
จับตาการเมืองกระทบสินเชื่อโต
สวัสดีเศรษฐกิจ : สินเชื่อน่าจะโตได้เพียงใดนั้น ต้องจับตาผลกระทบจากความไม่ลงตัวทางการเมือง : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร
จากข้อมูลข่าวสารระบุว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ประเมินว่าการเติบโตของสินเชื่อในปี 2557 น่าจะเติบโตได้ในระดับ 6-7% ซึ่งการขยายตัวสินเชื่อ ระดับนี้เทียบกับก่อนหน้ากว่า 10% ถือว่าเป็นอัตราปกติ สมเหตุสมผลตามภาวะเศรษฐกิจจริงที่เกิดขึ้น อีกทั้งขณะนี้ก็เริ่มคลายความกังวลเสถียรภาพการเงินได้ระดับหนึ่งและจากการที่ปี 2556 สถาบันการเงินสามารถปล่อยสินเชื่อเติบโตได้ในระดับ 9% เทียบช่วงต้นปีประเมินไว้ 14% ซึ่งก็เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงตามการชะลอตัวลงของภาคธุรกิจหรือสินเชื่อธุรกิจ และสินเชื่อ SME
ขณะเดียวกันคุณภาพสินเชื่ออุปโภคบริโภคหรือสินเชื่อรายย่อยก็มีแนวโน้มด้อยลงมา กล่าวคือตัวเลขสัดส่วนสินเชื่อค้างชำระเกิน 1 เดือนต่อสินเชื่ออุปโภคบริโภค ณ สิ้นไตรมาส 3 ของปีนี้อยู่ที่ 5.4% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนที่อยู่ในระดับ 5.2% โดยเป็นผลมาจากคุณภาพของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ที่ด้อยลงเป็นหลัก สำหรับสัดส่วนสินเชื่อค้างชำระเกิน 1 เดือนต่อสินเชื่อรวมยังคงทรงตัวอยู่ที่ระดับ 4.4% บทสรุปสะท้อนในข้อมูลที่ว่า
ข้อที่ 1 "ปี 2557 นั้นมองว่าการเติบโตของสินเชื่อจะขยายตัวได้ที่ระดับ 6-7% เนื่องจากเศรษฐกิจในปัจจุบันมีแนวโน้มชะลอการเติบโตต่อเนื่อง ทำให้สินเชื่อมีการชะลอตัวไปด้วย ซึ่งการเติบโตของสินเชื่อปีหน้ามีการชะลอลงจากปีนี้ แต่หากดูจากศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจในปีหน้านั้น ไทยมีศักยภาพที่จะเติบโตได้ 4% หากเพิ่มเงินเฟ้อไปอีก 2% อยู่ที่ 6% ก็จะดูว่าการเติบโตของสินเชื่อกับเศรษฐกิจอยู่ในระดับเดียวกัน" คำกล่าวของท่านผู้ว่าการที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ ที่ได้มีการรายงานออกมา
ข้อที่ 2 ขณะเดียวกันภาวะการเมืองในขณะนี้ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง หากจบในเวลาอันสั้นก็อาจจะมีผลต่อการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2557 ไม่มาก หรือทางการอาจจะมีแผนสำรองด้วยการตั้งงบประมาณกลางปีแทน หากโครงการนอกงบประมาณต่างๆ ยังมีปัญหาอยู่ ส่วนของ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน ธปท.ประเมินว่าจะสามารถเบิกจ่ายเม็ดเงินได้ 5 หมื่นล้านบาท ฉะนั้นบทบาทภาคการคลังจะช่วยผลักดันเศรษฐกิจคงมีไม่มากนัก
ในมุมมองของนายธนาคารเอกชนในเรื่องปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองนั้น ท่านกล่าวว่า "หวังว่าในที่สุดจะหาข้อสรุปร่วมกันได้ เนื่องจากในสภาวะที่เป็นอยู่อย่างนี้ทำให้เกิดความไม่แน่ใจในการใช้จ่ายและการลงทุนก็จะชะลอไปด้วยเพราะรู้สึกถึงความไม่แน่นอน ขณะที่ต่างชาติก็มีความกังวลและเป็นห่วงเรื่องหนี้ครัวเรือน และหนี้ของภาครัฐ ธนาคารที่ท่านสังกัดซึ่งเป็นธนาคารใหญ่ ตั้งเป้าหมายการโตของสินเชื่อปีหน้า 2557 ไว้ที่ 9% โดยสินเชื่อหมุนเวียนเพื่อการค้าอาจจะมีการหดตัวลงบ้างตามเศรษฐกิจที่ชะลอ การสต๊อกสินค้าต่างๆ ก็อาจชะลอลงไป รวมถึงการลงทุนก็เช่นกัน แต่กลุ่มที่ยังขยายตัวได้คือธุรกิจที่ไปขยายตัวในต่างประเทศ"
----------------------
(สวัสดีเศรษฐกิจ : สินเชื่อน่าจะโตได้เพียงใดนั้น ต้องจับตาผลกระทบจากความไม่ลงตัวทางการเมือง : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)



