ข่าว

ศอ.รส.ตั้ง'วรพงษ์'คุม'คำรณวิทย์'

ศอ.รส.ตั้ง'วรพงษ์'คุม'คำรณวิทย์'

02 ธ.ค. 2556

ศอ.รส.ตั้ง'วรพงษ์'คุม'คำรณวิทย์' หวั่นเป็นเป้าหมายโจมตี-ปะทะแรง ผลพวงวาทะเด็ด'มีวันนี้เพราะพี่ให้' ผู้ชุมนุมถูกกระสุนจริงเจ็บ 3 ราย อยู่ไอซียูรพ.รามาฯ 2 ราย

              2ธ.ค.2556 ผู้สื่อข่าวรายงานในช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( ศอ.รส.) มีคำสั่งด่วนที่สุด ศอ.รส. แจ้งไปยังหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้องทั้งหมดและ ผบ.ที่ทำการส่วนหน้า 13 จุดแนวกั้นรอบทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภาและที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลโยกย้าย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ออกจากการทำหน้าที่ผู้บริหารเหตุการณ์ในฐานะผู้อำนวยการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองบัญชาการตำรวจนครบาลเป็นการชั่วคราว

              เนื่องจากสถานการณ์ชุมนุมขณะนี้มีความรุนแรงมากขึ้นผู้ชุมนุมมีความพยายามบุกยึดเป้าหมาย บช.น. และขับไล่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ให้ออกจาก บช.น. และโจมตีพล.ต.ท.คำรณวิทย์แต่เพียงผู้เดียวจากผลพวงภาพถ่ายและวาทะเด็ดแห่งปีที่ติดในห้องทำงาน บช.น.ด้วยความปราบปลื้มยินดีว่า "มีวันนี้เพราะพี่ให้" โดยผู้ชุมนุมมุ่งหวังจะบุกยึดบช.น.และยึดตำแหน่ง ผบช.น. คืนพร้อมปลด พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ออกจากตำแหน่ง ผบช.น.

              ศอ.รส.แต่งตั้งให้ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผบ.ตร. ลงพื้นที่ปฏิบัติหน้าที่แทนตั้งแต่เช้ามืดที่ผ่านมาและให้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เก็บตัวอยู่ในที่ตั้งอย่างสงบไม่ออกมาโต้ตอบพูดจาท้าทายผู้ชุมนุมใดๆ เนื่องจากพล.ต.ท.คำรณวิทย์เป็นคนโผงผาง ปากกล้า ใจนักเลง กล้าชน กล้าได้กล้าเสีย เกรงจะส่งผบกระทบทำให้สถานการณ์รุนแรงมากขึ้น

 


ศอ.รส.ตั้ง'วรพงษ์'คุม'คำรณวิทย์'


            อย่างไรก็ตามพล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกศอ.รส.กล่าวว่า พล.ต.อ.อดุลย์มีคำสั่งให้พล.ต.อ.วรพงษ์เข้าไปกำกับการบัญชาการกำลังของพล.ต.ท.คำรณวิทย์ที่เป็นผบ.กองกำลังอีกชั้นหนึ่ง ไม่มีการปลดพล.ต.ท.คำรณวิทย์ จากตำแหน่งผบช.น หรือผบ.กองกำลังแต่อย่างใด แค่ให้พล.ต.อ.วรพงษ์ไปคุมอีกชั้นเท่านั้น นอกจากนี้ผอ.ศอ.รส.ยังมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงผู้บัญชาการเหตุการณ์ ณ ที่ทำการทางยุทธการสะพานชมัยมรุเชษฐ์ จากพล.ต.ต.ชยุต รัตนอุบล ผบก.น.9 เป็นพล.ต.ต.คเชนทร์ คชพลายยุกต์ รองผบช.ภ1ทำหน้าทีที่บัญชาการเหตุการณ์ที่ทก.ดังกล่าวแทน
 

 

"อัศวิน"เจรจากับ"วรพงษ์"สุดท้ายสั่งมวลชนกลับราชดำเนิน

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่กปปส.นำรถเเทรกเตอร์ขนาดใหญ่มาทำลายเเบริเออร์หน้าบช.น.ได้เเละมวลชนหลายพันคนไปปิดล้อมบช.น.ได้นั้นพล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าฯกทม.เป็นตัวเเทนผู้ชุมนุมกปปส.ที่ปิดล้อมบช.น.ถนนศรีอยุธยาไว้ได้นั้น พล.ต.ท.อัศวินเข้าไปเจรจากับพล.ต.อ.วรพงษ์ หลังจากรถเเทรกเตอร์ขนาดใหญ่มาทำลายเเบริเอ่อร์เเละเเสลนได้สำเร็จ จนกระทั่ง17.09น.พล.ต.ท.อัศวินเดินออกจากบช.น.เเละสั่งให้ผู้ชุมนุมยุติการชุมนุมเเละไปรวมตัวที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยต่อไป ทั้งนี้มีนักเเสดงเช่นนายพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง น.ส.จินตหรา สุขพัฒน์ นำน้ำดื่มมามอบให้ผู้ชุมนุม


แยกการเรือน ตร.หยุดยิงแก๊สน้ำตา

             เมื่อเวลา 17.10 น. ที่บริเวณแยกการเรือนนายถนอม อ่อนเกตพล หนึ่งในชุดแกนนำประกาศบอกผู้ชุมนุมปฏิบัติให้เน้นความปลอดภัยเป็นหลัก เพราะนอกจากตำรวจใช้แก็สน้ำตา ยังมีการใช้กระสุนยาง พร้อมย้ำกับผู้ชุมนุมทราบว่าที่มาจุดนี้มาเพื่อแหย่และยื้อ ไม่ได้มายึด เพื่อดึงกำลังตำรวจไม่ให้ไปสนับสนุนยุทธศาสตร์สำคัญที่บช.น. และทำเนียบรัฐบาล จนกว่าจะถึงเวลา 20.00 น.ที่แกนนำหลักจะแถลงข่าวดีให้ทราบ     

             ขณะนายอิสระ สมชัย แกนนำอีกคนที่อยู่บริเวณแยกการเรือนเช่นกันก็ปราศรัยโจมตีการกระทำตำรวจที่ระดมยิงแก็สน้ำตาใส่ผู้ร่วมชุมนุมตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้สลับกับการปลุกมวลชนให้สู้และเปิดเพลงปลุกใจ    

            ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าตั้งแต่ช่วงเวลา 17.00 น.เป็นต้นมาไม่มีการยิงแก็สน้ำตา แต่กลุ่มผู้ชุมนุมยังเตรียมพร้อมรับมือระดมผ้าเช็ดหน้า น้ำเปล่ามาเพิ่ม พร้อมผ้าห่มและกระสอบป่านชุบน้ำให้เปียกเพื่อใช้สำหรับคลุมแก็สน้ำตาเวลาตำรวจยิงมาใส่กลุ่มผู้ชุมนุม ทำให้เกิดความเบาบาง ขณะที่ฝั่งตำรวจก็พูดผ่านเครื่องขยายเสียงเป็นระยะว่าห้ามผู้ชุมนุมลุกล้ำเข้ามาในพื้นที่หวงห้ามเพราะตำรวจจำเป็นต้องใช้แก็สน้ำตาและกระสุนยาง ย้ำให้หยุดเพราะขณะนี้ผู้ใหญ่กำลังเจราจากันอยู่ ทำให้ผู้ชุมนุมโห่ร้องใส่

 

ผู้ชุมนุมถูกกระสุนจริงเจ็บ3ราย

             เมื่อเวลา 16.00 น. ที่โรงพยาบาลสงฆ์ นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการตรวจเยี่ยมศูนย์บัญชาการการแพทย์กระทรวงสาธารณสุขส่วนหน้าว่า  จำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ทางการเมือง ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย. - 2 ธ.ค.เวลา 16.00 น. มีจำนวน 221 ราย จากเหตุการณ์ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง 71 รายและพื้นที่อื่นๆ 150 ราย เสียชีวิตรวม 3 ราย  เฉพาะวันที่ 2 ธ.ค.2556 ถึงเวลา 16.00 น. 94 ราย ส่วนใหญ่เกิดจากแก๊สน้ำตา โดยได้รับบาดเจ็บจากการถูกกระสุนจริงยิง 3 รายเข้ารับการรักษาที่รพ.รามาธิบดี 2 รายอยู่ในห้องไอซียู อีก 1 รายโดนยิงเฉี่ยวใบหูถูกนำส่งรพ.หัวเฉียว แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้  ทั้งนี้ ไม่มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาจาอาการถูกสารพิษ นอกจากแก๊สน้ำตา
        
             "ผมไม่มีการสั่งห้ามไม่ให้องค์การเภสัชกรรม(อภ.)ส่งน้ำเกลือไปช่วยผู้ชุมนุม แต่สั่งการให้มีการสนับสนุนให้ฟรี แต่ต้องใช้สำหรับทางการแพทย์เพื่อช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยจริง โดยให้อภ.นำมาส่งที่รพ.สงฆ์เพื่อเป็นศูนย์การกระจายไปยังหน่วยแพทย์ในพื้นที่ที่มีการชุมนุม ไม่ควรขอโดยตรงไปที่อภ. เพราะต้องมีการตรวจสอบและควบคุมไม่ให้เอาไปใช้ในทางที่ผิด"นพ.ประดิษฐกล่าว
                
