
'คนกลางเมือง'แรงงานรายวันที่ฝันแค่มีกิน
'คนกลางเมือง' แรงงานรายวันที่ฝันแค่มีกิน : ปัญญาพร สายทอง ... รายงาน
ท่ามกลางกระแสสังคมเมืองขอนแก่นที่มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ไม่ว่าเป็นเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ทำให้ขอนแก่นกลายเป็นเมืองอีกแห่งหนึ่งของภาคอีสาน และในอนาคตยังจะกลายเป็นศูนย์กลางของอาเซียน แต่ท่ามกลางสังคมเมืองยังมีคนอยู่กลุ่มหนึ่งกว่า 40 ชีวิตในหลายหมู่บ้านของเขตเมืองขอนแก่น ที่มีชีวิตความเป็นอยู่ไม่ได้เจริญรุ่งเรืองตามสังคม เมื่อมีทางออกของชีวิตไม่มากนักทำให้ทุกวินาทีต้องดิ้นรนเพื่อให้ได้เงินมาค้ำจุนครอบครัว อาชีพรับจ้างรายวัน จึงเป็นอาชีพหนึ่งที่ตัดสินแล้วว่าเป็นทางออกสำหรับคนเรียนต่ำ วุฒิการศึกษาไม่มีให้สามารถฝ่าฟันมรสุมชีวิตกระแสสังคมเมืองนี้ไปได้
การมานั่งรอเป็นกลุ่มบ้าง นั่งคนเดียวบ้าง อยู่ใต้ต้นมะขามบริเวณหน้าตลาดรถไฟหรือหน้าสถานีรถไฟ จนทำให้พื้นที่เล็กๆบริเวณนี้กลายเป็นออฟฟิศคนรับจ้างรายวันไปแล้ว โดยมีเครื่องแบบด้วยเสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่งเป็นยูนิฟอร์มของพวกเขา ซึ่งคนเหล่านี้ได้ยึดร่มมะขามเป็นที่ทำการ ด้วยการนำโซฟาเก่าๆ มาวางหรือเอาเปลญวนมาห้อยผูกใต้ต้นมะขาม เพื่อรองานที่กำลังจะเดินทางมาถึง โดยต้นมะขามเกือบทุกต้นจะมีแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดเขียนเบอร์โทรศัพท์ของคนงานติดเอาไว้ ทำให้คนขอนแก่นรู้ว่าที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่ของคนกลางเมืองที่พร้อมรับจ้างทั่วราชอาณาจักร
"สุดใจ กองเรียง" อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/16 ชุมชนมิตรภาพ ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น ที่ยึดอาชีพรับจ้างรายวันตั้งแต่อายุ 17 ปี เล่าว่า เกือบทั้งชีวิตทำแต่งานรับจ้างหาเลี้ยงครอบครัวเพราะเรียนต่ำจบแค่ ป.4 แถมฐานะทางบ้านไม่ดีต้องออกมาทำงานเลี้ยงตนเองและครอบครัว หลังออกจากโรงเรียนก็ได้รับคำแนะนำจากรุ่นพ่อที่เกือบทั้งหมู่บ้านยึดอาชีพรับจ้างทั่วไปที่หน้าตลาดรถไฟ เรียกได้ว่าเป็นอาชีพที่คนรุ่นก่อน พวกลุง น้า ญาติๆ ในหมู่บ้าน ทิ้งเอาไว้ให้เพื่อสืบสานต่อมา ในสมัยนั้นรุ่นพ่อจะรับจ้างขนของที่สถานีรถไฟ แต่ปัจจุบันไม่ได้ทำแล้ว เพราะสถานีรถไฟมีพนักงานประจำในการทำหน้าที่แทน จึงต้องหันมารับจ้างทั่วไปแล้วแต่ใครจะมาจ้าง
"เป็นที่รับรู้ว่าพวกผมมีอาชีพรับจ้างทั่วไปและอยู่ตรงนี้ โดยแต่ก่อนนั้นการว่าจ้างจะเป็นแบบเดินทางมาติดต่องาน ตกลงราคา ลักษณะงานที่หน้าตลาดรถไฟ แล้วจะนำคนรับจ้างที่ตกลงจำนวนแล้วขึ้นรถไปทำงาน โดยเหมาเป็นชิ้นงาน แต่ระยะหลังเนื่องจากมีโทรศัพท์ติดต่อกันแล้ว คนรับจ้างที่นี่หากใครมีโทรศัพท์จึงเป็นข้อได้เปรียบในการทำงาน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังมีคนรับจ้างหลายคนที่ไม่มีโทรศัพท์ใช้เหมือนกัน" สุดใจ บอก
สุดใจยังเล่าอีกว่า ถึงแม้จะเป็นคนรับจ้างแต่ก็ยังมีแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดเขียนเบอร์โทรศัพท์ติดไว้ใต้ต้นมะขามหน้าสถานีรถไฟเกือบทุกต้น ซึ่งคนที่มีโทรศัพท์และเบอร์ติดต่อก็จะมีงานเข้ามาตลอด เพราะคนที่ไม่มีโทรศัพท์ก็จะใช้วิธีมานั่งรอเพื่อให้คนมาติดต่อว่าจ้างเอง แต่ทุกวันนี้มีเพียงไม่กี่คน แต่บางคนก็มีพวกพ้อง แม้ไม่มีโทรศัพท์ก็ไปนั่งรอที่บ้านได้ หากมีงานที่ต้องอาศัยแรงงานหลายคนเพื่อนๆ ก็จะไปตามกัน เพราะทุกคนที่นี่กว่า 40 ชีวิตล้วนแล้วแต่รู้จักมักคุ้นและเป็นญาติพี่น้องกันแทบทั้งสิ้น
