
'ธิดา'ซัด'เทือก'หลอกปชช.สู้เพื่อตัวเอง
'ธิดา' ซัด 'เทือก' หลอกปชช.สู้เพื่อตัวเอง หวังยกระดับการชุมนุมครั้งนี้ใช้ความรุนแรงขั้นสูงสุด ด้าน 'ตู่' สั่ง 'นปช.' ถอดเสื้อแดงชุมนุม 10ธค. หวั่นเกิดเหตุรุนแรง
7 ธ.ค.56 นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นว่า วิเคราะห์สถานการณ์ 1-2 วันนี้ เป็นไปตามที่วิเคราะห์ไว้ว่า กปปส. จะยกระดับความรุนแรงในระดับที่ 4 คือ ใช้ความรุนแรงขั้นสูงสุด ประกาศปิดกทม.เรียกร้องให้ข้าราชการและประชาชนมาร่วมกับนาย สุเทพ เทือกสุบรรณ ถ้ามิฉะนั้น ถ้าไม่มาทำก็ตายหมด
นางธิดา กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญคืออยากแจ้งพี่น้องให้หลีกเลี่ยงการปะทะระหว่างประชาชนต่อประชาชนเพราะคนอย่างนายสุเทพ ไม่เคยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน สามารถก่อให้เกิดความขัดแย้งที่มีความเชื่อต่างกัน นำคนจำนวนมากมาต่อสู้เพื่อตนเองรอดพ้นจากอาญาแผ่นดิน ในกรณีสั่งฆ่าประชาชนในวันที่ 12 ธ.ค. ที่กำลังจะมาถึง โดยไม่ได้คำนึงว่าประเทศนี้จะเสียหายอย่างไร เรารักประเทศไทยและรักประชาชนไทยทุกสีเสื้อ จึงขอแจ้งพี่น้องทุกสีเสื้อว่าอย่าหลงเชื่อคนอย่างนายสุเทพ ที่จะนำประเทศนี้เข้าสู่ความหายนะ มหันตภัยครั้งยิ่งใหญ่ ขอให้พี่น้องในพื้นที่สุ่มเสี่ยงหลีกเลี่ยงการใช้สัญลักษณ์สีเสื้อ การปะทะระหว่างประชาชน คนเสื้อแดงเป้าหมายคือประเทศชาติ และประชาชน ไม่ใช่ภารกิจส่วนตัว
'จตุพร' สั่ง 'นปช.' ถอดเสื้อแดงชุมนุม 10 ธ.ค. หวั่นเกิดเหตุรุนแรง
นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการณ์แห่งชาติ (นปช.) เปิดเผยว่า กรณีที่นายสุเทพได้ประกาศนัดหมายกลุ่มของตัวเองในวันที่ 9 ธ.ค. เวลา 09.39น. นั้นเคยมีหนังเรื่องหนึ่งที่ออกฉายมาก่อนหน้านี้ คือ เรื่องปิดกรุงเทพฯ ปล้น ดังนั้นวันที่ 9 ธ.ค. จึงเป็นวันปิดกรุงเทพฯปล้น ข้อเท็จจริงคงเป็นการดำเนินการทุกรูปแบบอย่างเต็มที่ เพื่อตีไพ่หรือมีอำนาจเสียเอง เพื่อขับไล่รัฐบาลนี้ออกไปให้ได้ ซึ่งวันที่ 9 ธ.ค. ตนแน่ใจว่าจำนวนคนจะไม่เกิน วันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้การยึดทำเนียบฯ จึงไม่ใช่การทำให้ความเป็นนายกรัฐมนตรีของ น.ส. ยิ่งลักษณ์ หมดไปแต่เป็นการยึดเพื่อให้เกิดการปะทะและนองเลือด ให้อำนาจอื่นมาจัดการรัฐบาล นายสุเทพ รู้หลังจากวันที่ 9 ธ.ค. สามวันคือวันที่ 12 ธ.ค. นายสุเทพ ต้องขึ้นศาลข้อหาฆ่าคนตาย การดิ้นรนเพื่อหาทางรอดของนายสุเทพจึงต้องทำทุกวิถีทาง
นายจตุพร กล่าวว่า ที่น่าสมเพชคือการที่นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้นัดหมายวันชุมนุมล่วงหน้าผ่านโซเชียลมีเดีย เป็นเรื่องที่ประชาคมธรรมศาสตร์ (มธ.) จะต้องทบทวน เพราะเป็นการคบคิดกับนายสุเทพ มาตั้งแต่ต้น คำว่า มวลมหาประชาชน ของนายสุเทพ ชักชวนคนออกมาเรื่องนิรโทษ จนมาปิดที่มาตรา 7 ที่นายกรัฐมนตรีไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลใดก็ตามที่จะมีการระดมในวันที่ 9 ธ.ค. ปิดกทม. หลายคนประเมินว่าจะมีความรุนแรง การข่าวของตนก็บอกว่าไม่ธรรมดา ทันทีที่รัฐบาลเกิดเพลี่ยงพล้ำ นายสุเทพ สถาปนาตัวเองเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ประชาชนจะลุกฮือขึ้นทั้งประเทศ วันที่ 9 ธ.ค. มีความสำคัญมาก
นายจตุพร กล่าวว่า ส่วนวันที่ 10 ธ.ค. ที่มีการนัดหมายที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ตนได้มอบหมายให้นายอารีย์ ไกรนรา หัวหน้าการ์ด นปช. ไปประชุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่บทเรียนที่ราชมังคลาฯ เป็นบทเรียนราคาแพง เพราะเราไม่คิดว่าจะถูกกระทำเช่นนั้น ในส่วนของประชาชน เพื่อลดการกระทำเชิญชวนให้เก็บเสื้อแดงไว้ และใส่ชุดธรรมดา เพราะถ้าสถานการณ์วันที่ 9 ธ.ค. เป็นสถานการณ์ที่เลวร้าย วันที่ 10 ธ.ค.เราก็จะรองรับและจะแก้ไขสถานการณ์ได้ เราไปชุมนุมอยุธยา เพราะต้องการหลีกเลี่ยงเผชิญหน้าทุกรูปแบบ มีการรักษาความปลอดภัย ป้องกันการทำร้ายครบถ้วนตึกสูงทุกตึกการ์ด นปช. และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะป้องกันไม่ให้มีการซุ่มยิงได้
“ขอให้การแก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้ใช้แนวทางประชาธิปไตยอย่าได้ใช้แนวทางรัฐประหาร เพราะคนที่เดือดร้อนคือประเทศไทย เมื่อเลือกข้างประเทศไทย ต้องเลือกข้างประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขด้วย ผมยืนยันว่า ทหารมีการจัดชุดกำลังติดตามบุคคลสำคัญ การส่งสัญญาณไป เพื่อบอกว่าอย่าได้ทำอย่างนั้น” นายจตุพร กล่าว
นายจตุพร กล่าวต่ออีกว่า ส่วนการไปจะจัดรายการความจริงวันนี้ทางช่อง 11 วันนี้ก็ไม่จริงเสียแล้ว เพราะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบจะให้เป็นการสัมภาษณ์ เนื่องจากวิตกกังวลกันบางอย่าง ถ้าไม่ได้จัดในรูปแบบรายการความจริงวันนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไรในสถานการณ์การสู้รบแบบนี้เรื่องนี้จึงไม่เกิดขึ้น เพราะเราไม่ใช่พวกอยากออกโทรทัศน์ เราไม่ได้ปืนใหญ่ก็เอาดาบรบเหมือนเดิมเมื่อติดขัด ก็ไม่ควรเข้าไปจัดเพราะเราสามารถสื่อสารผ่านทางอื่นได้ และในวันที่ 10 ธ.ค. จะมีการเปิดช่องทีวีนปช. หรือช่องยูดีดี ซึ่งจะเป็นช่องทางหนึ่งในการสื่อสารประชาชน



