ข่าว

พท.หอบหลักฐานทุจริตยื่นกกต.ตรวจเลือกตั้งล่วงหน้าเพิ่ม

พท.หอบหลักฐานทุจริตยื่นกกต.ตรวจเลือกตั้งล่วงหน้าเพิ่ม

17 มิ.ย. 2552

พท.หอบหลักฐานทุจริต สกลฯยื่น กกต. ชี้รถขนคนป้ายทะเบียนบุรีรัมย์ แถมมีหักหัวคิวชาวบ้าน

(17มิ.ย.) นายพิชา วิจิตรศิลป์ ประธานชมรมกฎหมายภิวัฒน์แห่งประเทศไทย และเครือข่ายฯ ในฐานะตัวแทนของพรรคเพื่อไทย เดินทางเข้ายื่นหลักฐานเพิ่มเติม กรณีที่ให้กกต.ตรวจสอบการเลือกตั้งซ่อมล่วงหน้าเขต 3 จ.สกลนคร ที่อาจมีการทุจริตเลือกตั้งและซื้อสิทธิ์ขายเสียง โดยนำหลักฐานเป็นภาพถ่ายและซีดีที่บันทึกภาพการจัดงานวันเกิดของนายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รมว.มหาดไทย ที่จ.สกลนคร และภาพการจัดงานสัมมนาและลงพื้นที่ของพรรคภูมิใจไทยมายื่นให้กกต.

 นายพิชา กล่าวอีกว่า หลังจากที่ตนลงพื้นที่ไปตรวจสอบการเลือกตั้งล่วงหน้า วันที่ 13 - 14 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยเฉพาะที่ อ.สว่างแดนดิน ได้พบพฤติกรรมมีการขนคนมาลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า โดยมีสิ่งผิดสังเกตหลายอย่าง เช่น รถที่ใช้ขนคนมาลงคะแนน ติดป้ายทะเบียนจ.บุรีรัมย์ แทนที่จะเป็น จ.สกลนคร ใบขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า(ทก.1) มีบุคคลคอยควบคุมประชาชนในการเขียนแบบฟอร์ม อีกทั้งมีการระบุเหตุผลที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันจริงได้เหมือนกันทุกใบ นอกจากนี้ ผู้ที่มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าส่วนใหญ่จะมีอายุ 55 ปีขึ้นไป จึงขอตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดบุคคลดังกล่าวจึงไม่สามารถอยู่ในพื้นที่ในวันเลือกตั้งจริงได้

 “การลงพื้นที่ครั้งนี้ยังพบความขัดแย้งระหว่างผู้ที่ขนชาวบ้านมาลงคะแนนกับชาวบ้านที่มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เนื่องจากมีการหักหัวคิวจากหัวละ 500 บาท เหลือหัวละ 250 บาท หรือที่เรียกว่าผีถึงป่าช้า ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมได้รวบรวมพยานหลักฐานและพาผู้สมัครที่ไม่ได้กระทำผิดไปร้องเรียนกับทาง กกต.จว.ไว้เป็นหลักฐานแล้ว ” นายพิชา กล่าว

 นายพิชา กล่าวต่อว่า ตนเชื่อว่าการเลือกตั้งล่วงหน้าครั้งนี้ไม่สุจริตโปร่งใส โดยพฤติกรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้นน่าจะเกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่บ่งชี้เช่นนั้น ไม่ว่าจะเป็นการที่พรรคภูมิใจไทยไปจัดสัมมนาใกล้กับพื้นที่เลือกตั้ง หรือการจัดงานวันเกิดให้นายชวรัตน์ที่มีการเกณฑ์กำนันและผู้ใหญ่บ้านจากพื้นที่เขต 3 มาร่วมงาน ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นการท้าทายอำนาจกกต.เป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามหลักฐานที่นำมายื่นเพิ่มเติมน่าจะเพียงพอต่อการให้ใบแดงกับผู้สมัครที่ทำการทุจริตก่อนถึงวันเลือกตั้งจริงได้ และอาจจะนำไปสู่การพิจารณาให้การเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผ่านมาเป็นโมฆะ