ข่าว

ช่วย'หมา-แมว'...ลูกหลง'แก๊สน้ำตา'

ช่วย'หมา-แมว'...ลูกหลง'แก๊สน้ำตา'

07 ธ.ค. 2556

ช่วย'หมา-แมว'...ลูกหลง'แก๊สน้ำตา' : ทีมข่าวรายงานพิเศษ

            พลันที่ควันสงครามจากแก๊สน้ำตารอบๆ ทำเนียบรัฐบาลสงบลง ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อพระสงฆ์ สามเณร และชาวบ้าน ที่วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามเท่านั้น สุนัขและแมวกว่า 20 ตัวภายในวัด พลอยได้รับผลกระทบไปด้วย เนื่องจากการปะทะกันอย่างดุเดือดตลอดทั้งวัน ทำให้ควันแก๊สน้ำตาลอยฟุ้งปกคลุมทั่วภายในวัดตลอดทั้งวัน
 
            "ตอนเช้าเอาข้าวมาให้มันกิน เห็นทำตาปริบๆ และดูตามันอักเสบแดงๆ เลยเอายาหยอดยามาหยอด ก็เริ่มอาการดีขึ้น" จันทร์เพ็ญ ประพันธ์ วัย 49 ปี แม่ของสามเณรรูปหนึ่ง เล่าถึงอาการของสุนัขตัวหนึ่ง ซึ่งถูกละอองแก๊สน้ำตาภายในวัด หลังจากเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มีแก๊สน้ำตา ขวดน้ำ ลูกหนังสติ๊ก ลอยมาตกที่วัด ถึงแม้ปิดประตูหน้าต่างกุฏิแล้วก็ยังรู้สึกแสบตา และเมื่อเกิดเสียงดัง สุนัขหลายตัวตื่นตกใจ วิ่งมาหลบในกุฏิ และสุนัขบางตัวมีอาการตาอักเสบ จึงหายาหยอดตามาหยอดให้
 
            พระมหาศักดิ์กริณ ยอมรับว่า สุนัขและแมวได้รับผลกระทบจากแก๊สน้ำตาน้อยกว่าพระและสามเณร ทั้งนี้ สุนัขและแมว มันอาจแค่ตกใจเสียง เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คงไม่มีใครเจตนาจะทำร้าย แต่มีตำรวจอยู่ที่นี่เลยมีการเขวี้ยงเข้ามาในวัด
 
            ไม่ต่างจาก "สุพร กันทะวงค์" วัย 52 ปี ลูกจ้างประจำโรงเรียนเบญจมบพิตร บอกว่า หมาแมวพวกนี้จะฉลาดพอได้ยินเสียงคล้ายระเบิด หรือประทัด จะวิ่งหาที่หลบแล้ว ไม่ออกมาเพ่นพ่าน หรือไม่ก็วิ่งมาหาเจ้าของในแต่ละกุฏิ
 
            นอกจากสุนัขแล้ว ภายในวัดยังมีแมวอีกหลายตัว มีทั้ง "แมวไทย" และ "แมวเปอร์เซีย"  พระลูกวัดรูปหนึ่ง บอกว่า หลังจากที่มีการปะทะกัน ตอนค่ำลมเปลี่ยนทิศทาง ก็ทำให้แก๊สน้ำตาพัดเข้ามา แต่ไม่เกิน 10 นาที แมวเปอร์เซียที่เลี้ยงอยู่ก็ไม่ได้รับผลกระทบอะไรมาก ยังปกติดี ไม่มีการแสดงอาการเจ็บป่วยแต่อย่างใด ส่วนแมวตัวอื่นก็ต่างหาที่แอบหลังจากได้ยินเสียงดัง มองว่าคนน่าจะได้รับผลกระทบมากกว่า
 
            ด้าน รศ.สพญ.ดร.นันทริกา ชันซื่อ อาจารย์ประจำภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงกรณีสัตว์ที่โดนแก๊สน้ำตาว่า สุนัขจะไม่ค่อยเซนซิทีฟกับแก๊สน้ำตาเท่ากับแมวและนก แต่หากได้รับปริมาณมากอาจทำให้ตายได้ เหมือนสุนัขที่ประเทศตุรกี มีรายงานสุนัขตายจากแก๊สน้ำตาหลายตัว อย่างไรก็ตาม สุนัขมีต่อมน้ำตาไม่เหมือนกับคน อาจไม่ได้รับผลกระทบมากเท่าไหร่ อาจแค่ระคายเคืองตา เนื่องจากแก๊สน้ำตา ทำให้ระคายเคืองอวัยวะที่เป็นลักษณะเหยื่อเมือก อย่าง ตา ปอด และทางเดินหายใจ ถ้าหากได้รับแก๊สน้ำตาในปริมาณมากก็อาจตายได้ แต่ถ้าได้รับน้อยจะเหมือนกับคน มีผลแค่ในระยะสั้น แต่อาจมีผลข้างเคียงทำให้ดวงตาเป็นต้อได้
    
