ข่าว

เอกชนเปิดเวที'ดีเบต'...หาทางออก

เอกชนเปิดเวที'ดีเบต'...หาทางออก

08 ธ.ค. 2556

7 องค์กรภาคเอกชนนัดหารือเพื่อวางรูปแบบเวทีหาทางออกประเทศ เพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมดีเบต แม้ กปปส.นัดยึดทำเนียบฯ 9 ธ.ค.นี้ ก็ตาม หวังทุกฝ่ายคำนึงถึงประเทศ

             จากกรณี นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้เสนอให้ 7 องค์กรภาคธุรกิจ ได้แก่ สภาหอการค้าแห่งประเทศ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย จัดทำเวทีกลางเพื่อเสนอทางออกปัญหาการเมืองไทยในปัจจุบัน

             นายวิชัย อัศรัสกร รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ภาคเอกชนได้หารือกับกระทรวงยุติธรรมเกี่ยวกับการจัดเวทีทางออกประเทศ โดยหารือกันแล้วมีความเห็นร่วมกันว่า รัฐบาลไม่ควรเป็นผู้จัดเวทีเอง เพราะจะมีผู้เข้าร่วมเพียงบางกลุ่มและรัฐบาลเป็นคู่กรณีเอง ซึ่งเดิมกระทรวงยุติธรรมเคยจะจัดเอง แต่เมื่อหารือกันแล้วกระทรวงยุติธรรมเห็นด้วยที่จะให้องค์กรสื่อหรือองค์กรเอกชนมาเป็นตัวกลางในการจัดเวที และถ้าองค์กรเอกชนจัดก็จะเชิญภาครัฐมาเข้าร่วมด้วย

             โดยเอกชน 7 องค์กร จะนัดหารือเพื่อกำหนดรูปแบบการจัดเวทีในวันที่ 9 ธันวาคมนี้ โดยนายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทย กำลังเชิญประธานองค์กรเอกชนอีก 6 องค์กร คือ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สมาคมธนาคารไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) สภาธุรกิจตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย เบื้องต้นจะเสนอเป็นเวทีเปิดในห้องส่งออกอากาศโทรทัศน์ รวมทั้งจะมีการคัดกรองข้อเสนอทางออกประเทศมาเสนอในเวทีนี้ เพื่อเปิดให้ดีเบตและเปิดให้ทุกฝ่ายซักถามในเวทีได้

             "ภาคเอกชนต้องการจัดเวทีให้เร็วที่สุด แต่ก็ต้องหารือกับองค์กรเอกชนทั้งหมดก่อน เพราะถ้าหอการค้าไทยดำเนินการองค์กรเดียวอาจจะไม่มีแรงผลักดันมากพอ" นายวิชัย กล่าว

             ขณะที่ นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า เวทีหาทางออก ควรมีภาคสังคม นักวิชาการ และภาคเอกชน เข้าร่วมด้วย

             หวังว่าเวทีหาทางออกให้ประเทศน่าจะมีทางออกหรือสัญญาประชาคมออกมาที่ให้ทุกฝ่ายไปดำเนินการ เพื่อให้เกิดทางออกจริงหรือเกิดการปฏิรูป เช่น การสร้างการเมืองโปร่งใสไม่มีคอร์รัปชั่น เสียงข้างมากควรฟังเสียงข้างน้อย หรือไม่ดำเนินการอะไรที่อ้างเสียงข้างมาก

             นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวถึงผลกระทบว่า เริ่มเห็นผลจากปัญหาการเมืองต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทั้งตลาดต่างประเทศที่ขาดความมั่นใจในการเดินทางมายังประเทศไทย รวมไปถึงตลาดคนไทยที่เริ่มได้รับผลกระทบในแหล่งท่องเที่ยวต่างจังหวัด เพราะความกังวล ทำให้คนตัดสินใจชะลอหรือยกเลิกการเดินทาง จนทำให้ สทท.เตรียมปรับประมาณการเป้าหมายปี 2557 อาจต้องลดลงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 28 ล้านคน

             ด้วยสถานการณ์ดังกล่าว สทท.พร้อมจะเข้าไปหารือกับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อเสนอกรอบแนวทางที่ควรจะเป็น สำหรับจัดการกับปัญหาในปัจจุบันให้เร็วที่สุด โดยจะยึดถือบทบาท "ความเป็นกลาง" ซึ่งไม่ได้จัดทำบทสรุป ชี้ชัดเป็นข้อเสนอให้หน่วยงานใดปฏิบัติตาม เพียงแต่ต้องการย้ำให้ทุกฝ่ายคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ และอยู่ภายใต้กรอบของประชาธิปไตย ที่สำคัญคือ ต้องปราศจากความรุนแรง ที่เป็นปัจจัยลบสำคัญต่อภาคธุรกิจท่องเที่ยว

             นอกจากนี้ยังต้องการย้ำให้ทุกฝ่ายน้อมนำแนวทางพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ขอให้ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด และหันมาพูดคุยเพื่อหาทางออกร่วมกัน เพื่อแก้ไขความขัดแย้งที่ขณะนี้เกิดขึ้นแบบรายวันและต้องเร่งแก้ไข

             ส่วน นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวว่า สภาธุรกิจตลาดทุนไทยยินดีที่จะร่วมเป็นตัวกลางในการหาทางออกของสถานการณ์บ้านเมืองตามแนวทางของนายกิตติพงษ์ ที่เสนอให้ภาคเอกชน 7 สถาบัน เป็นตัวกลางประสานภาครัฐและกลุ่มผู้ชุมนุม เพราะมองว่าเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับแนวคิดของ 7 สถาบันภาคเอกชน ที่หนุนให้เกิดการเจรจาด้วยสันติวิธี เพื่อต้องการหาทางออกร่วมกัน

             "เราเชื่อมั่นในวิธีการเจรจา ซึ่งภาคเอกชนไม่ต้องการเห็นความรุนแรง และไม่ต้องการให้เกิดรัฐประหารขึ้น อยากให้ทุกฝ่ายพูดคุยเพื่อยุติปัญหา หากต้องการตัวกลาง เราก็ยินดีเป็นหนึ่งในตัวเลือก และการเป็นตัวกลางไม่ใช่การโน้มน้าวทางความคิด แต่แค่ประสานการพูดคุย ซึ่งเป็นความเห็นในนามของสภาธุรกิจตลาดทุน ยังไม่ได้มีการหารือกับอีก 6 สถาบันที่เหลือ แต่แนวทางเป็นตัวกลางเคยพูดคุยกันมาก่อนแล้ว ในการประชุมครั้งก่อน" นายไพบูลย์ กล่าว

             เช่นเดียวกัน นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยินดีจะร่วมเป็นคนกลางในการเจรจาอยู่แล้ว ในการประชุมร่วมเอกชนทั้ง 7 สถาบันครั้งล่าสุด ได้ออกแถงการณ์ว่า พร้อมที่จะเป็นตัวกลางในการเจรจาของทั้องสองฝ่าย


-----------------------

(หมายเหตุ : เอกชนเปิดเวที'ดีเบต'...หาทางออก : รายงาน)