ข่าว

'บิ๊กตู่'บทผู้นำเหล่าทัพที่รบ.ไม่อาจละสายตา

'บิ๊กตู่'บทผู้นำเหล่าทัพที่รบ.ไม่อาจละสายตา

03 ธ.ค. 2556

พล.อ.ประยุทธ์ในบทผู้นำเหล่าทัพ ที่รัฐบาลไม่อาจละสายตา : ทีมข่าวความมั่นคง

               การพบปะกันระหว่าง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับ สุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำม็อบ โดยมีผู้บัญชาการ 3 เหล่าทัพ เป็นสักขีพยานนั้น ได้สร้างความโดดเด่นให้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ที่แต่แรกนั้นพยายามรักษาจุดยืนของทหารอาชีพ ด้วยการไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง

               ที่ผ่านมาระหว่างรัฐบาลยิ่งลักษณ์ กับกองทัพนั้น เป็นไปด้วยดีในยามที่บ้านเมืองประสบภัยพิบัติ แต่เมื่อบ้านเมืองเกิดมีการชุมนุมต่อต้านรัฐบาล กองทัพก็กลายเป็นภัยคุกคามสำคัญที่สุดของรัฐบาล

               แต่การพบปะกันระหว่างผู้นำรัฐบาลกับแกนนำม็อบในครั้งนี้ กลับมีรายงานว่า เป็นการขอคำแนะนำจาก พล.อ.ประยุทธ์ ต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า รัฐบาลจะเจรจาพูดคุยกับสุเทพได้อย่างไร ภายหลัง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกฯ และ ผอ.ศอ.รส.ในขณะนั้น พยายามจะขอพูดคุยแล้วได้รับการปฏิเสธ

               คำแนะนำก็คือ ให้ติดต่อผ่าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีต รมว.กลาโหม ยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เคยทำงานร่วมกับสุเทพ เพื่อขอให้เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อเพื่อให้เกิดการเจรจากัน โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต ผบ.ทบ. น้องรักของพล.อ.ประวิตร ช่วยอีกแรง

               เรียกได้ว่า พี่น้อง "บูรพาพยัคฆ์" กลับมาร่วมวงศ์ไพบูลย์อีกครั้ง

               ในตอนแรก ยิ่งลักษณ์ ขอใช้วิธีวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ แต่สุเทพไม่ยอม โดยบอกว่า ถ้ามีอะไรขอให้มาเจรจากันต่อหน้า และจะไม่ยอมพูดคุยภายในสถานที่ของตำรวจ เกรงจะมีการจับกุม เนื่องจากมีหมายจับอยู่แล้ว

               สุดท้ายก็ได้สถานที่เจรจา คือ กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) มีผู้เข้าร่วม 5 คน ได้แก่ ยิ่งลักษณ์ สุเทพ พล.อ.ประยุทธ์ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. และพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ.

               ฉากสนทนาเริ่มต้นขึ้น โดยนายกฯ ถามสุเทพ ว่า ท่านต้องการอะไร ขอให้ชี้แจงมา ซึ่งสุเทพก็ยื่นข้อเสนอให้นายกฯ "คืนอำนาจ" ให้ประชาชน และเปิดทางให้มีการ "ปฏิรูปประเทศ" แต่นายกฯ ก็ยืนยันว่า ตนเองไม่ได้ทำอะไรผิดและมาตามครรลองตามระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้อง ส่วนข้อเรียกร้องเรื่องคืนอำนาจนั้น ไม่ได้มีกฎหมายรองรับ หรือมีระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ

               จากนั้นสุเทพ ก็กล่าวขึ้นว่า "ท่านควรจะเคารพเสียงของประชาชนที่มาต่อต้านท่านเป็นล้านคน และทุกคนมาด้วยดวงใจล้วนๆ" นายกฯ ก็ยังย้ำว่า ตนเองมาตามครรลองของระบอบประชาธิปไตยและบริหารประเทศด้วยตนเอง ไม่ได้ฟังคำสั่งจากพี่ชาย