"มาทำงานตี 5 ทุกวัน ส่วนใหญ่เป็นงานขนของจากรถสิบล้อ โดยเจ้าของรถกระบะจะมาจ้าง มารับไป โดยการโทรศัพท์มาหรือไม่ก็มาจ้างถึงที่ งานที่เข้ามานั้นไม่ได้มีงานเข้าเยอะตลอด เป็นบางช่วงเท่านั้น เมื่อก่อนเคยไปทำงานรับจ้างเป็นรายเดือนตามขนส่งในขอนแก่น ตอนนั้นเงินเดือนน้อย เลิกงานค่ำต้องรอเก็บของเช็กของ จึงออกมาทำงานแบบนี้ดีกว่า ปัจจุบันอยู่ตรงนี้บางทีได้งานที่ทำแล้วสบายใจกว่า เพราะทำงานแบบไม่มีสังกัด อิสระ พอใจทำก็ทำ ไม่พอใจก็ไม่ทำ มีความสุขกับงานนี้ ถือว่ารับงานตามค่าจ้างตามที่เหมาแล้วแต่เรา ไม่มีอะไรจุกจิก อาศัยเพียงความขยันและอดทนเท่านั้น” สุดใจบอกถึงงานที่เขารัก
ในขณะที่เพื่อนร่วมอาชีพอย่าง "ศิริมงคล พิมล" วัย 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 419/23 บ้านโนนหนองวัดพัฒนา 2 ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น บอกเสริมว่า ก่อนหน้านี้บวชมา 7 ปี พอสึกออกมาก็ตกงานจึงมาทำงานอาชีพนี้ตามคนในหมู่บ้าน งานนี้มีคนทำมาก่อนตั้งแต่รุ่นพ่อ คนที่มาจ้างก็มีพวกรถขายของเร่ ขนปูน น้ำตาล ข้าวสาร แต่ละวันงานไม่สม่ำเสมอ บางวันงานเยอะเป็น 10 เจ้า มีขาประจำมาจ้างบ่อยๆ เช่นโรงปูน ไทยวัสดุ รายได้ก็ขึ้นอยู่กับงาน บางวัน 300 บาท บางวัน 400-500 บาท ค่าจ้างอยู่ที่ความยากง่ายของงาน ส่วนมากงานที่ได้เป็นงานขนของขึ้นลงรถขนไม้ เหล็ก เหมาราคา 1,000-2,000 บาท ไปกันหลายคนจากนั้นก็เอาเงินมาแบ่งกัน
"เคยไปสมัครงานประจำที่ขนส่งก็เคยไปทำอยู่ที่นั่น 6 เดือน แต่ทำงานร่วมกับเขาไม่ได้ ทุกวันนี้พอใจกับงานที่ทำเพราะมารอรับงานรายวันแบบนี้ดีกว่า สบายใจ อยู่ตรงนี้ก็มีแต่คนรู้จักกันหมด เนื่องจากคนที่มารับจ้างรายวันที่นี่อยู่หมู่บ้านเดียวกันหรือหมู่บ้านใกล้ เพียงเริ่มทำงานเช้าบางวัน 06.00 น.บางวัน 08.00 น. มาตอนไหนก็ได้ ส่วนการจ้างงานจะมีคนโทรมาบ้างหรือมารับบ้าง งานแบบนี้มันสบายใจอยากทำก็ทำ อยากกลับก็กลับ มีเวลาทำอะไรหลายอย่าง ไม่เหมือนงานประจำที่ต้องมาตรงเวลา" ศิริมงคล เล่าให้ฟัง
ส่วน "หนูเดช ดรอ่อนสา" วัย 59 ปี บ้านเลขที่ 162/20 ชุมชนหลังสนามกีฬา 1 ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น บอกว่า เคยยึดอาชีพขับสามล้อแต่เลิกทำเพราะเพื่อนที่รู้จักแนะนำให้มาทำงานตรงนี้ เรียนมาน้อยโอกาสทางสังคมมีไม่มาก แต่เพื่อหาเลี้ยงชีพตัวเองและครอบครัว อาชีพรับจ้างจึงเป็นอาชีพหนึ่งที่ทำได้ เพราะจบแค่ ป.4 เท่านั้น อยากหยุดทำงานเหมือนกันแต่ไม่ทำก็ไม่รู้จะเอาอะไรกินถึงแม้จะอายุมากแล้วก็ตาม เพราะไม่ได้มีเงินเก็บ เป็นพวกหาเช้ากินค่ำ บางวันมีรายได้ บางวัน 4-5 วันก็ไม่มีคนมาจ้างงานเลย ต้องอดทน
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสังคมที่แสดงให้เห็นว่าแม้เศรษฐกิจจะเดินหน้าต่อไปแต่ยังมีกลุ่มคนที่โอกาสไม่ได้ตามไปด้วยเสมอ กลับต้องขาดโอกาสไปเพราะการศึกษาและความรู้ที่น้อยกว่า แต่ทว่าสำหรับพวกเขานั่นไม่ได้เป็นปมด้อยแม้แต่น้อย แต่กลายเป็นงานที่สร้างความสุขให้ชีวิต ที่พวกเขาได้เลือกแล้ว และนี่คือชีวิตคนกลางเมืองที่ยังมีให้เห็นในเมืองใหญ่ที่กำลังเจริญอย่างไม่สิ้นสุด
-------------------------
('คนกลางเมือง' แรงงานรายวันที่ฝันแค่มีกิน : ปัญญาพร สายทอง ... รายงาน)



