
นราฯฝนถล่มท่วมแล้ว4อำเภอเร่งอพยพปชช.
ฝนถล่มนราธิวาสติดกัน 5 วัน ทำให้น้ำล้นตลิ่งทะลักท่วม 4 อำเภอ เร่งอพยพประชาชนนับร้อย
5 ธ.ค.56 ภายหลังฝนตกลงมาอย่างหนักติดต่อกันเป็นเวลา 5 วันในพื้นที่จ.นราธิวาส ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. พบว่าฝนยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่องปกคลุมพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ โดยเฉพาะอำเภอที่อยู่ในสภาวะแวดล้อมที่เป็นป่าเขา มีฝนตกลงมาหนักสุดคือ อ.แว้ง และ อ.ศรีสาคร มีปริมาณน้ำฝนตกลงมาวัดได้ 223 มม. ส่งผลทำให้น้ำป่าบนเทือกเขาสันกาลาคีรี ซึ่งมีต้นกำเนิดในพื้นที่ อ.สุคิริน ได้ไหลทะลักผ่าน อ.แว้ง ลงมาสมทบกับปริมาณน้ำในแม่น้ำสุไหงโก-ลก และแม่น้ำบางนรา ซึ่งเป็น 2 ใน 3 ของแม่น้ำสายหลัก เกิดล้นตลิ่งและไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนของราษฏรตลอดแนวริมตลิ่งและที่ราบลุ่ม
ทั้งนี้ มีปริมาณน้ำท่วมขังสูงโดยเฉลี่ย 1-1.50 เมตร ทำให้ราษฏรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ 6 ชุมชน ประกอบด้วยชุมชนหัวสะพาน ชุมชนท่าโรงเลื่อย ชุมชนท่าประปา ชุมชนท่าบือเล็ง ชุมชนท่ากอไผ่และชุมชนท่าชมพู่ เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ประมาณ 120 ครัวเรือน ซึ่งเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ต้องใช้เรือพายเป็นพาหนะ และเจ้าหน้าที่ได้เร่งอพยพชาวบ้านจาก 6 ชุมชน จำนวน 137 คน มาอาศัยอยู่ที่ศูนย์อพยพใต้อาคารเรียนของโรงเรียนเทศบาล 4 เป็นการชั่วคราว
นอกจากนี้ ยังส่งผลทำให้ราษฏรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.แว้ง จำนวน 4 ตำบล คือ ตำบลแว้ง กายูคละ โล๊ะจูดและแม่ดง รวม 17 หมู่บ้าน ก็มีสภาวะน้ำท่วมขังบ้านเรือนและพื้นที่ทางการเกษตรของราษฏร โดยมีน้ำท่วมขังสูงโดยเฉลี่ย 50-60 ซม. ถนนหนทางในหมู่บ้านถูกน้ำท่วมขัง 16 สาย แต่ส่วนใหญ่รถทุกชนิดยังพอสามารถสัญจรไปมาได้บ้างเป็นจุดๆ
ส่วนอำเภอระแงะและรือเสาะ ก็ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้เช่นกัน โดยมีบ้านเรือนและพื้นที่ทางการเกษตรของราษฏรที่ปลูกสร้างอยู่ในที่ราบลุ่มของ ต.ตันหยงมัส และต.บาโงสะโต อ.ระแงะ รวมถึง ต.รือเสาะ ช่วงบริเวณบ้านท่าเรือ ม.1 มีราษฏรได้รับความเดือดร้อน จำนวนกว่า 30 ครัวเรือน โดยมีปริมาณน้ำท่วมขังสูงโดยเฉลี่ย 40-50 ซม. ถนนบางสายในหมู่บ้านถูกน้ำท่วมขังจนยานพาหนะทุกชนิดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามหากสภาวะฝนยังไม่หยุดตกในระยะนี้ จะส่งผลทำให้เกิดสภาวะน้ำท่วมเป็นวงกว้างอีก
น้ำท่วมเขตเทศบาลนครสงขลาหลายจุด-เร่งระบาย
วันเดียวกันได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักในเขตเทศบาลนครสงขลาและยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง จากอิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้ ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมชายฝั่งประเทศมาเลเซีย ทำให้ภาคใต้บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ตรัง และสตูล มีฝนตกหนักถึงหนักมาก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายและผลกระทบจากฝนตกหนัก ส่วนบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กในอ่าวไทย ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ไว้ด้วย
สำหรับในเขตเทศบาลนครสงขลาถนนหลายสายถูกน้ำท่วมแล้ว เนื่องจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้น้ำระบายไม่ทันเข้าท่วมถนนหลายจุดและท่วมบ้านเรือนประชาชนด้วย ทางเทศบาลนครสงขลาต้องระดมเจ้าหน้าที่ทั้งหมดออกทำการช่วยเหลือประชาชนและเปิดเครื่องสูบน้ำที่มีอยู่ทุกจุดเร่งระบายน้ำออกลงสู่ทะเลสาบสงขลา เพื่อลดระดับน้ำในเขตเทศบาลนครสงขลาโดยเร็ว และปัญหาในขณะนี้น้ำทะเลหนุนสูงเข้าท่วมถนนตามท่าเรือต่างๆริมทะเลสาบแล้ว
อีกทั้งสภาพอากาศในขณะนี้ยังคงมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องและคาดว่าตลอดคืนจะมีฝนตกลงมาตลอดทั้งคืน ทำให้ชาวนครสงขลาผวา หวั่นจะประสบกับปัญหาน้ำท่วมหนักเหมือนเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2553 ที่ผ่านมา
----------------------------------------
(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)