             นพ.ณรงค์ สหเมธพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากเหตุการณ์ปะทะบริเวณแยกการเรือน แยกวัดเบญฯ สะพานชมัยมรุเชษ และนางเลิ้ง ได้มีการปรับแผน คือ ทีมจัดการพยาบาลเบื้องต้นได้ส่งเพิ่ม 6 ทีม และทีมกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับกทม. หรือ ทีมผู้เชี่ยวชาญขั้นสูง จะประจำบริเวณจุดปลอดภัยเพื่อรับผู้ป่วยที่ถูกลำเลียงออกมาจากอาสาสมัครและแพทย์ทหาร ก่อนนำส่งโรงพยาบาลต่างๆ โดยพื้นที่การจัดการพยาบาลจะแบ่งเป็น 4 ส่วน โซนโรงพยาบาลจากสังกัดกทม. คือ รพ.วชิระ รพ.กลาง โซนโรงพยาบาลสังกัดกรมแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข คือ รพ.ราชวิถี รพ.รามาธิบดี โซนสภากาชาดไทย คือ รพ.จุฬา และโซนศิริราชพยาบาล ทั้งหมดเท่ากับมีทีมแพทย์ฉุกเฉิน 14 ทีม แต่ละทีมมี 3-4 คน โดยมีแพทย์ประจำทุกทีม นอกจากนี้ ยังทีมสำรองอีก 9 ทีมที่กระทรวงสาธารณสุข
                
             “การให้บริการไม่ได้เลือกสี หรือ เลือกข้าง จะให้บริการทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าแพทย์ในพื้นที่ไม่เพียงพอ ความจริงบริเวณจุดปะทะถือเป็นแนวอันตราย ต้องเป็นแพทย์ทหารหรือาสาที่เชี่ยวชาญพื้นที่เท่านั้น ที่จะเป็นผู้ลำเลียงผู้ป่วยออกมาให้แพทย์ที่รออยู่ที่จุดปลอดภัย ก่อนจะประเมินเพื่อส่งต่อผู้ป่วย ซึ่งถือเป็นระบบปกติในการทำงาน”นพ.ณรงค์ กล่าว
         
             นพ.ณรงค์ กล่าวอีกว่า ในการดูแลตนเองเบื้องต้นเมื่อถูกแก๊สน้ำตา หรือสารเคมีที่ยังไม่ทราบชนิด ให้ใช้น้ำสะอาดล้าง ถอด-เปลี่ยนเสื้อผ้า และใช้น้ำเกลือล้างบริเวณดวงตา ซึ่งอาการจากการถูกแก๊สน้ำตา จะระคายเคืองต่อเยื่อบุต่างๆทั้งตา ทางเดินหายใจ ทางเดินอาหาร ผิวหนังคลื่นไส้ อาเจียน หลอดลมตีบตัน  หากเป็นผู้ป่วยหอบหืด หัวใจและหลอดเลือด จะกระตุ้นให้อาการรุนแรงขึ้น
                
             นพ.ณรงค์  อธิกุลวนิช  ผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการการแพทย์กระทรวงสาธารณสุข (ส่วนหน้า) กล่าวว่า จากการประเมินผู้ได้รับบาดเจ็บ พบว่า มีผู้บาดเจ็บทั้งจากการถูกแก๊สน้ำตา กระสุนยาง กระสุนปืนจริง และแผลฉีกขาดจากการปะทะต่างๆ ซึ่งผู้ที่ถูกแก็สน้ำตาส่วนใหญ่จะใช้วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นในแนวที่ปะทะได้ สำหรับระบบการรับส่งผู้ป่วย หากเกิดเหตุรุนแรงโรงพยาบาลแต่ละสังกัดไม่ว่าจะเป็นสังกัดกระทรวงศึกษาธิการอย่างกลุ่มโรงเรียนแพทย์ สังกัด กทม. หรือ รพ.เอกชนต้องมีส่วนร่วม อย่างเหตุการณ์ปะทะที่บริเวณ ม.รามคำแหง ก็มี รพ.เอกชนหลายแห่งที่รับส่งต่อผู้ป่วยไปดูแล
          
             ด้านรศ.นพ.สมศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ ผู้อำนวยการรพ.รามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ขณะนี้(เวลา 16.00 น.) มีผู้ชุมนุมถูกนำส่งมาเข้ารับการรักษาที่รพ.รามาฯ จำนวน 4 ราย ทั้งหมดเป็นเพศชาย ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนจริง 2 ราย รายแรก เข้าที่ขาขวาทำให้กระดูกแตก เข้ารับการผ่าตัด รายที่ 2 เข้าที่หน้าอก กำลังผ่าตัด และกระสุนยาง 2 ราย รายแรกเข้าที่ท้องต้องเข้ารับการผ่าตัด รายที่ 2 เฉียวที่ขา กลับบ้านแล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนำส่งรพ.ผู้ได้รับบาดเจ็บรู้สึกตัวดี นอกจากนี้ ได้มีการเก็บเสื้อผ้าผู้ชุมนุมที่ถูกสารสีม่วงไปตรวจสอบแล้ว ผลยังไม่ออก แต่ได้รับการแจ้งจากฝ่ายตำรวจว่าเป็นสีผสมสารระคายเคือง