ข่าว

'พงศ์เทพ'ชี้'นายกฯม.7'ให้ดูพระราชดำรัส

'พงศ์เทพ'ชี้'นายกฯม.7'ให้ดูพระราชดำรัส

06 ธ.ค. 2556

'พงศ์เทพ' รับหนังสือแถลงการณ์เครือข่ายนักเรียนรัฐศาตร์แห่งประเทศไทย - โต้ 'สุเทพ' ขอ 'นายกฯมาตรา 7' ให้ดูพระราชดำรัส 'ในหลวง' ปี 2549

 

                        6 ธ.ค. 56  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 09.30 น.  นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี รับหนังสือแถลงการณ์เครือข่ายนักเรียนรัฐศาตร์แห่งประเทศไทย จาก 14 สถาบัน ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยรังสิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์ นำโดย นายปัณมาสน์ อร่ามเมือง เลขาธิการเครือข่ายฯ พร้อมตัวแทนนักเรียนรัฐศาสตร์ ประมาณ 20 คน นำฉันทามติจากการเสวนาโดยเสนอทางเลือกเพื่อนำไปสู่ทางออกของประเทศ 2 ประเด็น คือ 1. ในระยะเฉพาะหน้าให้มีการเจรจาโดยเปิดเผยให้เป็นที่รับรู้ของสาธารณะระหว่างรัฐบาล และฝ่ายผู้ชุมนุม เพื่อแสวงหาข้อตกลงร่วมกันและยอมรับผลที่เป็นไปได้ภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ถือเป็นความจำเป็นเร่งด่วน ในระยะที่การยุบสภาและลาออกยังไม่ใช่วิถีทางคืนอำนาจให้แก่ประชาชนที่เหมาะสมโดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่เป็นที่ยอมรับของฝ่ายชุมนุม และ 2. ในระยะยาว การปฏิรูปโครงสร้างทางการเมืองด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เปิดโอกาสให้ประชาชนกลุ่มต่างๆ มีพื้นที่ในการแสดงจุดยืนทางการเมืองอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน โดยจัดให้มีการลงประชามติภายหลังการแก้ไข ถือเป็นการลดเงื่อนไขแห่งความขัดแย้งที่จำเป็นได้อย่างยั่งยืน

                        โดยนายพงศ์เทพ กล่าวหลังรับหนังสือ ว่า รัฐบาลพยายามที่จะรวบรวมข้อเสนอหาทางออกให้กับประเทศเช่นเดียวกัน ซึ่งทางคณะรัฐศาสตร์เองย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่าสังคมประชาธิปไตยเมื่อมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันย่อมมีกลไกตามรัฐธรรมนูญ และมีทางออกตามแนวทางประชาธิปไตย ส่วนการตั้งสภาประชาชนนั้น หากรัฐธรรมนูญเปิดช่องไว้ก็สามารถทำได้

                        "ถ้าคุณคิดจะมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ คุณก็ต้องไปเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ส่วนสภาประชาชนหากจะให้มีอำนาจหน้าที่ทำอะไร ถ้ามีสภาฯ อีกส่วนหนึ่งขึ้นมาก็ต้องมีสภาฯ เยอะแยะไปหมดแบบนั้นหรือ"

                        ผู้สื่อข่าวถามว่าต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ก่อน เพื่อเปิดทางให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีสภาประชาชนใช่หรือไม่ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า เมื่อมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็สามารถแก้บทบัญญัติใดแห่งรัฐธรรมนูญก็ได้ โดยไม่มีความจำเป็นต้องแก้ไขมาตรา 291 แต่หากต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ก็ต้องแก้ไขมาตรา 291 ก่อน ซึ่งเรื่องดังกล่าวก็ไม่มีการระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ จึงต้องแก้ไขในส่วนนี้ก่อน