            "ปกติหมาแมวหากไม่ได้ผูกหรือขังไว้ มักจะเอาตัวรอดจากแก๊สน้ำตาได้ แต่ถ้าหากสัตว์โดนแก๊สน้ำตา ในเบื้องต้นต้องล้างตาด้วยน้ำเปล่า หรือน้ำเกลือ ประมาณ 10-15 นาที แต่ถ้ามีอาการหายใจไม่ออก หายใจขัด ให้รีบพาไปพบสัตวแพทย์" รศ.สพญ.ดร.นันทริกา แนะนำ
 
            ขณะเดียวกัน สังคมโซเชียลมีเดียมีการแชร์ภาพสุนัข คาดว่าได้รับผลกระทบจากแก๊สน้ำตาจากเหตุปะทะที่ผ่านมา อย่าง คุณ "?@KHA_TII"  ทวิตว่า "โฟรโมส-หมาตัวแรก รับผลกระทบจากการยิงแก๊สน้ำตา อาการตาบอด รอส่งรักษาค่ะ" ซึ่ง "โฟรโมส" เป็นสุนัขพันธุ์ชิสุผสม เจ้าของขายกล้วยแขกที่บริเวณแยกจักรพรรดิพงษ์ แถวตลาดนางเลิ้ง เล่าว่า โฟรโมสหายออกจากบ้านไป วันที่ 2-3 ธันวาคม ที่ผ่านมา เพิ่งมาเจอในวันที่ 4 ธันวาคม ด้วยอาการตื่นกลัว ขี้ตาเกรอะกรัง และตัวมีกลิ่นแก๊สน้ำตา จึงได้นำน้ำเกลือมาล้างในเบื้องต้น ก่อนจะส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์ จุฬาฯ
 
            "หมอได้ฉีดยา ให้ยาแก้อักเสบ ให้น้ำเกลือ เนื่องจากสุนัขไม่กินอะไร เดินไม่ได้ แล้วให้มาดูอาการต่อที่บ้าน ซึ่งมันก็มีอาการเห่า ร้องครวญคราง เดินชน หมอบอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาจจะทำให้ช็อกและส่งผลต่อจอประสาทตาดับ อาจจะทำให้ตาบอดชั่วคราว รวมทั้งสูญเสียการได้กลิ่น พรุ่งนี้จะนำไปรักษาต่อที่ รพ.สัตว์ทองหล่อ ตามคำแนะนำของผู้ช่วยเหลือผ่านแชร์ในโลกออนไลน์"
 
            คุณ "?@KHA_TII" บอกต่อ "คม ชัด ลึก" อีกว่า นอกจาก "โฟรโมส" แล้ว ยังมี "เจ้าดำ" สุนัขที่ได้รับผลกระทบอีกตัวหนึ่ง ที่ตรอกกระดังงา นางเลิ้ง ที่ช็อกจากเหตุการณ์ทำให้เกิดอาการตามองไม่เห็นชั่วคราว นอกจากนี้ ยังมีการแชร์ขออาสาสมัครลงพื้นที่ เดินสำรวจหมาแมวที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ยิงแก๊สน้ำตา ระหว่างวันที่ 2-3 ธันวาคม ในวันพรุ่งนี้ (7 ธ.ค.) เวลา 10.00 น. เริ่มจุดแรกบริเวณชุมชนวัดโสมนัสวรวิหาร ย่านตลาดนางเลิ้ง, ชุมชนวัดเบญจมบพิตร, ชุมชนเทเวศร์, ชุมชนตลาดนางเลิ้ง, ชุมชนเทเวศร์ และชุมชนแยกกองพลที่ 1 รอ. เพื่อสำรวจหาหมาแมวที่ป่วย จากผลกระทบดังกล่าว และวางแนวทางการนำส่งรักษาต่อไป รวมทั้งจัดทำเป็นฐานข้อมูลพื้นที่ได้รับผลกระทบด้วย 

.......................


(หมายเหตุ : ช่วย'หมา-แมว'...ลูกหลง'แก๊สน้ำตา' :  ทีมข่าวรายงานพิเศษ)