
'สุเทพ'ขอบคุณเหล่าทัพยืนข้างประเทศ
'สุเทพ'ประกาศเลิกเล่นการเมืองเด็ดขาด ไม่กลับไปสังกัดพรรคปชป.อีกแล้ว ขอบคุณที่เหล่าทัพยืนข้างประเทศ 3 ธ.ค.นี้พร้อมนำมวลชนยึดบช.น.ให้ได้
เมื่อเวลา 20.30น.วันที่ 2 ธ.ค.2556 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ขึ้นเวทีศูนย์ราชการว่า กรณีพี่น้องเราไปสถานีโทรทัศน์ มีคนวิพากษ์วิจารณ์มาก ส่วนใหญ่เป็นพวกโลกสวย หาว่าเราคุกคามสื่อ ไปบีบบังคับสารพัด เลยเถิดไปถึงกระทำการกระทบเสรีภาพสื่อมวลชน แต่จริงๆ เราไปเพื่อขอความเห็นใจ ไม่ได้ไปคุกคาม แต่สื่อจะโกรธจะเกลียดก็ไม่สนใจแล้ว เพราะจบงานนี้ตนไม่เป็นนักการเมืองอีก เมื่อตัดสินใจออกมาสู้บนถนนก็ไม่คิดกลับไปสู้ในสภาอีก เพราะไม่ต้องการครหาว่า แพ้เขาในสภาแล้วไปตีหัวข้างนอก แล้วกลับไปสภาอีก คนอย่างกำนันสุเทพไม่ทำอย่างนั้น เมื่อตัดสินใจออกมาทำงานคราวนี้จะไม่ลงสมัคร ส.ส.และไม่กลับไปพรรคประชาธิปัตย์อีก จึงชัดเจนว่า ไม่ใช่ทำเพื่อผลประโยชน์ของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะไม่ว่าใครในพรรคก็ไม่สามารถสั่งตนได้อีก เพราะตนฟังคำสั่งประชาชนเท่านั้น
สำหรับพี่น้องข้าราชการทั้งหลาย วันนี้มีตัวแปร 2 ประการที่เกื้อหนุนระบอบทักษิณ คือ สื่อมวลชน กับข้าราชการ วันนี้ข้าราชการถึงเวลาต้องเลือกข้างแล้วว่า จะเลือกข้างระบอบทักษิณ หรือเลือกข้างประชาชน เพราะทหารได้ประกาศจุดยืนชัดเจนว่า ยืนอยู่ข้างประเทศไทย แต่กลับมีคนไม่เข้าใจนัยนี้ ตนจะแปลความให้ฟังคือ ที่ทหารประกาศว่ายืนข้างประเทศไทยนั้น คนที่นั่งต่อหน้าเขามี 2 คน คนหนึ่งยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่เป็นรัฐบาลโมฆะ หมดความชอบธรรมแล้ว แต่ยังอ้างมีอำนาจอยู่ อีกคนคือตน ซึ่งเป็นตัวแทนอำนาจประชาชน ความจริงตามตัวบทกฎหมาย ทหารเขาก็ควรยืนยันว่า เขาอยู่ข้างรัฐบาล แต่เขาไม่พูดอย่างนั้น เขาบอกอยู่ข้างประเทศไทย หมายความว่าเขาไม่เอากับยิ่งลักษณ์แล้ว ส่วนที่เขาไม่ประกาศอยู่ข้างตน ตนไม่ติดใจ แค่เขาบอกอยู่ข้างประเทศไทยก็ชื่นใจแล้ว ไม่ว่าเราจะทำอะไรต่อไป ทหารไม่มีวันหันปากกระบอกปืนมาหาประชาชนอย่างเด็ดขาด การต่อสู้ครั้งนี้เราไม่ต้องกลัวว่าทหารจะเป็นเครื่องมือรัฐบาล ตนกล้าเอาหัวประกันว่า ทหารไม่มีวันมาปราบประชาชนให้ยิ่งลักษณ์แน่นอน แต่ที่ยิ่งลักษณ์ยังดื้อรั้นอยู่ได้ เพราะมีตำรวจเลวๆ บางคน และเป็นตำรวจที่ร่วมมือกับเสื้อแดง เสื้อดำ ฆ่านักศึกษารามฯ เป็นตำรวจพวกนี้ที่ยิงแก๊สน้ำตาใส่เราทุกวัน
"พรุ่งนี้ไปให้มันยิงอีก ผมตัดสินใจแล้ว มันจะยิงแก๊สน้ำตากี่ลูกก็ตาม ต้องยึดกองบัญชาการตำรวจนครบาลให้ได้ รวมกำลังมวลมหาประชาชนทุกสาย พรุ่งนี้ยึดกองบัญชาการตำรวจนครบาลมาเป็นของประชาชนให้ได้" นายสุเทพกล่าว
นายสุเทพกล่าวถึงกรณีศาลออกหมายจับข้อหากบฏด้วยว่า คืนนี้จะนอนที่นี่ ให้มาจับเลย อายุ 64 ปีแล้ว เป็นมาทุกอย่าง ยกเว้นเป็นนักโทษ แต่คนอย่างสุเทพจะไม่หนีคุกไปต่างประเทศแน่ บอกไว้เลยว่า ถ้าชนะคราวนี้งานสำคัญของเรางานหนึ่งคือปฏิรูปโครงสร้างตำรวจทั้งประเทศ วันนี้ตำรวจควรตัดสินใจมาอยู่ข้างเราได้แล้ว พรุ่งนี้ (3 ธ.ค.) เวลา 07.00 น. เราจะออกเดินทางไปด้วยกัน แล้วต้องยึดกองบัญชาการตำรวจนครบาลให้ได้สักบ่ายสาม จะได้เข้าไปตอนค่ำ ขณะเดียวกันเราจำเป็นต้องเข้าไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อไม่ให้เป็นสมุนรับใช้ทรราชอีกต่อไป
ทปอ.แถลงการณ์ฉบับที่4แนะตั้งรัฐบาลรักษาการ
เมื่อเวลา 18.00 น.ที่อาคารจามจุรี 4 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) โดยมีศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ในฐานะประธาน ทปอ.เป็นประธานประชุมทปอ.วาระพิเศษ เพื่อหาทางออกให้แก่บ้านเมือง จากสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น ร่วมด้วย 27 มหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิก โดยใช้เวลาในการหารือประมาณ 2 ชั่วโมง
ต่อมา เวลา 20.15 น. ทปอ.ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 4 โดย มีศ.ดร.สมคิด กล่าวว่าจากปรากฏการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ที่ในขณะนี้ได้เปลี่ยนแปลงเข้าสู่ความไม่สงบ เกิดการปะทะในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร จนมีผู้เสียชีวิตและมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ทปอ.เสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอยืนยันข้อเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติกรใช้ความรุนแรง เพื่อไม่ให้ประเทศไทยสูญเสียมากไปกว่านี้
