ข่าว

ชวนช็อปของดีเมืองน้ำหอม

ชวนช็อปของดีเมืองน้ำหอม

03 ธ.ค. 2556

ไลฟ์สไตล์ : ชวนช็อปของดีเมืองน้ำหอม

 

                       กลายเป็นประเพณีไปแล้วที่เมื่อถึงปลายปี หอการค้าฝรั่งเศส-ไทย จะจัดมหกรรมแสดงสินค้าฝรั่งเศสที่ใหญ่ที่สุดชื่อ “บงชูร์ เฟรนช์ แฟร์ 2013” ยกขบวนสินค้านำเข้าจากฝรั่งเศสมาลดราคาพิเศษนับร้อยรายการ ชิมลางด้วยการจัดแถลงข่าวโดยมี สุกัญญา เอื้อชูชัย กรรมการบริหาร หอการค้าฝรั่งเศส-ไทย และ เยอร์ก บุค ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร หอการค้าเยอรมัน-ไทย ร่วมให้ข้อมูลที่โรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต เมื่อวันก่อน

                       สุกัญญา กล่าวว่า มหกรรมแสดงสินค้านี้จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 11 แล้ว ภายในงานมีสินค้านำเข้าจากประเทศฝรั่งเศสที่หาซื้อยากนับร้อยมาลดราคามากมาย อาทิ ไวน์ น้ำผลไม้ ชีส ไส้กรอก แยม เครื่องสำอาง น้ำหอม เสื้อผ้า นาฬิกา กระเป๋า รองเท้า เครื่องใช้ในบ้าน ฯลฯ โดยไฮไลท์ในปีนี้ถือเป็นความพิเศษและโบนัสให้นักช็อปได้สัมผัสกับสินค้าเยอรมันควบคู่ไปด้วยภายในงานกับโซน “เยอรมัน ดีไซน์ แอนด์ ไลฟ์สไตล์ แฟร์ 2013” เพื่อฉลองครบรอบ 50 ปี สนธิสัญญาเอลิเซ ระหว่างประเทศฝรั่งเศสและเยอรมันด้วย

                       ภายในงานแถลงข่าวได้มีการนำไฮไลท์ที่จะเกิดขึ้นบางส่วนมาโชว์ อาทิ การรับประทานหอยนางรมแบบฉบับฝรั่งเศส โดย เชฟโรดอฟ โอโน่ จากโรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต เล่าว่า ชาวฝรั่งเศสเป็นอีกชาติชื่นชอบรับประทานหอยนางรมมาก ถึงขนาดมีธรรมเนียมปฏิบัติการทานที่น่าสนใจสืบทอดมาเป็นร้อยปี โดยเชื่อว่าต้องรับประทานหอยนางรมเฉพาะเดือนที่ลงท้ายด้วยตัวอักษร "อาร์ (R)" ในภาษาฝรั่งเศสเท่านั้น อาทิ Janvier, Frevrier, Mars และ Novembre คือมกราคม - เมษายน และกันยายน-ธันวาคม เพราะเชื่อว่าอุณหภูมิและความสะอาดของน้ำทะเลในช่วงนั้นจะทำให้หอยนางรมมีรสชาติดีที่สุด วิธีการทานหอยนางรมของชาวฝรั่งเศสจะเน้นที่รสชาติความสดตามธรรมชาติของตัวหอยเป็นหลัก เพียงนำหอยนางรมสดมาแกะเปลือกด้านบนออกให้เหลือแต่เปลือกด้านล่าง จากนั้นนำไปล้างน้ำสะอาด 2 รอบ รอบที่ 2 พักทิ้งไว้ 5-10 นาที หอยนางรมจะปล่อยวิตามินและเกลือแร่ออกมา ก่อนจะนำมาทานกับมะนาว หอมแดง หรือ น้ำส้มสายชู คู่กับขนมปังฝรั่งเศส

                       ด้าน ยูมิ เคียงศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท เพนดูลัม จำกัด แนะนำเรื่องการเลือกนาฬิกาว่า คนที่มีไลฟ์สไตล์ที่ต้องทำงานภาคสนามบ่อยๆ ควรใช้นาฬิกาที่มีตัวเรือนทำจากเหล็กและสายที่เป็นโลหะหรือยาง เพราะจะทนกับเหงื่อที่ออกตามร่างกาย แต่ถ้าจะไปงานที่เป็นทางการควรใส่นาฬิกาเรือนทองสายเป็นเหล็กหรือหนังเพิ่มความหรูหรา ส่วนวิธีการดูแลนาฬิกาที่สำคัญคือการตั้งเวลาใหม่ทุกครั้งที่ใส่ คือ เซทเวลาไปที่ 8 นาฬิกา จากนั้นไปเซทวันที่ให้ย้อนหลังไป 1 วัน แล้วค่อยกลับมาตั้งเวลาใหม่ตามเวลาจริงในวันนั้นและตามด้วยการขึ้นลาน 15 ครั้ง ทำอย่างนี้ทุกครั้งที่ใส่ จะทำให้กลไกนาฬิกาไม่ขัดข้อง ช่วยดูแลรักษาและยืดอายุการใช้งานมากขึ้น

                       งานบงชูร์ เฟรนช์ แฟร์ 2013 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 - 15 ธันวาคมนี้ เวลา 10.00-20.00 น.ที่ห้องบอลรูม ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์