
ไว้วางใจ'นายกฯ'ฝ่ายค้านสู้ต่อนอกสภา!
ฝ่ายค้าน 'ยูเครน' ยืนกรานสู้ต่อไป บีบ 'ปธน.' ลาออก หลังไม่สามารถโค่นรัฐบาลด้วยมติไม่ไว้วางใจ
4 ธ.ค. 56 ฝ่ายค้านยูเครนยืนยัน จะปักหลักชุมนุมต่อสู้ต่อไป เพื่อกดดันให้ประธานาธิบดีลาออก หลังจากนายกรัฐมนตรีรอดพ้นการลงมติไม่ไว้วางใจ ขณะที่ประธานาธิบดี ทิ้งปัญหาในบ้านชั่วคราวไปเยือนจีน
บรรยากาศทางการเมืองในยูเครนตึงเครียดยิ่งขึ้น โดยผู้ประท้วงขู่จะปิดล้อมทำเนียบประธานาธิบดี หลังประธานาธิบดีวิคเตอร์ ยานูโควิช เดินทางไปประเทศจีน โดยมีกำหนดเยือนถึงวันศุกร์ เพื่อเจรจาเรื่องเงินกู้ และการลงทุนที่จะทำให้ประเทศหลุดพ้นจากวิกฤติหนี้ และนายกรัฐมนตรี มิคโคลา อาซารอฟ ประกาศว่า คณะรัฐมนตรีจะประชุมประจำสัปดาห์ที่ทำเนียบรัฐบาลในวันนี้ ทำให้คาดว่าจะเกิดการประจัญหน้ากับผู้ประท้วงที่ปิดทางเข้าทำเนียบมาตั้งแต่วันจันทร์
รัฐบาลของนายอาซารอฟ เพิ่งรอดพ้นการลงมติไม่ไว้วางใจในรัฐสภาเมื่อวานอย่างง่ายดายตามคาด เพราะมีเสียงมากกว่าฝ่ายค้าน แม้ว่าฝ่ายค้านจะให้เหตุผลในการลงมติไม่ไว้วางใจครั้งนี้สืบเนื่องจากรัฐบาลระงับการลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางการเมืองและเศรษฐกิจกับสหภาพยุโรป หรือ อียู ทั้งๆ ที่ประเทศรอคอยมายาวนาน และยังใช้กำลังรุนแรงปราบปรามผู้ประท้วงที่ออกมาชุมนุมคัดค้านการตัดสินใจดังกล่าวของรัฐบาล แต่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศในที่ประชุมสภา กล่าวขอโทษต่อประชาชนที่ตำรวจใช้ความรุนแรงกับผู้ประท้วง และยืนยันจะสอบสวนอย่างละเอียด
และหลังการลงมติดังกล่าว ผู้ประท้วงราว 5,000 คน เดินขบวนไปยังทำเนียบประธานาธิบดี ก่อนเคลื่อนขบวนไปสมทบกับผู้ชุมนุมในบริเวณจตุรัสอินดิเพนเดนซ์
นอกจากนี้แกนนำฝ่ายค้านเรียกร้องให้ชาวยูเครนออกมาเดินขบวนครั้งใหญ่ต่อไป และเรียกร้องให้ประธานาธิบดียานูโควิช ลงนามในคำสั่งปลดรัฐบาลของนายอาซารอฟ และจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนด รวมทั้งเรียกร้องให้ประธานาธิบดียานูโควิชา ลาออกด้วย เพื่อหลีกเลี่ยงการนองเลือดในประเทศ หลังการใช้กำลังปราบปรามผู้ประท้วงช่วงสุดสัปดาห์ทำให้มีผู้บาดเจ็บเกือบ 200 คน ขณะเดียวกันแกนนำยังประกาศให้ผู้ชุมนุมปิดล้อมทำเนียบอย่างสันติต่อไปเพื่อไม่ให้คณะรัฐมนตรีทำงานได้
ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า ผู้ประท้วงจะมีความมุ่งมั่นปักหลักประท้วงได้ยาวนานแค่ไหนในขณะที่ฤดูหนาวกำลังมาเยือนและใกล้ถึงวันหยุดยาว และการที่ประธานาธิบดีเดินทางเยือนจีน แสดงให้เห็นว่าเขาพยายามถ่วงเวลา
-----------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



