
'ผบ.ตร.'ปัดข่าวถอด'คำรณวิทย์'พ้นผบ.เหตุการณ์
"ผบ.ตร." ปัดข่าวถอด "คำรณวิทย์" พ้นผบ.เหตุการณ์ เชื่อสถานการณ์จบก่อน 5ธ.ค.
วันที่ 3 ธ.ค.56 เมื่อเวลา 08.30น. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีกระแสมีคำสั่ง ศอ.รส. ปลด พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(น.1) ออกจากผู้บริหารเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง ในฐานะผู้อำนวยการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย เป็นการชั่วคราวแล้วให้ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผบ.ตร. เข้ามาทำหน้าที่แทนว่า เรื่องดังกล่าวเป็นแค่ข่าว ไม่มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ช่วงนี้ข่าวลือมีมาก
เมื่อถามว่า สำหรับการเปลี่ยนตัวรองนายกรัฐมนตรีที่มากำกับดูแล ศอ.รส.จาก พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก มาเป็นนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล นั้นจะทำให้การดูแลเหตุการณ์ดีขึ้นหรือไม่และแนวทางในการดำเนินนโยบายเปลี่ยนด้วยหรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า ไม่เปลี่ยน โดยนายสุรพงษ์จะได้เข้ามาช่วยดูในหลายๆ ด้าน ทั้งนี้เชื่อว่าหลังจากนี้สถานการณ์น่าจะดีขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่าประชาชนทั่วไปมีความเป็นห่วงสถานการณ์การชุมนุมในขณะนี้อย่างมาก ผบ.ตร. กล่าวว่า ตนก็อยากบอกว่าประชาชนทั่วไปพยายามอย่าเข้าไปในพื้นที่ เนื่องจากมีกลุ่มวัยรุ่นปะปนอยู่จำนวนมากมันก็อันตราย แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามใช้ความอดทนอย่างเต็มที่
เมื่อถามว่า วันนี้ผู้ชุมนุมประกาศเข้ายึดกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) ผบ.ตร. กล่าวว่า คงไม่ขนาดนั้น เราพยายามควบคุมพื้นที่บริเวณ บน.ช. รัฐสภา ทำเนียบรัฐบาลอยู่
"ผมเป็นห่วงสถานการณ์ แต่ผมก็คิดว่าน่าจะดีขึ้น เพราะวันที่ 5 ธันวาคมเป็นวันสำคัญ เชื่อว่าน่าจะจบก่อนวันที่ 5 ธันวาคม แต่ถ้าคุณสุเทพคิดว่าจะยาวกว่าวันที่ 5 ธันวาคม ก็คงต้องดูกันไปก่อน แต่ผมเชื่อว่าจะเรียบร้อยก่อนวันที่ 5 ธันวาคม"ผบ.ตร. กล่าว
"รอง ผบ.ตร." ลั่นไม่ยอมม็อบ ยึด บช.น.
พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ตามที่ม็อบ กปปส.ประกาศบุกเข้ายึดกองบัญชาการตำรวจนครบาลให้ได้ภายในวันนี้ ขอยืนยันว่า ตำรวจไม่ใช่คู่กรณีของใคร แม้แกนนำพยายามบอกว่า ตำรวจคือศัตรูของประชาชนนั้น อันตรายมาก อาทิ กรณีที่ ม.รามคำแหง นั้น ตำรวจพยายามเต็มที่ในการคลี่คลายสถานการณ์ สิ่งที่สร้างข่าว คือ การปลุกระดมให้ขัดแย้งมากขึ้น
พล.ต.อ.วรพงษ์ กล่าวว่า ตำรวจจะพยายามปฏิบัติตามหน้าที่อย่างดีที่สุด แต่ไม่สามารถที่จะยอมให้ม็อบบุกยึด บช.น. ได้แน่ สิ่งที่ตำรวจห่วง คือ เรื่องมือที่สาม ที่ชัดเจนว่ามีกลุ่มเหล่านี้พยายามสร้างสถานการณ์ให้เกิดความวุ่นวายมากยิ่งขึ้น และตำรวจไม่มีอาวุธ มีเพียงโล่กับกระบองเท่านั้น ซึ่งการข่าวชัดเจนว่า มือที่สามจะพยายามทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันนี้แน่ ซึ่งทางตำรวจเฝ้าระวังอยู่ นอกจากนี้ การโปรยใบปลิวหมายจับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำม็อบ ที่ศาลออกหมายจับข้อหาก่อกบฏนั้น เป็นการทำตามขั้นตอน การแจ้งเตือน ตามกฎหมาย ไม่ใช่การยั่วยุหรือท้าทายแต่อย่างใด เพราะประชาชนที่ร่วมชุมนุมอาจจะไม่ทราบถึงเรื่องนี้ จึงใช้วิธีนี้ในการสื่อสาร
