ข่าว

สุข...เพราะลูกยิ้มนิยาม'พ่อ'แบบ'พาที'

สุข...เพราะลูกยิ้มนิยาม'พ่อ'แบบ'พาที'

07 ธ.ค. 2556

ขอเวลานอก : สุข...เพราะลูกยิ้ม นิยาม 'พ่อ' แบบ 'พาที' : เรื่อง...ชาญยุทธ ปะวะขัง / ภาพ...พาที สารสิน

 

                        "อย่ากังวลหากจะกอดลูก หอมแก้มลูกบ้าง ความรักเป็นสิ่งที่สำคัญมากระหว่างพ่อแม่ลูก เพราะฉะนั้นทำให้เต็มที่..."

 

                        บางครั้งความเก่งกาจด้านบริหารธุรกิจ หรือจัดการองค์กรชนิดต้องมอบโล่ให้ อาจไม่สามารถการันตีว่าคุณจะเป็นผู้นำครอบครัว หรือเป็น "คุณพ่อ" ที่สมบูรณ์แบบ เพราะของแบบนี้ต้องเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง ยิ่งเป็นคุณพ่อมือใหม่ด้วยแล้ว ยิ่งต้องเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและเข้าใจ ดังเช่นผู้ชายที่เพิ่งขยับฐานะจากคุณสามี มาเป็น "คุณพ่อ" ได้ระยะหนึ่งแล้ว อย่าง "ดุ๋ง" พาที สารสิน ซีอีโอขาลุยแห่งสายการบินนกแอร์ ค่อยๆ เรียนรู้นิยามคำว่า "พ่อ" ในแบบตัวเอง ขณะเดียวกันก็ไม่ลืมหยิบยกคำพ่อสอนมาถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น....

                        ภายใต้ "รังรัก" อันประกอบด้วย พ่อนก แม่นก "บี" ปิติภัทร และ "น้องดีดี" ภาพีร์ สารสิน ลูกนกวัย 7 เดือนเศษ ไม่มีวันไหนที่จะห่างหายจากความรักความอบอุ่นที่พ่อนกคนนี้มอบให้ โดย "พ่อนกดุ๋ง" มือใหม่หัดเลี้ยง (ลูก) เผยความรู้สึกในวันแสนสุขของเทศกาล "วันพ่อแห่งชาติ" ว่า การได้เป็นพ่อเป็นอะไรที่แปลกใหม่ หากแต่ความรักไม่ได้เกิดขึ้นในวินาทีแรก แต่เป็นลักษณะค่อยๆ ก่อตัวพร้อมๆ กับการเจริญเติบโตของเจ้าตัวน้อย เพราะฉะนั้นกว่า 7 เดือนที่ผ่านมานี้ ความรักจึงทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งชั่วโมงนี้ไม่อยากห่างลูกไปไหนไกล

                        "บางคนอาจไม่เข้าใจว่า เอ๊ะ...ลูกคลอดออกมาแล้วต้องรักเลยใช่ไหม จริงๆ ลูกคือคนคนหนึ่งที่เราต้องทำความรู้จักกับเขา และเขาเองก็ไม่เคยเห็นหน้าเราเหมือนกัน ตรงนี้เป็นการสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกขึ้นมา ทำให้เรานึกถึงพ่อของเราเหมือนกัน ทำให้เข้าใจลึกซึ้งว่าพ่อเป็นห่วงเรานะ ถึงต้องมีการพูดอยู่เสมอว่า "ต้องลองเป็นพ่อคนแม่คนก่อน ถึงจะเข้าใจความรู้สึกว่าพ่อแม่รักและห่วงเราแค่ไหน" ถึงจะมีทะเลาะกันบ้าง แต่ทุกอย่างก็ผ่านพ้นมาด้วยดีจนเราเติบใหญ่ วันนี้รู้ความจริงแล้วว่าทำไมพ่อถึงตีเรา เตือนเรา แล้วสิ่งเหล่านี้ก็วกกลับมาหาเรา" คุณพ่อมือใหม่ บอกด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข

                        จากการค้นพบความมหัศจรรย์นี้เอง ทำให้ไม่ว่าจะไปทำงาน หรือเล่นดนตรี เล่นกีฬาอย่างที่ชอบ พอว่างปุ๊บแอ็กทีฟแมนตัวจริงจะยิงตรงกลับบ้านเพื่อทำกิจกรรมกับลูกทันที โดยเฉพาะการอ่านหนังสือให้ฟังก่อนนอนทุกคืน เน้นหนังสือนิทาน หนังสืออ่านสนุกๆ มีเรื่องราวชวนคิด นอนอ่านให้ฟัง อธิบายแบบพ่อลูกคุยกัน จากที่ลูกนิ่งๆ เริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนอง ซึ่งช่วงเวลาแห่งความสุขนี้พาทีไม่ได้เก็บไว้คนเดียว แต่พร้อมเป็นมือขยันอัพรูปและเรื่องราวต่างๆ ให้แฟนคลับอินสตาแกรมได้ซึมซับด้วย

                        "ผมอ่านนิทานเป็นภาษอังกฤษให้ลูกฟังนะ เพราะอยากให้ลูกซึมซับเรื่องภาษาอื่นบ้างนอกจากภาษาไทยที่พูดกันอยู่แล้ว การที่ลูกได้คลุกคลีสองภาษาก็น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับเขา เพราะเด็กเวลาเกิดใหม่ๆ จะเปิดรับทุกอย่าง เราสามารถเลือกให้เขารับในสิ่งที่ดีมีประโยชน์ก็ตอนนี้ ลูกก็เหมือนผ้าขาวอยากให้เขาเป็นอย่างไรก็แต้มสีสันลงไป โชคดีด้วยที่น้องดีดีเลี้ยงง่าย ส่วนหนึ่งอาจเพราะพ่อแม่เป็นคนอารมณ์ดีเสมอ พอเราอารมณ์ดีเชื่อว่าลูกก็จะรับรู้อารมณ์ดีเข้าไปด้วย ผมเชื่อว่าเด็กทุกคนจะเป็นเด็กอารมณ์ดีหรือกระจองอแงสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยสำคัญ ถ้าเราปลูกฝังความดีให้เขา สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็จะเป็นเด็กอารมณ์ดี ซึ่งดีดีเป็นเด็กอารมณ์ดีมาก" พ่อนกอารมณ์ดี กล่าว

                        ดูเหมือนการใส่ใจด้านอารมณ์ความรู้สึก หรือ "อีคิว" เป็นสิ่งที่พ่ออย่าง "พาที" ให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการส่งเสริมสติปัญญา หรือ "ไอคิว" ซึ่งจ่าฝูงนกยิ้มยอมรับว่าตั้งแต่น้องดีดีลืมตาดูโลก มีเหตุการณ์ประทับใจมากมาย แต่คงไม่มีอะไรทำให้ชุ่มชื่นหัวใจได้เท่ากับวันที่ "ลูกยิ้ม" ครั้งแรกหลังจากคลอดมาได้ 11 วัน ถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของชีวิต  

                        "เขายิ้มให้เราดู เป็นอะไรที่ประทับใจมาก เวลาเรามีลูกนะ สิ่งที่น่าภาคภูมิใจที่สุดคือเวลาลูกยิ้ม คนเป็นพ่ออยากเห็นลูกยิ้มเท่านั้นเอง เหมือนว่าเราทำอะไรถูก ทำให้เขายิ้มได้ ตรงข้ามกันเวลาที่ลูกร้องเป็นอะไรที่เศร้าที่สุด บีบหัวใจที่สุด" และเหนือสิ่งอื่นใดเขาบอกกับตัวเองว่าวิธีเลี้ยงลูกในแบบพาที ถ้าลูกดื้อจะไม่ตี แต่จะทำทุกวิถีทางให้ลูกเรียนรู้จากพ่อ เพราะเชื่อว่าหลายๆ อย่างมาจากการกระทำ ลูกจะทำตามที่พ่อทำ ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำคือ พยายามเป็นแบบอย่างที่ดีเพื่อให้ลูกได้เรียนรู้ ที่สำคัญต้องใช้เหตุผลให้มาก ชี้ให้เห็นว่า ทำไมจึงทำแบบนั้นแบบนี้ไม่ได้ แต่ไม่ลบล้างคำพูดที่ว่า "รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี" เพราะนั่นเป็นมุมมองในยุคหนึ่งที่ใช้ได้ดี แต่พอมาใช้กับอีกยุคหนึ่งอาจได้ผลไม่เต็มที่!! 

