
อภิปรายพรบ.งบ53(5):อภิสิทธิ์โต้กลับ"เฉลิม"ยันเรียนฟรี-เช็คช่วยชาติกระตุ้นศก.แน่
หลังจาก ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย อภิปรายเสร็จแล้ว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ชี้แจงว่า ผู้อภิปรายบอกว่านโยบายรัฐบาลไม่กระตุ้นเศรษฐกิจ บอกว่าจัดงบประมาณแล้วเก็บภาษีด้วยไม่ใช่กระตุ้นเศรษฐกิจนั้นไม่ใช่หากอ่านหนังสือเศรษฐศาสตร์ก็เห็นช
อย่างเรื่องเรียนฟรี เช็คช่วยชาติ เบี้ยยังชีพ เงินเหล่านี้นำไปหมุนเวียนเศรษฐกิจทั้งสิ้น ตนไม่ทราบว่าท่านไปอ่านตำราที่ไหน แต่ทั่วโลกเขาก็ทำกันอย่างนี้ อย่างรัฐสวัสดิการในแถบสแกนดินีเวียเขาก็ทำแบบนี้ทั้งสิ้น รัฐบาลกำลังปูทางไปสู่การยอมรับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิด้านพื้นฐานของประชาชน ตนตั้งใจว่าเงินงบประมาณเหล่านี้ใส่ไว้และเป็นโครงสร้างของงบประมาณต่อไป ซึ่งเงินงบประมาณเหล่านี้ก็จะไม่ผลักไปที่เงินกู้เพื่อสะท้อนว่าเป็นเงินที่ช่วยผู้ด้อยโอกาส และในช่วงยากลำบากที่สุดอย่างปีนี้ ตนก็ยังที่จะช่วยเหลือผู้คนเหล่านี้ต่อไป และจะใช้เงินกู้มากระตุ้นเศรษฐกิจในโครงการไทยเข้มแข็ง การคิดแบบนี้ประเทศจะหายนะ พังพินาศหรือ งบประมาณตัวหนึ่งตนแปลกใจมากที่ท่านโจมตีอย่างเสียหาย คืองบกลาง 3.8 หมื่นล้าน ที่บอกว่าจัดโดยไม่มีความละอาย แล้วทำไมตอนรัฐบาลของท่านจึงจัดงบกลางไว้ที่ 4.9 หมื่นล้าน แล้วไม่ดูหรือว่าเงินเหล่านี้ใช้เมื่อเกิดปัญหาฉุกเฉินจริงๆ
นายกฯ กล่าวว่า ที่บอกว่าตนพูดแต่เรื่องอนาคตไม่พูดเรื่องปัจจุบันนั้น ตนก็พูดไว้ชัดว่าระบบการแทรกแซงการเกษตรฯมันผิดเพี้ยนตั้งแต่ต้น มีการรับจำนำในราคาที่สูงกว่าตลาด เพราะรัฐบาลที่ผ่านมาได้ทำไว้ จนทำให้สินค้าล้นสต๊อกทับราคาตลาด เห็นได้ชัดอย่างเรื่องลำไย 3.4 พันล้านที่สร้างความเสียหายมาก แม้แต่ทำปุ๋ยยังไม่ได้ถือเป็นการเสียเปล่า อย่างการรับจำนำพืชการเกษตรตนคงไม่สามารถทิ้งกลางคันได้ ถ้าปิดโควต้ารับจำนำไปทั้งที่ข้าวเพิ่งสุกแล้วชาวนาจะทำอย่างไร ก็ต้องสานต่อ แต่ขณะเดียวกันรัฐบาลก็เริ่มระบบใหม่ ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้พูดอย่างทำอย่าง เราเดินหน้าทำความเข้าใจประชาชนอย่างต่อเนื่อง และต่อไปจะไม่มีการจำนำสูงกว่าราคาตลาดแน่นอน
ส่วนที่บอกว่าตนสับสนเรื่องรถเมล์เอ็นจีวีนั้น ตนเคยเป็นฝ่านค้านและเคยอภิปรายตอนที่โครงการนี้ผุดขึ้น และได้มีการทักท้วงจนส่งผลให้มีการถอดเรื่องนี้พร้อมให้พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯนำไปพิจารณาจนมีการปรับลดจาก 6,000 คันเป็น 4,000 คัน แต่ตัวเลขนี้ก็ยังเป็นที่โต้แย้งรัฐบาลจึงคิดว่าจะเดินหน้าเรื่องนี้อย่างไร จึงได้ตั้งโจทย์ว่าหากจะทำเรื่องนี้ต้องศึกษาอะไรบ้าง ต้องสอบถามประชาชน หากตนบอกว่าโครงการทุจริต ก็ต้องมอบให้ป.ป.ช.ตรวจสอบไม่ใช่ส่งให้สภาพัฒน์ฯ แต่ที่ส่งให้สภาพัฒน์เพื่อศึกษาให้รอบคอบ เรื่องนี้เราต้องเอาความจริงมาพูดกัน ส่วนเรื่องภาษีขณะนี้ยังไม่มีการเพิ่มภาษีน้ำมัน อย่างที่อ้างว่าของแพงปล่อยให้เงินเฟ้อติดลบความจริงก็ฟ้องอยู่แล้ว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า เรื่องยาเสพติด ตนยอมรับว่าวันนี้เป็นงานที่ตนไม่พอใจ จะต้องทำมากกว่านี้ แต่ไม่ใช่ว่าไม่จริงจัง ซึ่งปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาหนักหน่วงที่ต้องทำให้ดีกว่านี้และได้รับการร้องเรียนว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งตนยอมไม่ได้และต้องทำเรื่องนี้ให้ดีกว่านี้ ส่วนการหารายได้ ตนก็พูดมาตลอด และภายใต้ข้อจำกัดทางการเงินการคลังและเศรษฐกิจโลก ก็เป็นช่วงที่เราต้องรอเวลา ตนคงไม่ต้องถามท่านว่าพอใจหรือเปล่า เพราะถามตนเองก็ไม่พอใจ แต่เป็นช่วงที่เราต้องรอให้เศรษฐกิจดีขึ้น และตนจะไม่ท้าทายอะไรท่านและไม่พูดจาดูหมิ่นเหยียดหยาม