"รอง ผบช.น." ยันไม่ยอมให้ม็อบบุกเข้านครบาล
พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รอง ผบช.น. กล่าวว่า การป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมบุกเข้ามาในพื้นที่ได้นั้น ไม่ได้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นพิเศษในการรักษาความปลอดภัยบริเวณแยก พล.1 แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะปกป้องพื้นที่ให้ดีที่สุด โดยจะไม่ยอมให้กลุ่มผู้ชุมนุมบุกเข้ามาภายในกองบัญชาการตำรวจนครบาล อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเเนวทางการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนแต่ละหน่วยได้เตรียมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ โดยมีการกำชับให้ปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องสถานที่ราชการให้ดีที่สุด และให้ใช้ความอดทนอดกลั้นให้มากที่สุด
ตร.ตรึงกำลังรอบ บช.น. ติดตั้งแนวป้องกันเพิ่มเติม
เมื่อเวลา 08.00 น. แยก พล.1 ซึ่งเป็นจุดที่กุลุ่มผู้ชุมนุมจะจะฝ่าแนวป้องกันของเจ้าหน้าที่บุกเข้าไปยึด บช.น.ตามที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำคนสำคัญประกาศไว้ในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมาว่าภายในวันนี้ก่อนเวลา 15.00 น.จะต้องบุกเข้าไปยึด บช.น.ให้ได้ โดยบรรยากาศในช่วงเช้านี้กลุ่มผู้ชุมนุมต่างทยอยมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมอุปกรณ์ป้องกันตัวเอง เช่น หน้ากาก ที่ปิดจมูก ผ้าขนหนู และน้ำยาล้างตา เพราะเกรงว่าวันนี้สถานการณ์อาจรุนแรงกว่าเมื่อวานนี้ สำหรับคนที่เดินทางมาถึงก่อนได้ตะโกนด่าทอ และเป่านกหวีดใส่เจ้าหน้าที่ที่กำลังปฏิบัติงานอยู่ โดยทั้งหมดจะรอสบทบกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่จะเดินทางมาจากอนุสาวรีย์ประชาธิไตย
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรึงกำลังโดยรอบกองบัญชาการตำรวจนครบาล และสั่งกำลังเสริม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจตรงจุดดังกล่าวได้เตรียมพร้อมรับมือกับม็อบทุกวิถีทาง โดยมีการติดตั้งลวดหนามเพิ่มเติม นำปูนมาเทเสริมกับแบริเออร์ที่ตั้งไว้ก่อนหน้านี้ให้มีความแข็งแรง และนำรถขยายเสียงมาจอดไว้เพื่อเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุม ขณะเดียวกันได้ประกาศบอกเจ้าหน้าที่ไม่ให้ใช้ความรุนแรง ต้องรอคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาเท่านั้น
ขณะที่ถนนศรีอยุธยา และบริเวณแยก พล.1 เต็มไปด้วยขยะและขวดน้ำที่กลุ่มผู้ชุมนุมนำมาใช้ล้างหน้าล้างตาจากแก๊สน้ำตา ทำให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตดุสิตต้องออกมาช่วยกันเก็บกวาดทำความสะอาด พร้อมกันนี้ นายวิสุทธิ์ ธรรมวิริยวงศ์ ผอ.เขตดุสิต ได้ลงตรวจสอบพื้นที่พบว่ามีทรัพย์สินของราชการส่วนหนึ่งถูกทำลาย และมีรถเก็บขยะของสำนักนักงานเขตป้อมปราบฯ ถูกพังทำลายได้รับความเสียหาย 1 คัน จอดทิ้งไว้ที่ถนนศรีอยุธยา ใกล้กับแยก พล.1



