
"อภิสิทธิ์"เยือนสิงคโปร์-จีนสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน
อภิสิทธิ์ พร้อมคณะ เตรียมเยือนสิงคโปร์ 22มิ.ย.และจีน 24-27 มิ.ย.นี้ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น กระชับความสัมพันธ์ สร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งภาครัฐ-เอกชน
นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เเถลงข่าวการเดินทางไปต่างประเทศของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและคณะว่า นายกฯเเละคณะจะเดินทางไปเยือนสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 22 มิ.ย.ซึ่งการเดินทางครั้งนี้ จะมีคณะเข้าร่วมเดินทางดังนี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ และนายนิพนธ์ พร้อมพันธ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยนายกฯเเละคณะจะ เดินทางจากกทม.เวลา 7.00 น.วันที่ 22 มิ.ย. โดยเครื่องบินของกองทัพบก เดินทางกลับถึงประเทศในในเวลา 22.00 น. ในวันเดียวกัน
นายปณิธานกล่าวว่า นายกฯเเละคณะ จะได้เข้าคาราวะนายเอช อาร์ นาธานประธานาธิบดีของสาธารณรัฐสิงคโปร์ และหารือข้อราชการกับนายลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ และนายลี กวน ยู รัฐมนตรีที่ปรึกษา อีกทั้งนายกฯจะได้ปรึกษาหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสร้างความเชื่อมั่น กับนักธุรกิจชั้นนำ นักการเงินการธนาคาร นักการค้าการลงทุน ตลอดจนสื่อมวลชนนานาชาติสิงคโปร์ ในประเด็นที่จะมีการคุยกันก็มีหลากหลายเรื่อง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องเชิญชวนนักลงทุนชาวสิงคโปร์เข้ามาลงทุนในไทย โดยเฉพาะในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานช่วงที่มีการกระตุ้นเศรษฐกิจ และมีการเดินหน้าการลงทุนเรื่องเศรษฐกิจรอบสอง
"นอกนั้นจะปรึกษาหารือในเรื่องสถานการณ์ทางการเมือง โดยเฉพาะมีการชี้แจงสถานการณ์การเมืองไทย เสถียรภาพของประเทศ และสถานการณ์ภูมิภาคโดยรวม ซึ่งอาจจะรวมถึงสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ ที่ขณะนี้เป็นที่น่าสนใจของประชาชนชาวโลก " นายปณิธานกล่าว
นายปณิธานกล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ ในฐานะประธานสมาคมอาเซียนได้ถือโอกาสนี้ พูดถึงความร่วมมือของอาเซียน โดยเฉพาะการร่วมมือในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ตามข้อตกลงต่างๆ ตามแนวทางที่ได้วางไว้แต่แรก รวมทั้งพูดถึงการปรึกษาหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคงในฐานะประธานอาเซียน ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสิงคโปร์ดีมากขึ้นมาตลอด มีปัญหาอุปสรรคบ้าง เนื่องจากมีปัญหาทางการเมืองของแต่ละประเทศ ทั้งนี้ตั้งแต่ 20 ก.ย. 2548 ก็ถือเป็นความสัมพันธ์ที่ดี ในกรอบของความร่วมมือ อยู่ สามกรอบ คือมีการปรึกษาหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ มีโครงการความร่วมมือระหว่างข้าราชการไทย - สิงคโปร์ มีความสัมพันธ์ในเรื่องความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างไทย - สิงคโปร์
นายปณิธานกล่าวว่า ซึ่งทั้งสามกรอบนี้มีการเดินหน้าตลอด อีกทั้งสิงคโปร์เป็นพันธมิตรด้านยุทธศาสตร์ของไทยในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในภูมิภาคอย่างสม่ำเสมอ และเรื่องแรงงาน ตลาดแรงงานสิงคโปร์เป็นตลาดแรงงานที่มีความสำคัญรองจากไต้หวัน ซึ่งมีแรงงานไทยอยู่เกือบ ห้าหมื่นคน จากจำนวนแรงงาน ห้าแสนคนในสิงคโปร์ และพบแรงงานไทยเพื่อรับฟังความคิดเห็น และปัญหา และจะนำปัญหากลับมาแก้ไข โดยเฉพาะเรื่องการเข้าเมือง หรือการดูแลแรงงานไทย นอกจากนั้นยังมีเรื่องการศึกษาที่มีความสำคัญระหว่างไทยกับสิงคโปร์ ซึ่งแต่ละปีก็มีการแลกเปลี่ยนนักศึกษาระหว่างสถาบันการศึกษาไทย สิงคโปร์อยู่เสมอ ในอนาคตอาจจะมีความร่วมมือมากขึ้น หากทั้งสองฝ่ายพร้อม
"จากนั้นในช่วงต้นเดือนก.ค. นายกรัฐมนตรีจะมีกำหนดเยือนเวียดนาม พม่า ฟิลิปินส์ และบรูไน ซึ่งจะเป็นการครบการเยือนประเทศสมาชิกอาเซียน หลังจากนั้นก็จะเดินทางไปเยือนทวีปยุโรป ตะวันออกกลาง ทวีปอเมริกา เหนือ ใต้ ต่อไป" นายปณิธาน กล่าว
นายปณิธาน กล่าวถึงกรณี การเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ของนายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 24-27 มิ.ย. 2552 ว่า จะเป็นการสานต่อ และกระชับความสัมพันธ์ไทย - จีน และ ฟื้นฟูความเชื่อมั่น โดยถือโอกาส roadshow สินค้าไทย เพื่อเผยแพร่สินค้าเกษตร เพราะจีนถือเป็นตลาดใหญ่และเป็นประเทศคู่ค้ากับไทย จะทำให้ไทยส่งออกสินค้าได้เพิ่มมากขึ้น รวมถึงส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชนจีนในประเทศไทย แลกเปลี่ยนหารือข้อคิดเห็นในภูมิภาค ทั้งด้านความมั่นคงและการเมือง เช่น พม่า และเกาหลีเหนือ
