
'เติ้ง'แนะ!รัฐดู'ญี่ปุ่น'ยุบสภาแก้วิกฤติ
'บรรหาร' นำ 15 อดีตกก.บห.ชท.ตบเท้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนาแล้ว แนะ'รัฐ'มองแนวทางแก้ปัญหาจากรัฐบาลญี่ปุ่นยุบสภาแก้วิกฤติ
4 ธ.ค.56 นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย พร้อมด้วยอดีตกรรมการบริหารพรรคชาติไทยที่ถูกตัดสิทธทางการเมือง จำนวน 14 คน อาทิ นายประภัตร โพธสุธน, น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา, นายนิกร จำนง, นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล, นายจองชัย เที่ยงธรรม เข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคชาติไทยหลังจากพ้นการตัดสิทธิทางการเมือง เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีนายธีระ วงศ์สมุทร หัวหน้าพรรค พร้อมด้วย ส.ส.และสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนาร่วมต้อนรับอย่างอบอุ่น
ผู้สื่อข่าวรายงานหลังการสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคแล้วเสร็จนายบรรหาร ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองว่า หากนักการเมืองยึดแนวทางสายกลางได้ ปัญหาจะไม่เกิด ส่วนข้อเสนอของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ให้มีการยุบสภาฯ หรือตั้งสภาประชาชนเพื่อปฏิรูปประเทศ ตนไม่สามารถให้คำตอบได้ว่า จะเป็นทางสายกลางเพื่อแก้ไขความขัดแย้งปัจจุบันหรือไม่ แต่อยากให้พิจารณาถึงแนวทางแก้ปัญหาชาติ โดยนำตัวอย่างจากรัฐบาลประเทศญี่ปุ่นที่ใช้การยุบสภาเพื่อแก้ปัญหาชาติมาพิจารณา อย่างไรก็ตาม ตนยังเชื่อว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะไปได้ แต่จะครบเทอม 4 ปีหรือไม่ ตนตอบไม่ได้เพราะเป็นเรื่องของอนาคต
"สิ่งที่เกิดขึ้นผมมองเป็นเพียงแค่การพักรบ หลังวันที่ 5 ธ.ค. สถานการณ์คงจะมีอะไร แต่ผมตอบไม่ได้ว่าจะรุนแรงหรือไม่ ส่วนข้อเสนอให้รัฐบาลยุบสภา และขอพระราชทานนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 7 นั้น ผมว่าไม่ควร เพราะจะไปรบกวนเบื้องยุคลบาท ส่วนข้อเสนอให้นำคนดีมาบริหารประเทศ ตามการเสนอของคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำกปปส.นั้น ผมมองว่าในโลก หรือประเทศนี้ไม่มีคนดี 100 เปอร์เซ็นต์ แต่หากจะหาคงต้องเอาคนที่เลวน้อยที่สุด ส่วนคนดีของนายสุเทพจะเป็นแค่จินตนาการหรือไม่ ไม่ขอวิจารณ์ เพราะผมกับคุณสุเทพก็เพื่อนกัน" นายบรรหาร กล่าว
นายบรรหาร ยังปฏิเสธที่จะเสนอแนวทางการแก้ไขความขัดแย้งหรือแนวทางปรองดองของสังคม ระบุว่า ตนไม่มีบารมีมากพอที่ใครจะมารับฟัง นอกจากนั้นสถานการณ์การเมืองขณะนี้ไม่เหมาะสมจะให้ความเห็น เพราะกังวลว่า จะมีม็อบไปปิดล้อมบ้านพักเหมือนการชุมนุมรอบที่ผ่านๆ มา ส่วนการเตรียมการเลือกตั้งรอบต่อไป ตนจะให้สัมภาษณ์อีกครั้งช่วงปลายเดือนธันวาคม ขณะที่ การทำงานการเมืองหลังจากนี้จะเป็นไปภายใต้พรรคชาติไทยพัฒนาที่มีนายธีระเป็นหัวหน้าพารค โดยจะไม่มีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคอย่างแน่นอน