ทปอ.ขอประณามเหตุความรุนแรงในมหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของทปอ. จึงขอเรียกร้องให้สถาบันการศึกษาเป็นที่พึงได้รับความคุ้มครองและรักษาความปอลดภัยอย่างเต็มที่จากหน่วยงานของรัฐ และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องค้นหความจริงเพื่อดำเนินคดีแก่ผู้กระทำความผิด
นอกจากนั้น ทปอ.ยังเห็นว่าการยุบสภาเป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตยที่มีความเหมาะสมในขณะนี้เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลาย ด้วยการคืนอำนาจการตัดสินใจให้กับประชาชนซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ตามถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรีที่พร้อมจะไม่ทำตัวเป็นเงื่อนไขในการทำให้กลับคืนสู่ความสงบ และในระหว่างยุบสภาให้มีรัฐบาลรักษาการที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายมาบริหารประเทศ รวมทั้งตั้งคณะกรรมการที่เป็นกลางจากทุกภาคส่วนเพื่อปฎิรูปประเทศไทยทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม การเมืองที่มีคุณธรรมและมีส่วนร่วมในการปกครองระบอกประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทปอ.พร้อมและยินดีที่จะใช้องค์ความรู้และบุคลากรที่มีอยู่ของมหาวิทยาลัยให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายที่จะร่วมกันพิจารณาหาทางออกให้แก่ประเทศ
"ทปอ.ยินดีที่จะเป็นคนกลางในการประสานกับทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งถ้าจะให้เป็นคนกลางก็ขอให้รับฟังข้อเสนอของทปอ.ด้วย ส่วนการยุบสภานั้น รัฐบาลสามารถลาออกจากตำแหน่งได้ และให้มีรัฐบาลรักษาการ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้บังคับว่านายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง อาจเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ เพื่อนำพาประเทศก้าวข้ามเหตุการณ์ปัจจุบันไปได้ ซึ่งการดำเนินการลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นแล้วในสมัยที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี"ประธานทปอ.กล่าว
ทั้งนี้ ที่ประชุมยังหารือถึงกรณีที่นักศึกษาของม.รามคำแหงได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการปะทะที่ผ่านมา โดยมีมติจะบริจากเงินจำนวน 300,000 บาท เพื่อให้อธิการบดีม.ร.นำไปบริหารจัดการให้ความช่วยเหลือนักศึกษา รวมทั้งจะเดินทางไปเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บด้วย ส่วนข้อเสนอที่จะให้มีการปิดเรียนวันที่ 5-10 ธันวาคมนั้น ที่ประชุมไม่ได้มีการหารือเพราะขณะนี้มหาวิทยาลัยหลายแห่งก็ปิดเรียนอยู่แล้ว นอกจากนั้นในส่วนกรณีที่ นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ ขึ้นเวทีเสื้อแดง ขณะที่เกิดเหตุการณ์การปะทะในมหาวิทยาลัยรามคำแหง(ม.ร.)นั้น ตนขอย้ำว่า รมว.ศึกษาธิการ ควรจะไปเยี่ยมหรือดูแลนักศึกษาม.ร.มหาวิทยาลัยรามคำแหง และรมว.ศึกษาธิการ น่าจะแถลงจุดยืนให้ชัดเจนแก่มหาวิทยาลัยทั้งหลาย
โดยการประชุมครั้งนี้ มีอธิการบดีเข้าร่วมทั้งหมด 13 แห่ง ได้แก่ ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์,ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน อธิการบีดมหาวิทยาลัยมหิดล,ผศ.ชัยชาญ ถาวรเวช อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร, ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, รศ.ดร.นพ.ชัยเลิศ พิชิตพรชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ,รศ.ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ,ศ.ดร.โมไนย ไกรฤกษ์ รักษาการอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง,ศ.พิเศษ ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา,รศ.ดร.วิชัย ชำนิ อธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณ ,ศ.ดร.ธีรวุฒิ บุณยโสภณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และดร.กีร์รัตน์ สงวนไทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ส่วนที่เหลือส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุม



