ข่าว

ออกหมายจับ!'เทือก'กบฏ'4คปท.'นำบุกกต.

ออกหมายจับ!'เทือก'กบฏ'4คปท.'นำบุกกต.

02 ธ.ค. 2556

ศาลอนุมัติหมายจับ 'สุเทพ'กบฏแล้ว ด้าน'4 แกนนำคปท.'โดนด้วย ฐานบุกกระทรวงการต่างประเทศ

               2 ธ.ค.56 พ.ต.อ.พงษ์ สังข์มุรินทร์ ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 15.00 น. พนักงานสอบสวนบชน.ร่วมกับพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ได้รวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. ที่ก่อความวุ่นวายบุกยึกสถานที่ราชการ จึงมีความเห็นตรงกัน ได้ยื่นคำร้องขอศาลอนุมัติหมายจับ ในข้อหา"ร่วมกันเป็นกบฏ, กระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีการอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็น หรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน, มั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่า จะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยมีอาวุธ โดยเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการ และเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกไปแต่ไม่เลิก"

               จนกระทั่งเวลา 17.00 น. ศาลได้อนุมัติหมายจับนายสุเทพ ในข้อหากบฏ

 

 

 "โฆษกศอ.รส."เผยศาลออกหมายจับ"สุเทพ"ข้อหากบฏ

                

               พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกศอ.รส. เปิดเผยว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.และผอ.ศอ.รส. แจ้งในที่ประชุม ศอ.รส.ว่า ศาลอาญาอนุมัติหมายจับ นายสุเทพ ในข้อหากบฎแล้ว ตามความผิดกฎหมายอาญา มาตรา 113 แล้ว

               ทั้งนี้ ประมวลกฎหมายอาญา ระบุถึงความผิดกฎหมายข้อนี้ว่า ในหมวด 2 ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร "มาตรา 113 ผู้ใดใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อ (1) ล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ (2) ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร หรืออำนาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญหรือให้ใช้อำนาจดังกล่าวแล้วไม่ได้ หรือ (3) แบ่งแยกราชอาณาจักร หรือยึดอำนาจปกครองในส่วนหนึ่งส่วนใดแห่งราชอาณาจักร ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นกบฏ ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต

 

 

"4 แกนนำ คปท."โดยด้วย 3 ข้อหามั่วสุมตั้งแต่ 10 คน บุกกระทรวงต่างประเทศ

  

               เมื่อเวลา 13.30 น. ศาลนัดไต่สวนคำร้องเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง กรณี พ.ต.ท.เทพพิทักษ์ แสงกล้า พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญพิเศษ สน.พญาไท ได้ยื่นคำร้องขออนุมัติออกหมายจับ นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษาเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.), นายอุทัย ยอดมณี, นายรัชตชยุต หรืออมร ศรีโยธินศักดิ์ และนายพิชิต ไชยมงคล แกนนำคปท. ในข้อหามั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ และผู้ใดเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นหรือเข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครอง ซึ่งเป็นความผิดฐานบุกรุก โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยมีอาวุธในเวลากลางคืนฯ ตามประมวลกฎหมาย มาตรา 215, 358 และ 365 กรณีที่นายนิติธร กับพวกพามวลชนเข้าไปในกระทรวงการต่างประเทศวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา

               โดยวันนี้ พ.ต.ท.เทพพิทักษ์ ได้เตรียมพยานไว้ไต่สวน 7 ปาก และจะขอเปิดคลิปวีดิโอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ศาลพิจารณาแล้ว เห็นว่า พยานเอกสารที่ส่งให้ศาลนั้น เพียงพอสามารถที่จะพิจารณาได้แล้ว โดยไม่จำต้องเปิดคลิปวีดิโอ และให้ พ.ต.ท.เทพพิทักษ์เบิกความเพียงปากเดียว ซึ่งระบุว่า นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท. ได้นำประชาชนบุกรุกกระทรวงการต่างประเทศ แม้จะได้นำประชาชนออกมาแล้ว แต่ก็ยังไปชุมนุมที่หน้ากองทัพบกและทำเนียบรัฐบาล เห็นว่า เป็นการกระทำผิดกฎหมายอย่างชัดเจน แม้ที่ผ่านมาตำรวจจะสามารถประสานงานกับ 4 แกนนำ คปท.ได้ แต่ก็เป็นการติดต่อประสานงานขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมอยู่ที่แยกอุรุพงษ์ แต่ภายหลังจากที่เคลื่อนย้ายมาชุมนุมยังเวทีราชดำเนินก็ไม่ได้มีการติดต่อประสานงานกันแล้ว

               ขณะที่ ศาลก็ได้สอบถาม น.ส.พวงทิพย์ บุญสนอง ทนายความของผู้ต้องหาที่ยื่นคัดค้านการออกหมายจับถึงพฤติการณ์จนเสร็จสิ้นแล้ว จึงนัดฟังคำสั่งในวันนี้

               ต่อมาเมื่อเวลา 17.10 น. ศาลได้มีคำสั่งให้ออกหมายจับ นายนิติธร ล้ำเหลือ,นายอุทัย ยอดมณี , นายรัชตชยุต หรืออมร ศรีโยธินศักดิ์ และนายพิชิต ไชยมงคล แกนนำ คปท. ในข้อหามั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ และผู้ใดเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นหรือเข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครอง ซึ่งเป็นความผิดฐานบุกรุก โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยมีอาวุธในเวลากลางคืนฯ ตามประมวลกฎหมาย มาตรา 215, 358 และ 365 ประกอบมาตรา 362 เนื่องจากปรากฏพฤติการณ์ว่า ผู้ต้องหากับพวกได้บุกเข้าไปยังกระทรวงการต่างประเทศจริง และทำให้ทรัพย์สินเสียหาย ซึ่งการกระทำนั้นเป็นความผิดทางอาญา ที่มีอัตราโทษตั้งแต่ 3 ปี ขึ้นไป จึงอนุญาตให้ออกหมายจับได้ตามคำร้อง

 

พท.ถกเครียดถึงทางตันอาจต้องยุบสภา

             พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มกปปส.ว่า สิ่งที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์กังวลในขณะนี้คือ การสร้างสถานการณ์จากมือที่สามเพื่อให้เกิดการบาดเจ็บล้มตาย และให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น พยายามทำให้เห็นว่ารัฐบาลไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ทั้งนี้ แม้ว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. จะพยายามยึดสถานที่ราชการต่างๆ เพื่อให้รัฐบาลทำงานไม่ได้ แต่รัฐบาลจะเดินหน้าทำงานต่อไป และต้องป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์บานปลายควบคู่กันไปด้วย จะต้องรักษาสถานภาพการเป็นรัฐบาลจนถึงที่สุด

             หากถึงคราวจำเป็นจริงๆ ก็อาจใช้วิธียุบสภา เป็นทางออก แต่ต้องมีเงื่อนไขโดยทำสัญญาประชาคมด้วยว่า จะต้องยุติการชุมนุมและยอมรับผลการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น รวมทั้งจะไม่สร้างความวุ่นวายอีก อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอเรื่องการยุบสภานั้น ยังไม่ตกผลึก เพราะยังมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์บางคนที่ไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่าไม่ใช่ทางออกในการแก้ปัญหา ดังนั้น รัฐบาลจะเดินหน้าทำงานต่อไป และจะไม่สลายการชุมนุมแน่นอน เชื่อว่าในที่สุดแล้วจะเกิดการเจรจาขึ้นหรือมีคนกลางมาช่วยเจรจา
    
             ส่วนกรณีที่นายสุเทพขีดเส้นให้นายกรัฐมนตรีคืนอำนาจให้ประชาชนภายใน 2 วันนั้น พ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า คงไม่สามารถปฏิบัติตามประธานาธิบดีสุเทพได้ เพราะวิธีการตั้งสภาประชาชนมีแต่ประเทศคอมมิวนิสต์เท่านั้น