               บรรยากาศการพูดคุยเริ่มตึงเครียดขึ้น เพราะต่างฝ่ายต่างก็ยืนยันในจุดยืนของตนเอง

               นอกจากนี้ สุเทพยังยื่นข้อเสนอให้รัฐบาลถอนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญคืนมาจากราชเลขาธิการ เพราะใกล้ครบกำหนด 90 วัน ที่นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อแสดงความจริงใจของรัฐบาล แต่นายกฯ ก็บอกว่า ไม่สามารถทำได้

               ในระหว่างนั้นทาง ผบ.เหล่าทัพได้เสนอว่า การยุบสภา หรือลาออก จะยอมรับกันได้หรือไม่ ซึ่งสุเทพยืนยันว่า ขณะนี้สถานการณ์มันเลยตรงจุดนั้นมาแล้ว ถ้าไม่ทำตามที่ยื่นข้อเสนอก็ไม่ต้องมาคุยกัน และรัฐบาลก็ไม่ต้องมาคุยอะไรกับตนอีกแล้ว ต่างฝ่ายต่างแสดงบทบาทหน้าที่ของตัวเองไปก็แล้วกัน

               บทสนทนาจบลงแค่นั้น แต่บทบาทของ พล.อ.ประยุทธ์ กลับโดดเด่น

               เพราะก่อนหน้านี้เคยออกมาเตือนในเรื่องความรุนแรงมาแล้ว และเมื่อเกิดเหตุปะทะกันระหว่างนักศึกษารามคำแหงกับคนเสื้อแดงที่ชุมนุมอยู่ในสนามราชมังคลากีฬาสถานจนเหตุการณ์บานปลายออกไป ก็มีกระแสข่าวว่า กองทัพคือผู้ที่ยื่นเงื่อนไขไปยังผู้ที่สั่งม็อบเสื้อแดงได้ จนสุดท้ายก็มีการสลายการชุมนุม

               ถอดชนวนระเบิดลูกแรกไปได้

               ชนวนระเบิดชิ้นที่สองกลับเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ที่ระดมยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่เหล่านักศึกษารามคำแหง ที่โดนมือปืนซุ่มยิงจากที่สูงอยู่แล้ว ยังต้อมาเผชิญกับแก๊สน้ำตาอีก พล.อ.ประยุทธ์ จึงโทรศัพท์ไปขอความร่วมมือจาก พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ให้สั่งการหยุดยิงแก๊สน้ำตา

               แล้วยังบอกด้วยว่า ระหว่างม็อบกับรัฐบาลเดี๋ยวจะจัดการให้มาพูดคุยกันเอง ซึ่งก็เป็นไปตามนั้น

               เมื่อให้ทุกฝ่ายหยุดยิงกันแล้ว ก็ยังสั่งการให้ทหารจาก ราบ 11 นำกำลังไปรับนักศึกษาที่ยังติดอยู่ภายในแต่ออกมาไม่ได้ เพราะยังโดนมือปืนซุ่มยิงอยู่ โดยที่ตำรวจเองก็ไม่รู้ว่ายิงมาจากไหน ช่วยออกไปได้หมด ท่ามกลางเสียงตะโกนคำว่า "ทรงพระเจริญ" ดังกึกก้อง

               ถึงแม้ว่าการเจรจาระหว่าง สุเทพ กับนายกรัฐมนตรี จะยังหาจุดยุติไม่ได้ แต่สิ่งที่ปรากฏชัดเจนก็คือ ก้าวย่างของ พล.อ.ประยุทธ์ นั้น รัฐบาลมองข้ามไม่ได้เลยจริงๆ

......................................

(หมายเหตุ : พล.อ.ประยุทธ์ในบทผู้นำเหล่าทัพ ที่รัฐบาลไม่อาจละสายตา : ทีมข่าวความมั่นคง)