ทั้งนี้ ระหว่างการเยือนกรุงปักกิ่ง นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการหารือข้อราชการกับนายเวิน เจียเป่า นายกรัฐมนตรีจีน และเข้าเยี่ยมคารวะนายหู จิ่นเทา ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน พบปะกับบุคคลระดับสูงภาครัฐและเอกชนของจีน รวมถึงกล่าวสุนทรพจน์เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นทางการท่องเที่ยว และส่งเสริมการลงทุนในหลายโอกาส และพบปะกับสื่อมวลชนจีน และสื่อต่างประเทศจำนวนมาก และนายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปเยี่ยมชมการพัฒนาเมืองและท่าเรือเมืองเทียนจิน เยือนทั้งกรุงปักกิ่ง และกวางโจ เป็นเมืองการค้าระหว่างไทยจีน กรอบความร่วมมือต่าง ๆ ในการร่วมกันพัฒนา
“จะเป็นการผลักดันแผนปฎิบัติการความร่วมมือ 5 ปี มีจะผลักดันให้มีมูลค่าการค้าร่วมกันมากขึ้นจาก 3 หมื่น 6 พันล้านเหรียญสหรัฐเป็น 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ผลักดันให้มีนักท่องเที่ยว 4 ล้านคนต่อปี ซึ่งต้องไปปรับเปลี่ยนทัศนคติว่า สถานการณ์การเมืองไม่มีความรุนแรงทางการเมืองแล้ว และต้องการให้มีงบลงทุนเพิ่มเป็น 6 พัน 5 ร้อยล้านเหรียญสหรัฐต่อปี” นายปณิธาน กล่าว
นายปณิธาน กล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรีต้องการให้การเดินทางเยือนจีนครังนี้ได้ประโยชน์สูงสุด จึงมีบุคคลหลายกลุ่มรวมเดินทาง ประมาณ 100 คนในระดับรัฐบาลได้แก่ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รมว.ศึกษาธิการ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก. และภาคเอกชนธุรกิจของไทย
เพื่อให้การสานต่อการหารือในระดับผู้นำคือ นายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศ ไปยังผู้ปฏิบัติจริงที่มีความเชี่ยวชาญโดยตรงคือ รัฐมนตรีกระทรวงต่าง ๆ ให้ผลการหารือและความร่วมมือที่เกิดขึ้นระหว่างการเยือนครั้งนี้ ได้รับการนำไปปฏิบัติ และดำเนินการให้เป็นรูปธรรมอย่างเร็วที่สุด โดยระหว่างการเยือนจะมีการลงนามความตกลงด้านการค้า ความตกลงการขยายความร่วมมือทวิภาคีทางเศรษฐกิจ และการค้าในเชิงกว้างและเชิงลึก และความร่วมมือด้านการศึกษา
นอกจากนี้ มีภาคธุรกิจและเอกชนของไทย รวมเดินทาง เพื่อโปรโมตสินค้าไทย ส่งเสริมการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยวระหว่างไทย - จีน ประกอบไปด้วย ตัวแทนจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคาร หอการค้าไทย - จีน สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย - จีน สภาธุรกิจไทย - จีน สมาคมธุรกิจยุคใหม่ไทย - จีน สมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย - จีน ทั้งหมดประมาณ 50 คน
โดยจะมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมและประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรไทยในจีน ผ่านกิจกรรมผลไม้ไทยประเทศไทยใกล้แค่เอื้อม มีการจับคู่ทางธุรกิจระหว่างภาคเอกชนไทย - จีน อาทิ กลุ่มอาหารแช่แข็ง อาหารสำเร็จรูป ผู้ส่งออกข้าวไทย ยางพารา มันสำปะหลังด้วย
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีและภาคเอกชนจะเดินทางไปเยือนเมืองกวางโจว ซึ่งเป็นเมืองที่มีปริมาณการค้า 1 ใน 3 ของปริมาณการค้ารวมไทย - จีน ซึ่งเป็นโอกาสอันดีสำหรับการสนับสนุนให้เอกชนจีนเข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยจะมีการสัมมนาร่วมกันระหว่างนักธุรกิจไทย - จีน จากสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ เพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนนักท่องเที่ยวมาประเทศไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะกล่าวสุนทรพจน์ในงานนี้ด้วย
โดยระหว่างการเดินทางไปเมืองกวางโจวนี้ มีบุคคลสำคัญจีนเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี อาทิ เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์มณทลกวางตุ้ง ผู้ว่าการมณทลกวางตุ้ง รวมทั้งบุคคลระดับสูงภาคเอกชนกวางโจวและสื่อมวลชนท้องถิ่นขอเข้าพบ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจะใช้โอกาสนี้ หารือถึงการนำเข้าผลไม้ไทย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกีฬาเอเชียนเกมส์ 2010 ด้วย



