย่างไม่ยั้งมือเมื่อเร็วๆ นี้ เหมือนกับที่เคยเผยแพร่ภาพข่าวของ "ผู้หญิงในชุดแดง" ที่ถูกตำรวจปราบจลาจลสวมหน้ากากป้องกันแก๊สน้ำตาคนหนึ่งฉีดสเปรย์พริกไทยใส่เธอระหว่างประท้วงที่สวนสาธารณะเกซีในอิสตันบูล ประเทศตุรกี เมื่อราวกลางปีที่ผ่านมา หรือการแพร่ภาพข่าวขณะตำรวจยูเครนใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมประท้วงของประชาชนกว่าแสนคนเมื่อเร็วๆ นี้ ฯลฯ

                          ภาพเหล่านี้ทำให้หลายคนหวนนึกไปถึงเหตุการณ์การปฏิวัติประชาชน หรืออาหรับสปริง ที่ตะวันออกกลาง และแอฟริกาตอนเหนือ เมื่อราว 3 ปีที่แล้ว ในครั้งนั้นมีการใช้แก๊สน้ำตาอย่างกว้างขวางระหว่างสลายการชุมนุมประท้วง ซึ่งยิ่งตอกย้ำมากขึ้นว่า แก๊สน้ำตาได้กลายเป็นอาวุธที่ทรงอานุภาพและได้ผลมากที่สุดในการสลายการประท้วงโดยถูกกฎหมาย อาทิ ที่ตุรกี ซึ่งคาดกันว่าตลอดช่วง 15 วันของการประท้วง ตำรวจใช้แก๊สน้ำตามากถึง 150,000 ลูก จากที่สั่งนำเข้าทั้งหมด 628 ตัน ตั้งแต่ปี 2543

                          และนับตั้งแต่กระแสการลุกฮือขับไล่รัฐบาลเผด็จการที่ทุจริตคอร์รัปชั่นลุกลามไปทั่วโลกเมื่อช่วงกลางทศวรรษ 2533 เป็นต้นมา ปรากฏว่าอุตสาหกรรมการผลิตแก๊สน้ำตาและกระสุนยางเฟื่องฟูขึ้นแบบก้าวกระโดด เฉพาะปีที่แล้วเพียงปีเดียว สัดส่วนของตลาดแก๊สน้ำตาพุ่งขึ้นถึง 18 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นมูลค่ามากถึง 5,800 ล้านปอนด์ เชื่อว่า หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้อยู่ ตลาดอาวุธสำหรับสลายการชุมนุมประท้วงอาจจะพุ่งขึ้นเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ ในอีก 7 ปีข้างหน้า โดยลูกค้าใหญ่คือทหารและตำรวจ การที่ตลาดแก๊สน้ำตาและกระสุนยางโชติช่วงชัชชวาลขึ้นมานี้ เป็นผลจากการที่นานาประเทศให้การยอมรับว่าไม่ใช่อาวุธร้ายแรงหรืออาวุธสังหาร เพราะแค่ทำให้ผู้ประท้วงมีอาการคลื่นเหียนอาเจียน หรือปวดแสบปวดร้อนบริเวณตาและผิวหนังทั่วไป แต่ไม่ทำให้เสียชีวิตได้

                          ทั้งๆ ที่มีหลักฐานชัดเจนว่า เฉพาะที่สหรัฐเพียงประเทศเดียว มีผู้เสียชีวิตจากเทคโนโลยีที่ไม่ใช่อาวุธร้ายถึงกว่า 60 คน เมื่อปี 2538 หรือมีชาวบาห์เรนถึง 34 คน เสียชีวิตจากแก๊สน้ำตาระหว่างการประท้วงเช่นเดียวกับที่อียิปต์ที่มีผู้เสียชีวิตจากแก๊สน้ำตาอย่างน้อย 3 คน บาดเจ็บอีกหลายพันคน

 

 

----------------------

(นอกบ้านผ่านเมือง : การเฟื่องฟูของแก๊สน้ำตา (1) : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์)