ข่าว

'องอาจ'จวก'รบ.'ใช้วิชามารสกัดมวลชน

'องอาจ'จวก'รบ.'ใช้วิชามารสกัดมวลชน

07 ธ.ค. 2556

'องอาจ' จวก 'รบ.' ใช้วิชามารสกัดมวลชน ชี้รัฐจัดเวทีหาทางออกปท. ซื้อเวลา-ปาหี่การเมือง ลั่น 9ธ.ค. 'กปปส.' บุกทำเนียบฯรัฐต้องดูแล หากสูญเสีย 'นายกฯ' ต้องรับผิดชอบ

 

                          7 ธ.ค.56 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ขณะนี้รัฐบาลได้ใช้วิชามารกระทำต่อผู้ชุมนุมอย่างหนัก 4 ประการ คือ 1.รัฐบาลเริ่มใช้แก๊งอันธพาลรูปแบบแก๊งมอเตอร์ไซค์ กลุ่มบุคคลป่วนการชุมนุม และทำร้ายการ์ดและผู้ชุมนุมในหลายพื้นที่ 2.จัดตั้งเครือข่ายของรัฐบาลเคลื่อนไหวสร้างความชอบธรรม ซึ่งเป็นกลุ่มองค์กรที่ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน เช่น สมาคมทนายความ นักศึกษารัฐศาสตร์ ส.ว.อิสระออกมาให้ความเห็นตามแง่มุมของรัฐบาล ซึ่งองค์กรเหล่านั้นมีความสัมพันธ์กับรัฐบาลอยู่แล้ว 3.รัฐบาลใช้มวลชนของรัฐบาลอย่างคนเสื้อแดง กดดันการชุมนุมของประชาชนกลุ่มต่างๆ รวมทั้งกปปส. และ 4.ใช้อำนาจรัฐจัดการกับแกนนำผู้ชุมนุม โดยกระบวนการใช้วิชามารของรัฐจุดมีประสงค์เพื่อลดความชอบธรรม และทำให้มวลชนที่จะเข้าร่วมลดลง จนมีการยุติการชุมนุม โดยที่รัฐบาล และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่ได้สนองตอบข้อเรียกร้อง แต่กลับมีท่าทีนิ่งเฉยไม่ห้ามปราม และส่งเสริมเท่ากับนายกฯมีส่วนสมรู้ร่วมคิดทำให้เกิดปัญหา ดังนั้นหากในอนาคตเกิดวิกฤตในบ้านเมืองนายกฯ ต้องมีส่วนรับผิดชอบ

                          นายองอาจ กล่าวว่า รัฐบาล และพรรคเพื่อไทย พยายามดำเนินการทุกวิถีทางในการซื้อเวลาหาทางออกของรัฐบาลมากกว่าหาทางออกให้ประเทศ เช่น การออกมาบอกว่าจะจัดตั้งเวทีพูดคุยกับผู้ชุมนุมกับรัฐบาลหรือหาคนกลางมาเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างผู้ชุมนุมกับรัฐบาล ที่ร้ายที่สุดคือการเสนอให้ลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ที่ค้างวาระ 3 เพื่อนำมาสู่การแก่รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ และมีการตั้งส.ส.ร. ซึ่งตนมองว่า ข้อเสนอนี้มีวัตถุประสงค์แอบแฝงการนิรโทษกรรมให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยพยามยกเลิกมาตรา 309 ข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้อยู่บนพื้นฐานความจริงใจในการแก้ปัญหาให้ประเทศ แต่เป็นการซื้อเวลาแล้วยังแฝงนิรโทษกรรมให้พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างแยบยล นอกจากนี้นายกฯ ยังพยายามสร้างภาพว่าจะช่วยแก้ปัญหาบ้านเมือง โดยมอบหมายให้นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี และนายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม ไปหาทางออกร่วมกันโดยหารือทุกฝ่าย ตนคิดว่าสิ่งที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่เป็นการสร้างปาหี่ทางการเมือง อย่างไรก็ตามตนคิดว่ารัฐบาลมีอำนาจมากกว่าคนทั่วไป ดังนั้นวิกฤติจะยุติได้รัฐบาลต้องทำทุกทางเพื่อลดทอนอำนาจตัวเองไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถแก้ปัญหาได้

                          นายองอาจ กล่าวต่อว่า ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมามีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้นต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการทำร้ายร่างกายกันบริเวณมหาวิทยาลัยรามคำแหง ล่าสุดเหตุเกิดที่กระทรวงการคลัง และสี่แยกคอกวัว เมื่อดูรายละเอียดของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะพบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้มีความพยายามที่จะเข้าไปยับยั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ทำตัวเหมือนละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้เข้าไปมีส่วนในการระงับยับยั้ง ซึ่งตนไม่ทราบว่ารัฐบาลรู้เห็นเป็นใจหรือไม่