                        ส่วนการที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ระบุว่า นายกรัฐมนตรีพระราชทานตามมาตรา 7 เคยเกิดขึ้นมาก่อนในช่วงเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 นายพงศ์เทพ กล่าวว่า เหตุการณ์ในครั้งนั้น ยังคงใช้ธรรมนูญการปกครอง 2515 อยู่ จนกระทั่งมีการประกาศใช้ธรรมนูญ 2517 ซึ่งมายกเลิกหลักธรรมนูญ 2515 ที่มีการระบุว่านายกฯ จะต้องมีจากการแต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์ ดังนั้นในนายสัญญา ธรรมศักดิ์ จึงเป็นนายกฯ ตามหลักธรรมนูญ 2515 ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น ซึ่งไม่มีการกำหนดเงื่อนไขใดๆ เพียงแต่ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาตินำชื่อใครก็ได้ขึ้นทูลเกล้า ผู้นั้นก็จะได้เป็นนายกฯ แล้ว

                        เมื่อถามย้ำว่า หากมีการเสนอนายกฯ ตามมาตรา 7 ก็จำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยหรือไม่ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า หากจะเสนอนายกฯ มาตรา 7 ก็ขอให้ไปดูพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อวันที่ 25 เม.ย. 49 ที่ขณะนั้นมีการเสนอขอนายกฯ มาตรา 7 ด้วย อย่างไรก็ตามรัฐธรรมนูญได้มีการเขียนไว้ โดยรับรองเหตุการณ์ที่หลากหลายพอสมควร ซึ่งมาตรา 7 จะใช้ในกรณีที่รัฐธรรมนูญไม่ได้คาดไว้ ทั้งนี้มักเกิดขึ้นน้อยมาก หรือไม่เคยเกิดขึ้นเลย

                        นายพงศ์เทพ กล่าวถึงการจัดเวทีเชิงวิชาการเพื่อหาทางออกประเทศ ว่า จะมีการรวบรวมความคิดเห็นจากนักวิชาการ รวมทั้งเครือข่ายนักเรียนรัฐศาสตร์แห่งประเทศไทยในวันนี้ (6 ธ.ค.) จากนั้นตนจะเชิญเจ้าของความคิดมาหารือถึงรายละเอียด รวมทั้งกลุ่มอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีการปรับปรุงความคิด ซึ่งจะนำทางเลือกที่หลากหลายมาสู่สังคมเพื่อช่วยกันวิพากษ์วิจารณ์ และสุดท้ายจะได้ทางเลือกที่สมบูรณ์ที่สุด โดยขณะนี้นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม จะเป็นผู้รวบรวมความคิดเบื้องต้นก่อน และจะเป็นผู้คิดรูปแบบในการรวบรวมความคิดเห็นต่อไป เพราะขณะนี้มีเพียงข้อเสนอที่ยังไม่มีรายรายละเอียด ทั้งนี้รัฐบาลจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด

                        ทั้งนี้ สำหรับเวทีระดมนักวิชาการนั้นจะแตกต่างกับเวทีปฏิรูปการเมืองขแงรัฐบาล เพราะเวทีนี้เป็นการหาทางออกให้ประเทศไทยเฉพาะหน้า เป็นการจำกัดเฉพาะประเด็นนี้ ซึ่งจะใช้เวลากระชับ โดยจะรวบรวมข้อเสนอที่รับฟังแล้วอย่างสมบูรณ์มานำเสนอสังคมให้วิพากษ์ จากนั้นสังคมจะเห็นว่ามีทางเลือกอะไรบ้าง และคนส่วนใหญ่จะบอกได้ว่าทางไหนจะเป็นทางออกให้กับประเทศไทย เราไม่สามารถให้ทุกคนเห็นด้วยกับทางออกประเทศไทย แต่ถามว่าหากคนส่วนใหญ่เป็นทางออกที่ดี ประเทศไทยเราควรจะเดินไป หรือควรจะหยุดเฉยๆ ส่วนกรอบเวลาจะพยายามเร่งให้เร็วที่สุด

                        เมื่อถามว่าข้อเสนอดังกล่าวจะเป็นที่ยอมรับหรือไม่ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า หากสังคมส่วนใหญ่เห็นว่าสามารถเดินหน้าไปได้ก็จะทำ เพราะแน่นอนว่าไม่สามารถทำให้ทุกคนเห็นด้วยกับแนวทางได้