
ยูทูปประจานประท้วงนองเลือดอิหร่าน
เตหะราน-เว็บไซต์เผยรูปและคลิปชื่อดังกลายเป็นเครื่องมือประจานเหตุรุนแรงอันสืบเนื่องมาจากการประท้วงในอิหร่าน สหรัฐดอดขอให้ "ทวิตเตอร์" เลื่อนปิดเว็บซ่อม
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันพุธ (17 มิ.ย.) ว่าถึงแม้ทางการอิหร่านจะพยายามขัดขวางไม่ให้สื่อทั้งในและนอกประเทศนำเสนอข่าวการประท้วงผลเลือกตั้งประธานาธิบดีที่บานปลายกลายเป็นเหตุนองเลือดที่มีผู้ถูกยิงเสียชีวิตแล้ว 7 คน แต่ก็ยังคงมีรูปถ่าย และวิดีโอภาพเหตุการณ์ประท้วงดังกล่าวแพร่กระจายทางอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางเว็บไซต์เผยแพร่คลิปอย่างยูทูบ ชุมชนออนไลน์อย่างทวิตเตอร์ และเว็บเผยแพร่รูปถ่ายอย่างฟลิคร์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าภาครัฐไม่สามารถควบคุมสื่อได้อีกต่อไปในยุคที่ข้อมูลข่าวสารแพร่ถึงกันอย่างรวดเร็วทางอินเทอร์เน็ต
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่ากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐถึงกับขอร้องให้ทวิตเตอร์ ชุมชนออนไลน์ชื่อดัง เลื่อนกำหนดการปิดเว็บเพื่อซ่อมบำรุงออกไปก่อนเพื่อให้ชาวอิหร่านสามารถโพสต์ภาพ และบอกเล่าเหตุประท้วงลงในทวิตเตอร์ต่อได้ แต่ทางเว็บได้ออกมาปฏิเสธแล้วว่าสาเหตุที่เลื่อนการซ่อมบำรุงออกไปไม่ได้เป็นเพราะการร้องขอของทางการสหรัฐ
ด้านผู้ที่อยู่ในอิหร่านต่างพากันอัพโหลดวิดีโอที่ถ่ายภาพการประท้วงเข้ายูทูบกันไม่ขาดสาย โดยคลิปบางอันแสดงภาพชาวอิหร่านกำลังถูกตำรวจปราบจลาจลทุบตี บางภาพอ้างว่าเป็นซากความเสียหายที่ปรากฏให้เห็นหลังกองทัพบุกค้นหอพักในมหาวิทยาลัยเตหะรานเพราะสงสัยว่ามีนักศึกษาบางกลุ่มเข้าร่วมการชุมนุมประท้วงที่ประธานาธิบดีมาห์มูด อาห์หมัดดิเนจาดอ้างว่าตัวเองเป็นผู้ชนะแบบถล่มทลาย
นอกจากนี้ ยังมีคลิปวิดีโออีกหลายชุดที่แสดงภาพผู้ประท้วงรายหนึ่งถูกยิงเสียชีวิตระหว่างการชุมนุมประท้วงในกรุงเตหะรานเมื่อวันจันทร์ ทั้งยังมีคลิปวิดีโอภาพชาวอิหร่านทั้งในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และอีกหลายเมืองทั่วโลกพร้อมใจกันประท้วงเหตุนองเลือดที่เกิดขึ้น
โฆษกของยูทูบยืนยันว่า ทางเว็บไซต์ยังคงเป็นช่องทางสำคัญให้คนอิหร่านได้เล่าเรื่องราวต่อชาวโลก แม้ว่าทางการอิหร่านจะพยายามปิดกั้นเว็บไซต์ยูทูบ และจำกัดช่องทางในการรายงานข่าวก็ตาม และว่าถึงแม้ยูทูบจะมีนโยบายลบคลิปวิดีโอที่มีภาพและเนื้อหารุนแรงออก แต่ภาพความรุนแรงที่เกิดในเหตุประท้วงของอิหร่านครั้งนี้ได้รับการยกเว้นเพราะยูทูบมองว่าคลิปวิดีโอดังกล่าวถือเป็นเอกสารทางประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า
ในส่วนของประธานาธิบดีบารัก โอบามาแห่งสหรัฐยังคงยืนยันไม่ขอก้าวก่ายกิจการภายในของอิหร่านแม้จะถูกกดดันให้หันมาสนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วงในอิหร่านอย่างเปิดเผย โดยกล่าวว่าเท่าที่เห็น นโยบายของประธานาธิบดีอาห์มาดิเนจาดกับนโยบายของอดีตนายกรัฐมนตรีมีร์ ฮอสเซน มูซาวี ผู้พ่ายแพ้การเลือกตั้งไม่ได้แตกต่างกันมากนัก



