ข่าว

ท็อปเท็น (2)

ท็อปเท็น (2)

08 ธ.ค. 2556

ท็อปเท็น (2) : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]

                    ความเดิมตอนที่แล้ว ว่าด้วยเรื่องการลงทุนในต่างประเทศที่ให้ผลตอบแทนน่าสนใจ หลังจากได้พูดคุยกับผู้บริหารกองทุนรวม ก็เลยลองค้นหาข้อมูลผลตอบแทน 10 อันดับแรกของกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ พบว่า ผลตอบแทนนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา กองทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดอยู่ที่ 43.72% ขณะที่อันดับ 10 ให้ผลตอบแทน 30.29% ในช่วงเวลา 10 เดือน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นไทยเฉลี่ยแล้วยังติดลบ
 
                    สัปดาห์นี้ ลองติดตามเป็นข้อมูลว่า กองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศและให้ผลตอบแทนสูงสุด 10 อันดับแรก นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา มีกองทุนอะไรกันบ้าง
 
                    อันดับ 1 กองทุนเปิด บัวหลวง โกลบอล เฮลธ์แคร์ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) บัวหลวง ผลตอบแทน 43.72%
 
                    กองทุนนี้ มีนโยบายลงทุนในกองทุนปลายทางที่ชื่อว่า กองทุนรวมเวลลิงตัน แมเนจเม้นท์ พอร์ตโฟลิโอ (ดับลิน) โกลบอล เฮลธ์ แคร์ อิควิตี้ พอร์ตโฟลิโอ  ซึ่งเป็นกองทุนรวมต่างประเทศที่มีนโยบายลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเฮลธ์ แคร์ หรือผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพ บริหารและจัดการโดยเวลลิงตัน อินเตอร์เนชั่นแนล แมเนจเม้นท์  
 
                    อันดับ 2 กองทุนเปิด ภัทร โกลบอล เฮลธ์แคร์ ของ บลจ.ภัทร ผลตอบแทน 42.46%
 
                    กองทุนจะเน้นการกระจายการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ ซึ่งเป็นกองทุนอิควิตี้ อีทีเอฟ (อิควิตี้ เอ็กเช้นจ์ เทรด ฟันด์) ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ ที่มีนโยบายการลงทุนเน้นการสร้างผลตอบแทนตามความเคลื่อนไหวของดัชนีอ้างอิงในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์ สุขภาพ และการรักษาพยาบาล (เฮลธ์ แคร์ อินดัสทรี)
 
                    อันดับ 3 กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ แพลทตินัม โกลบอล ฟันด์ ของบลจ.ไทยพาณิชย์ ผลตอบแทน 40.86%
 
                    กองทุนดังกล่าว จะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ “ดีบี แพลตินัม บรานเชน สตาร์ ฟันด์” ซึ่งจดทะเบียนจัดตั้งขึ้นในประเทศลักเซมเบิร์ก มีนโยบายลงทุนในตราสารแห่งทุน หรือหุ้นต่างประเทศ ซึ่งมีปัจจัยพื้นฐานดีและมีแนวโน้มการเจริญเติบโตในอนาคต
 
                    อันดับ 4 กองทุนเปิด แอสเซทพลัส นิปปอน โกรท ของ บลจ.แอสเซทพลัส ผลตอบแทน 37.40%
 
                    กองทุนเปิดแอสเซทพลัสนิปปอนโกรท (ASP-NGF) มีนโยบายการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนนิปปอน โกรท  ซึ่งกองทุนดังกล่าวมีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในประเทศญี่ปุ่น โดยจะลงทุนไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของพอร์ตการลงทุนในหลักทรัพย์ที่ผู้ออกมีการทำธุรกิจในญี่ปุ่น
 
                    อันดับ 5 กองทุนเปิด ทิสโก้ ยูเอส อิควิตี้ ของ บลจ.ทิสโก้ ผลตอบแทน 33.58%
 
                    เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนเอสพีดีอาร์ ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก มีนโยบายลงทุนในตราสารแห่งทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนของกองทุนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนีเอสแอนด์พี 500
 