                          "วันจันทร์ที่ 9 ธ.ค.นี้ เวลา09.30 น. กปปส.ประกาศชัดเจนจะเดินทางไปทำเนียบรัฐบาล คาดว่าจะมีผู้ออกมาชุมนุมจำนวนมาก และหากยืดเยื้อไปถึงช่วงค่ำ ก็ไม่มีอะไรเป็นหลักประกันให้กับผู้ชุมนุมได้เลยว่าจะมีแก๊งกวนเมืองออกมาใช้วิธีการป่าเถื่อนกับผู้ชุมนุมหรือไม่ ผมขอเรียกร้องไปยังนายกฯ ให้ดูแลรักษาชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนที่ไปร่วมชุมนุม หวังว่าในวันที่ 9 ธ.ค.นี้ รัฐบาลจะไม่รู้เห็นเป็นใจในการก่อให้เกิดความรุนแรงกับผู้ชุมนุม และหากมีการสูญเสียนายกฯต้องเป็นผู้รับผิดชอบ" นายองอาจ กล่าว

 

'ปชป.' เรียกประชุมส.ส.ด่วน 8 ธ.ค. ถกสถานการณ์บ้านเมือง

 

                          นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ในวันที่ 8 ธ.ค.นี้ เวลา 10.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เรียกประชุมส.ส.ของพรรคเป็นวาระพิเศษ เนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองมีความน่าเป็นห่วง จึงต้องการรับฟังความเห็นสมาชิกในการหาทางออกประเทศ  ส่วนการที่พรรคไม่ส่งผู้สมัครส.ส.ลงเลือกตั้งซ่อมทั้ง 8 เขตนั้น พรรคยืนยันว่าสถานการณ์ขณะนี้การเลือกตั้งซ่อมไม่เป็นประโยชน์ และไม่ใช่ทางออก เพราะขณะนี้ความรับผิดชอบทั้งหมดอยู่ที่นายกฯซึ่งเป็นผู้บริหารสูงสุด และเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาตลอด 2 ปีที่ผ่านมา วันนี้คนฝั่งรัฐบาลพยายามวิพากษ์วิจารณ์ข้อเรียกร้องของกลุ่มประชาชน โดยเฉพาะการใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 3 และมาตรา 7 ซึ่งจะใช้ได้หรือไม่เป็นเรื่องหนึ่ง ที่สำคัญคือคนของรัฐบาลเคยเสนอทางออกอะไรให้ประเทศหรือไม่ ยังวนเวียนอยู่กับผลประโยชน์พวกพ้อง และรับคำสั่งจากคนแดนไกล ดังนั้นจึงขอให้นายกฯใช้วิจารณาญาณของตัวเองในการเสนอทางออกให้ประเทศ

                          นายชวนนท์กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ มีคำสั่งด่วนให้หัวหน้าส่วนราชการปกป้องหน่วยงานราชการอย่างเต็มที่นั้น ตนไม่แน่ใจความโหดเหี้ยมของนายสุรพงษ์ ซึ่งการเปลี่ยนตัวผอ.ศอ.รส.มาเป็นนายสุรพงษ์ ทั้งที่ไม่มีความรู้เรื่องความมั่นคง ไม่มีเหตุผลอื่นนอกจากนายสุรพงษ์ ทำได้ทุกอย่าง

                          ด้าน น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีคำสั่งสั่งด่วนจากรมว.มหาดไทย ให้เจ้าหน้าที่กรมที่ดินที่เป็นชายฉกรรจ์รวมตัวกันที่กระทรวงมหาดไทยในวันที่ 9 ธ.ค.นี้ นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานอื่นๆของกระทรวงมหาดไทยอีกหลายกรม กองงานละ 30 - 40 คน ที่ให้มีการรวมจัวกันโดยไม่ได้ระบุภารกิจชัดจึงเป็นที่น่าสงสัยว่าจะส่อความรุนแรงหรือไม่

                          นอกจากนี้ขอเรียกร้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีสำนึกสตรีที่จะต้องละอาย มีศีลธรรมมีความยุติธรรม มีความละมุนละม่อมไม่ใช้ความรุนแรง ในการตัดสินใจดำเนินการในวันที่ 9 ธ.ค.โดยโครงสร้างการดูแลสถานการณ์บ้านเมืองที่นายกฯใช้อยู่เป็นโครงสร้างที่อันตราย อย่างไรก็ตามอยากเรียกร้องไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อัยการ กระทรวงการคลัง ให้ทบทวนตัวเองในการปฏิบัติหน้าที่ด้วย