ข่าว

'มาร์ค'เชื่อ!ใบสั่งตปท.เอา'ปึ้ง'นั่งศอ.รส.'

'มาร์ค'เชื่อ!ใบสั่งตปท.เอา'ปึ้ง'นั่งศอ.รส.'

06 ธ.ค. 2556

'มาร์ค'ซัด'ปู'ตี สองหน้า เปลี่ยนเอา 'สุรพงษ์' นั่ง 'ศอ.รส.' เชื่อรับใบสั่งจากคนมีอำนาจต่างประเทศ ชี้ ใช้ม.7 ต้องเดินตาม'รธน.'แนะตั้งวงถกแนวสภาประชาชนปูทางปฏิรูป

                6 ธ.ค.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ถึงเหตุปาระเบิดที่กระทรวงการคลัง ทำให้การ์ดกปปส.ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย และวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์ปาประทัดยักษ์ที่สี่แยกคอกวัว ถ.ราชดำเนิน ว่า ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวการจับกุมชาวต่างชาติ กัมพูชา ที่จะมาป่วนที่เวทีราชดำเนินได้ด้วย ถือเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและรมว.กลาโหม ก็ออกมาส่งสัญญาณก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลถอยทุกวิถีทาง แต่กลับเปลี่ยนตัวเอา นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ มารับผิดชอบ ศอ.รส. ซึ่งนายสุรพงษ์ก็บอกว่า ไม่สนใจที่จะพูดคุย จะจับกุมเพียงอย่างเดียว

               "คงต้องถามกลับไปยัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า การเปลี่ยนตัวครั้งนี้ เพื่อจะทำสิ่งเหล่านี้ใช่หรือไม่ จะได้ทราบว่า นายกรัฐมนตรีก็ตีสองหน้าอีกครั้งหนึ่งกับประชาชนคนไทย ที่บอกว่า พร้อมถอยแต่เอาเข้าจริงกลับกำลังใส่เกียร์เดินหน้าลุยกับคนที่ไม่เห็นด้วยตัวเอง" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

                นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีการขู่จะดำเนินคดีกับผู้บริหารสถานีโทรทัศน์บลูสกายนั้น ขออย่าไปหวั่นไหว และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนทำตามหน้าที่ที่ถูกต้อง ถ้าคิดว่า จะเอาตัวรอดในวันนี้ สุดท้ายจะไม่มีใครรอด ถ้าบ้านเมืองไปในทิศทางที่ตกอยู่ความกลัวกับความไม่ถูกต้อง

                "ขอฝากไปยัง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ว่า ผบ.ตร.อยู่ในจุดที่มีความรับผิดชอบสูงมากกับสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ แบกรับความรับผิดชอบไว้มาก ขอให้แสดงจุดยืนให้ชัดเจนกับการแก้ไขปัญหา เพราะขณะนี้มีฝ่ายการเมือง มีคนที่มีอำนาจจากต่างประเทศที่เขามีความคิดที่จะลุยประชาชน ผบ.ตร.จะทำอย่างไร เพราะผบ.ตร.จะกลายเป็นผู้ที่รับผิดชอบหลัก ซึ่งสถานการณ์จากนี้ไปจะเจอกับการเมือง ซึ่งต้องการให้ลุยกับประชาชนอย่างเดียว ผบ.ตร.คงจะต้องแสดงจุดยืนออกมา " นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 

 

ชี้ ใช้ม.7 ต้องเดินตาม"รธน."แนะตั้งวงถกแนวสภาประชาชนปูทางปฏิรูป

 

               นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 และมาตรา 7 ว่า มาตรา 7 เป็นมาตราที่ใช้อุดช่องว่าง เวลาที่บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนเอาไว้ โดยให้ใช้ประเพณีปฏิบัติในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงรับสั่งปี 2549 ว่า พระองค์ท่านมิเคยอยู่เหนือรัฐธรรมนูญ ท่านทรงยึดมั่นในการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้น จะไม่ทรงใช้อำนาจใดๆ นอกรัฐธรรมนูญ

               "การไม่ทรงใช้อำนาจนอกรัฐธรรมนูญนี้ ก็ต้องหมายความว่า จะทรงโปรดเกล้าฯ ทำอะไรก็ตามนั้น มีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่รองรับ และมีผู้รับสนองพระบรมราชโองการที่ถูกต้อง และท่านทรงรับสั่งว่า หลังเหตุการณ์ 14 ตุลา มีบุคคลที่เป็นรองประธานสภา มาเป็นผู้รับสนองฯ ซึ่งไม่ได้ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ " นายอภิสิทธิ์ กล่าว

                นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ปี 2549 ตนพูดชัดว่า การจะเดินไปสู่ มาตรา 7 ในขณะนั้น เนื่องจากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ยุบสภา หนีปัญหาเรื่องขายหุ้นไม่เสียภาษี และในการเลือกตั้งก็เป็นการเลือกตั้งที่ไม่มีใครยอมรับ มีผู้สมัคร ส.ส.ลงกันเพียงพรรคเดียว อีกทั้ง ยังมีแนวโน้มที่จะทุจริต ฉ้อฉลกัน เกิดปัญหา คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ได้รับความน่าเชื่อถือ

                "ผมจึงบอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ กับคณะรัฐมนตรี ถ้าทำให้เกิดสูญญากาศเสีย คือ ไม่มีใครในฝ่ายการเมือง ที่มาทำหน้าที่ในฝ่ายบริหาร ก็ต้องเอา มาตรา 7 มาอุดช่องว่าง ก็ต้องมีวิธีการได้มาซึ่งรัฐบาลชั่วคราว ซึ่งตอนนั้นผมได้เสนอให้มีการจัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ ยุติธรรม จะเห็นว่า ทุกอย่างก็เป็นไปตามแนวทางของรัฐธรรมนูญ แล้วก็เมื่อเกิดสูญญากาศขึ้นเท่านั้นจึงมาใช้มาตรานี้" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