                    อันดับ 6 กองทุนเปิด วรรณ ยูเอส รีคอฟเวอรี่ ออพพอร์ทูนิตี้ ของ บลจ.วรรณ ผลตอบแทน 33.39%
 
                    มีนโยบายลงทุนในตราสารแห่งทุน ตราสารแห่งหนี้ เงินฝาก ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ในต่างประเทศรวมกันไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยเน้นลงทุนในตราสารแห่งทุนที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งระดับราคาได้ปรับตัวลดลง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ ทั้งนี้ สัดส่วนการลงทุนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของบริษัทจัดการและตามความเหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ
 
                    อันดับ 7 กองทุนเปิดแมนูไลฟ์ สเตร็งค์ อเมริกัน โกรท เอฟไอเอฟ ของ บลจ.แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) ผลตอบแทน 32.77%
 
                    เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศแมนูไลฟ์ โกลบอล ฟันด์-อเมริกัน โกรท ฟันด์ โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างมูลค่าเงินลงทุนให้เติบโตจากการลงทุนในตราสารทุนในอเมริกาเหนือซึ่งจะเน้นลงทุนในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก โดยพอร์ตการลงทุนจะประกอบด้วย หลักทรัพย์ที่ผ่านการคัดเลือกอย่างระมัดระวัง ซึ่งเน้นบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าขนาดใหญ่ ที่มีมูลค่าเหมาะสม โดยมีฐานะการเงิน (งบดุล) ผลกำไรที่แข็งแกร่ง และมีแนวโน้มของอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิที่ดีเป็นหลัก และอาจลงทุนในบริษัทที่มีมูลค่าขนาดเล็กและขนาดกลางด้วยเช่นกัน
 
                    อันดับ 8 กองทุนเปิด กรุงศรีเวิลด์วอเตอร์ ของบลจ.กรุงศรี ผลตอบแทน 31.55%
 
                    ลงทุนในกองทุนหลักที่มีนโยบาย เน้นลงทุนในหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมน้ำทั่วโลก ที่เป็นส่วนประกอบของเวิลด์ วอเตอร์ โทเทิล รีเทิร์น อินเด็กซ์ 
 
                    อันดับ 9 กองทุนเปิดไทยพาณิชย์เอสแอนด์พี 500 ของ บลจ.ไทยพาณิชย์ ผลตอบแทน 31.10%
 
                    กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ ได้แก่ กองทุนเอสพีดีอาร์ เอสแอนด์พี 500 อีทีเอฟ ทรัสต์ ซึ่งเป็นกองทุนที่บริหารจัดการโดยสเตท สตรีท โกลบอล แอดไวเซอร์ จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก กองทุนดังกล่าวมีนโยบายลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีเอสแอนด์พี โดยมีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนีเอสแอนด์พี 500
 
                    อันดับ 10 กองทุนเปิด ยูโร ไฮดิวิเดนด์ ของ บลจ.ยูโอบี ผลตอบแทน 30.29%
 
                    เป็นกองทุนที่ลงทุนในกองทุนไอเอ็นจี (แอล) อินเวสท์ ยูโร ไฮ ดิวิเดนท์ ซึ่งจดทะเบียนในประเทศลักเซมเบิร์ก โดยกองทุนนี้จะลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ยุโรป และเน้นลงทุนในบริษัทที่มีการจ่ายเงินปันผลสูง
 
                    ลองดูรายละเอียดของกองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ 10 อันดับแรกแล้ว น่าสนใจไม่น้อยว่า อันดับ 1 และ 2 นั้น มีนโยบายการลงทุนใน “เฮลธ์แคร์” ที่เกี่ยวกับการแพทย์และสุขภาพ ขณะที่กองทุนที่ลงทุนในหุ้นอเมริกาและยุโรป รวมถึงญี่ปุ่น ต่างก็ให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจ
 
                    ทั้งหมดนี้ “เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับพิจารณา”
 
 
.......................
 
(ท็อปเท็น (2) : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected])