ข่าว

กกต.เตรียมฟัน32ส.ว.ถือหุ้นสัมปทานรัฐพรุ่งนี้

กกต.เตรียมฟัน32ส.ว.ถือหุ้นสัมปทานรัฐพรุ่งนี้

17 มิ.ย. 2552

“สดศรี” จี้ ผบ.ตร. เร่งสอบ ผู้การสกลฯไม่ให้ความร่วมมือ หากไม่ได้รับคำตอบเตรียมขอทหารคุมเลือกตั้ง

(17 มิ.ย.) นางสดศรี สัตยธรรม กกต. ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวว่าในการประชุม กกต. วันพรุ่งนี้ ( 18 มิ.ย.)จะมีการพิจารณากรณี นาย ศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย ร้องขอให้ กกต. วินิจฉัยคุณสมบัติ ส.ว. 32 คน ที่ถือหุ้นสัมปทานรัฐ ว่าเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 265 จนเป็นเหตุให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลงหรือไม่ เรื่องดังกล่าวประธานกกต. ได้สั่งให้บรรจุเป็นวาระพิจารณาในวันที่ 16 มิ.ย. ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากเลขานุการของอนุกรรมการสอบสวนไม่สามารถจะย่อรายงานผลสรุปของอนุกรรมการฯและที่ปรึกษากฎหมายของ กกต.ได้ ซึ่งในการประชุมกกต.วันนี้ก็ได้สอบถาม โดยทางเลขาฯอนุฯก็ยืนยันว่าจะสามารเสนอต่อที่ประชุม และมาชี้แจงได้

 นางสดศรี ยังกล่าวอีกว่า กรณีการถือครองหุ้นที่เป็นคู่สัญญาหรือสัมปทานของรัฐมีการร้องเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยกกต.ได้ตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณารวมสามชุด 1.พิจารณาคุณสมบัติ ส.ส. 2 .พิจารณาคุณสมบัติ ส.ว. และ 3. พิจารณาคุณสมบัติของรัฐมนตรี แต่คณะของ ส.ว. ทำเสร็จตั้งแต่เดือน เม.ย. ที่ผ่านมาโดยในสำนวนจะมีการสอบปากคำส.ว. ที่ถูกกล่าวหาทั้งหมด มีผลของการไปขอข้อมูลจากบริษัทที่ส.ว. ถูกกล่าวหาว่าถือครองหุ้นอยู่ มีการขอหลักฐานการจดทะเบียนบริษัทดังกล่าวกับกรมทะเบียนการค้า ซึ่งถือว่ามีรายละเอียดที่ชัดเจน และเมื่อเข้าสู่การพิจารณาในครั้งที่แล้ว กกต. เห็นว่า เสียงของอนุกรรมการแบ่งเป็นสองฝ่ายในประเด็นข้อกฎหมาย ดังนั้นเพื่อความรอบคอบจึงส่งเรื่องให้ที่ปรึกษากฎหมายไปพิจารณาว่าเจตนารมณ์ของมาตรา 265 เกี่ยวกับการถือครองหุ้นเป็นอย่างไร ดังนั้นการพิจารณาวันพรุ่งนี้จึงไม่จำเป็นต้องนำสำนวนกลับไปศึกษาและสามารถวินิจฉัยได้เลย

 นางสดศรี กล่าวต่อว่า หากกกต.วินิจฉัยว่าการถือครองหุ้นของ ส.ว. ขัดรัฐธรมนูญ ก็จะเร่งยกร่างคำวินิจฉัยเพื่อเสนอไปยังประธานรัฐสภาเพื่อให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยโดยเร็ว แต่ทั้งนี้ส.ว. ที่กกต.อาจจะชี้ว่าผิดก็ไม่จำเป็นต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ส.ว. ที่ถูกกล่าวหายืนยันว่าถือหุ้นก่อนเข้าดำรงตำแหน่ง และเป็นหุ้นที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ และการถือหุ้นไม่มีจำนวนมากจนสามารถเข้าไปบริหารจัดการจะถือว่ามีความผิดหรือไม่ นางสดศรีกล่าวว่า มาตรา 265 ใช้คำว่าห้ามมิให้ถือครองหุ้นที่เป็นคู่สัญญาสัมปทานกับรัฐ ไม่ได้เขียนว่าก่อนหรือหลัง และในฐานะที่ตนเป็นสสร. จำได้ว่าตอนยกร่างมาตรานี้มีเจตนาว่าการจะเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเรื่องสำคัญไม่ควรมีผลประโยชน์ทับซ้อนใดๆทั้งสิ้น ซึ่งผู้ดำรงตำแหน่ง จะไปถือหุ้นอะไรเหล่านี้

  "ตอนยกร่างเราพูดกันว่าไม่ให้มีผลประโยชน์ทับซ้อนอะไรทั้งสิ้น โดยที่ไม่ได้คิดไปลึกกว่านั้นว่าถือก่อนหลัง หรือถือแล้วต้องไม่มีอำนาจในการบริหาร หรือถือมากจนมีอำนาจในการบริหารจนมีการพูดว่าคนที่จะเข้ามาตัวเปล่าเล่าเปลือยเลยใช่หรือไม่ เพราะหากจะลึกกว่านั้นต้องเขียนในกฎหมายลูก เมื่อเกิดปัญหาในลักษณะนี้สมควรหรือไม่ที่จะให้ศาลวินิจฉัยเป็นบรรทัดฐาน " นางสดศรีกล่าว

 นางสดศรี ยังกล่าวอีกว่า ประเด็นที่กกต.จะพิจารณาก็จะดูเรื่องตัวหุ้นเป็นหลัก ซึ่งในรายงานของอนุกรรมการก็แยกประเภทของหุ้นเอาไว้แล้วว่าส.ว. คนใดถือหุ้นอะไร และหุ้นตัวใดถือว่าเข้าข่ายเป็นคู่สัญญากับรัฐ ส่วนประเด็นถือก่อนและหลังนั้นกกต.จะวินิจฉัย แต่ทั้งนี้ผู้ร้องได้นำข้อมูลเรื่องการถือหุ้นมากจากการรายงานบัญชีทรัพย์สินของส.ว.ที่แจ้งต่อปปช. และเมื่อเรียกผู้ถูกกล่าวหามาชี้แจงต่างก็ยืนยันว่าจนปัจจุบันก็ถือครองหุ้นนั้นอยู่

 เมื่อถามต่อว่าการวินิจฉัยของกกต.ในวันพรุ่งนี้จะทำให้ถูกด่าจนหูชาหรือไม่ นางสดศรีกล่าวว่า มาใหม่ๆถูกด่าก็รู้สึก แต่ตอนนี้เริ่มชินแล้ว ในเมื่อเขาออกหมายจับเราได้ ทำไมเราจะออกหมายจับเขาไม่ได้

 รายงานข่าวแจ้งว่า ในชั้นของอนุกรรมการฯเบื้องต้นมีเสียงแตกเป็นสามต่อสอง โดยเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าหากถือมาก่อนนั้นไม่ผิด กกต.จึงส่งเรื่องให้คณะที่ปรึกษากฎหมาย โดยคณะที่ปรึกษากฎหมายมองว่าไม่ว่าจะก่อนหรือหลังก็ขัดรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น และที่ผ่านมากกต.ก็มักจะเชื่อที่ปรึกษากฎหมายเพราะเป็นนักกฎหมายที่มาจากคนภายนอก

“สดศรี”จี้ ผบ.ตร.เร่งสอบผู้การสกลฯไม่ให้ความร่วมมือ

 นางสดศรี ยังกล่าวถึงกรณี พล.ต.ต.อุดม จำปาจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สกลนคร มีคำสั่งถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่จ.สกลนครไม่ให้ความร่วมมือตามที่กกต.ร้องขอว่า เรื่องนี้ทางผบ.ตร.จะดำเนินการสอบสวนผู้ใต้บังคับบัญชาว่ามีเหตุผลอะไรที่ไม่ให้ความร่วมมือกับกกต. ส่วนจะลงโทษทางวินัยหรือไม่เป็นเรื่องที่ผบ.ตร.จะดำเนินการ เพราะกกต.ไม่มีอำนาจที่จะไปให้คุณและให้โทษ หรือเอาผิดได้ เพราะการดำเนินการดังกล่าวจะถือได้ว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ที่กฎหมายบอกว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องให้ความร่วมมือกับกกต. ทั้งนี้ กกต.อยากทราบคำตอบของ ผบ.ตร.ให้เร็วที่สุดในวันเลือกตั้งจริง จะให้ความร่วมมือกับกกต.ในเรื่องของการดูแลความเรียบร้อยได้หรือไม่ หากยังไม่มีคำตอบมา ตนจะประสานทางทหารมาดูแลการจัดการเลือกตั้งแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจ

 “เรื่องนี้ผบ.ตร.จะต้องไปดูผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ กกต.ไม่มีอำนาจลงโทษแต่ผู้บังคับบัญชา สามารถลงโทษได้ จึงถือว่าการกระทำดังกล่าวฟ้องผบ.ตร.ไปในตัว เพื่อในอนาคตจะได้ไม่มีเหตุการณ์แบบนี้อีก ส่วนจะเป็นสาเหตุการเมืองหรือไม่ก็น่าจะบอกกันตรงๆ และจะมีเรื่องอิทธิพลการเมืองหรือไม่ดิฉันไม่อยากพูดถึง” นางสดศรี กล่าว

 นางสดศรี กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นกลาง ไม่ใช่เป็นกลางโดยไม่ทำงาน ภารกิจหน้าที่มีอย่างไรควรทำไปตามนั้นต้องกล้าจัดการ และตำรวจต้องปกป้องทรัพย์สินของทางราชการด้วย หากเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ทำกกต.คงต้องประสานทหารให้มาดูแลแทน แต่ความเป็นจริงแล้วตนเห็นว่าหากเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถให้ความร่วมมือได้ ทางผบ.ตร.ก็น่าจะสั่งตำรวจจากกองปราบให้ลงพื้นที่ดูแลการจัดเลือกตั้ง

 เมื่อถามว่า มีกระแสว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐเกรงจะถูกโยกย้ายได้หากไม่เป็นที่ถูกใจของนักการเมืองจึงไม่สามารถให้ความร่วมมือกับกกต.ได้ นางสดศรี กล่าวว่า ตนยังไม่เคยได้รับรายงาน แต่ความรู้สึกในใจของคนบังคับกันไม่ได้ และความรู้สึกในใจของคนอึดอัดหรือไม่ แต่เมื่อมีหน้าที่แล้วต้องทำให้ได้ แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐเกรงกลัวอำนาจทางการเมืองและยังห่วงอนาคตทางการเมืองของตนเองแล้วต่อไปเราก็จะทำอะไรไม่ได้ แต่ทั้งนี้ ตั้งแต่รับหน้าที่ กกต. มีขอย้ายตัวเองออกนอกพื้นที่มีปลัดอำเภอขอย้ายออกเพียง 1 คนเท่านั้น ซึ่งทางกกต.ได้ประสานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ทั้งนี้เราไม่มีอำนาจในการสั่งการอะไรได้ อีกทั้งเมื่อถึงวันเลือกตั้ง รัฐบาลต้องให้ความมั่นใจกับเจ้าหน้าที่และข้าราชการเมื่อปฏิบัติหน้าที่ให้ทำงานด้วยความเป็นกลาง แต่ถ้ามีรัฐมนตรีใช้ตำแหน่งหน้าที่ลงไปในทางมิชอบ รัฐบาลต้องมีหน้าที่ดูแล

 นางสดศรี กล่าวว่า ในวันที่ 18 มิถุนายนนี้กกต.จะมีการประชุมทางไกลกับกกต.จว.สกลนคร ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ซึ่งเตรียมความพร้อมการเลือกตั้ง ส.ส.สกลนคร เขต 3 ที่จะมีขึ้น โดยจะมีการสอบถามปัญหาในพื้นที่ว่าจะมีอุปสรรคปัญหาในการจัดการเลือกตั้งหรือไม่