                  นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่ออีกว่า สถานการณ์ในวันนี้ หลายคนที่วิเคราะห์กันอยู่ พยายามชี้ว่า จะเกิดสูญญากาศอย่างไร แต่การเดินตามมาตรา 7 ก็ยังต้องเป็นการเดินตามแนวทางหลักของรัฐธรรมนูญ ส่วนจะแก้รัฐธรรมนูญนั้นก็ไปอีกแนวทางหนึ่ง วันนี้ต้องมาคุยกันก่อนว่า แนวคิดเรื่องสภาประชาชน เรื่องการปฏิรูป มีความเห็นพ้องต้องกันแค่ไหน ถ้าเห็นพ้องต้องกันก็ต้องดูว่าจะมีวิธีการไปสู่จุดนั้นอย่างไร แต่ถ้าไม่เห็นด้วย ก็ต้องแลกเปลี่ยนกันว่าไม่เห็นด้วยกันเพราะอะไร

                  “ขณะนี้ต้องเริ่มต้นจากเรื่องปัญหาความรับผิดชอบของนายกฯก่อน แต่นายกฯ บอกว่า ถ้าจะยุบสภา หรือลาออก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.ก็ไม่พอใจ จึงต้องอยู่เป็นนายกฯต่อ ผมว่ามันไม่ใช่ สำหรับพรรคประชาธิปัตย์จะเดินหน้าในฐานะพรรคการเมือง โดยยึดแนวทางของการปฏิรูปประเทศ ของสถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย ที่เสนอมา 9 ด้าน ส่วนแนวคิดของนายสุเทพ ก็ถือเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องรับฟังทุกฝ่าย เพื่อให้ได้คำตอบออกมา" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

               


แนะทุกฝ่ายน้อมรับพระราชดำรัสนำสู่การปฏิบัติจริง

 

                นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า ทุกฝ่ายต้องน้อมนำกระแสพระราชดำรัส และนำมาสู่การปฏิบัติจริงๆ โดยเฉพาะเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งต้องยอมรับว่า ทำให้เกิดความวุ่นวาย ความเสียหายกันมามากในหลายปีที่ผ่านมา เพราะว่าเราไม่ได้ตระหนักในหน้าที่

                "ที่ผ่านมาพระองค์ท่านได้ทรงทุ่มเทพระวรกาย ได้ทรงพระราชทานแนวคิดต่างๆ มากมาย อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อนำประเทศให้เกิดความผาสุก เพราะฉะนั้นเราคงต้องมาย้อนกลับมาถามตัวเองว่าอะไรที่เป็นหน้าที่ของเรา จะเป็นในหน้าที่การงาน หรือหน้าที่ในฐานะคนไทย หน้าที่ในฐานะพลเมือง ที่เราพึงกระทำให้ประเทศชาติมีความมั่นคง แล้วก็ก้าวไปข้างหน้า" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 

 

เสียใจ "เนลสัน แมนเดลา" อสัญกรรม ชูเป็นนักต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ของโลก

 

                นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการถึงแก่อสัญกรรมของ นายเนลสัน แมนเดลา อดีตประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ ถึงแก่อสัญกรรมว่า เป็นความสูญเสียของโลก เพราะเป็นบุคคลที่เป็นแบบอย่างของการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม เชื่อมั่นในสันติวิธี และความปรองดอง จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ

                 "พวกเราทุกคนก็ควรจะต้องศึกษาแบบอย่างของนักต่อสู้ท่านนี้ ซึ่งเป็นนักต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่มากระดับโลก" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

                  เมื่อถามว่า แนวทางการต่อสู้ของนายเนลสัน แมนเดลา เริ่มต่อสู้แบบอหิงสา เรื่องการต่อต้านการแบ่งแยกสีผิวในแอฟริกา แต่สุดท้ายต้องมีการก่อวินาศกรรมจนถูกจำคุก 20 ปี และต่อมาได้เป็นประธานาธิบดี จะเชื่อมโยงกับสถานการณ์ในประเทศไทยได้อย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกคนไม่ประสงค์จะเห็นความรุนแรง ไม่อยากเห็นการกระทำผิดกฎหมาย แต่ในประวัติศาสตร์ของการต่อสู้นั้น การกระทำผิดกฎหมายหลายครั้งที่เกิดขึ้น ถ้าเป็นการต่อสู้ที่มีความชอบธรรม ก็จะมีคำอธิบายว่า เป้าหมายของการทำผิดกฎหมาย ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของตน และต่อมาประวัติศาสตร์ก็จารึกเอาไว้ว่า เป็นที่ยอมรับได้ แต่ที่สำคัญใครทำผิดกฎหมายก็ต้องพร้อมที่จะรับโทษตามกฎหมาย ไม่ใช่ว่า อ้างว่า ต่อสู้เพื่อส่วนรวม ต่อสู้ทำผิดกฎหมาย แล้วต่อมาบอกว่า ขอตัวเองอยู่เหนือกฎหมาย ถ้าอย่างนี้ก็ไม่เป็นที่ยอมรับ เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องยาก เพราะมีความละเอียดอ่อน แต่ใจของพวกเราทุกคนถ้าเป็นไปได้ ทำอย่างไร ชัยชนะของประชาชน ของประเทศชาติเกิดขึ้นได้โดยสันติวิธี น่าจะดีที่สุด