                        ทั้งหมดทั้งมวลที่คุณพ่อยุคใหม่รายนี้พยายามวางรากฐานไว้ ก็ด้วยความรู้สึกนึกคิดของความเป็น "พ่อ" ที่พร้อมทำเพื่อลูก เพราะลูกคือสิ่งที่ทำให้ครอบครัวสมบูรณ์ เป็นจุดสานต่ออนาคต จากนี้จึงเข้าสู่โหมดสอนอะไรบ้าง แก้ไขอะไรบ้าง แต่ไม่บังคับลูก ให้ลูกมีโอกาสเติบโตอย่างอิสระ เน้นให้ความรู้เพื่อลดขั้นตอนการลองผิดลองถูก

                        "ทุกวันนี้ตื่นเช้ามาเจอลูกก่อนแล้วออกไปทำงาน ช่วงผมทำงานก็เป็นหน้าที่ของแม่ เสาร์-อาทิตย์ถึงจะอยู่กับลูกทั้งวัน ยุคนี้ที่บอกว่าเลี้ยงลูกลำบาก ห่วงไปซะทุกเรื่องคงไม่ได้ อย่างลูกเดินหกล้มร้องไห้ ถ้าเราโอ๋ตลอด เขาก็จะเป็นแบบนี้ตลอด เราต้องพยายามอย่าโอ๋ ใช้วิธีอื่นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ไม่งั้นอาจทำให้เขาอ่อนแอ ส่วนเรื่องโซเชียลเน็ตเวิร์กก็แล้วแต่เขา เป็นพฤติกรรมในยุคของเขา เพราะรุ่นนี้มีความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมตลอดเวลา สิ่งแรกที่พ่ออย่างผมไม่อยากเห็นคือ การที่ลูกๆ คลุกคลีกับโซเชียลมีเดียตั้งแบเบาะ เพราะจะทำให้เขาไม่มีการคุยกับคน แต่จะคุยกับเครื่องอย่างเดียว แล้วจะทำให้มีปัญหาเรื่องการเข้าหาคน ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นมือถือ ไอแพด จะไม่แนะนำให้ใช้ตั้งแต่เด็กๆ จนถึง 4 ขวบ

                        พ่อแม่จำเป็นต้องสร้างพฤติกรรมตั้งแต่เด็กให้เขาสามารถทนทานต่อสิ่งแวดล้อม สังคมจะน่ากลัวแค่ไหนถ้าเราเลี้ยงลูกให้มีความเข้มแข็งเขาก็จะยืนหยัดอยู่ได้ สำคัญพ่อแม่รุ่นใหม่อย่ากังวลหากจะกอดลูก หอมแก้มลูกบ้าง ความรักเป็นสิ่งที่สำคัญมากระหว่างพ่อแม่ลูก เพราะฉะนั้นทำให้เต็มที่ เหมือนผมได้รับการปลูกฝังมาเสมอระหว่างคุณพ่อ (อาสา สารสิน) กับผม คืออารมณ์ดี ใกล้ชิดกับลูก ให้ความสนิทสนม แล้วจะทำให้ครอบครัวอบอุ่น" พ่อนกหัวคิดทันสมัย แชร์ไอเดียเลี้ยงลูกให้ได้ดีต้องเริ่มจากที่บ้าน

                        ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสังคมจนบางครั้งคิดแล้วคิดอีกหากจะมีทายาทคนต่อไป แต่ท้ายที่สุดคุณพ่ออารมณ์ดีก็ใจแข็ง วางแผนอยากมีน้องสาวไว้เป็นเพื่อนเล่นลูกชายคนแรก ด้วยมีมุมมองปนขำ (เล็กๆ) ว่า ถ้ามีลูกสองคนแล้วทะเลาะกันพ่อก็จะเป็นกรรมการ แต่ถ้ามีลูกคนเดียวไม่พ้นกลายเป็นคู่ต่อสู้กันไปโดยปริยาย...เข้าใจคิด อิอิ