
'ยะใส'ห่วง'ปึ้ง'นั่งศอ.รส.คุมม็อบ
'จำลอง-แกนนำ-แนวร่วมพธม. 88 คน'ขึ้นศาลให้การปฏิเสธสู้คดีชุมนุมปิดสนามบินปี 51 'สุริยะใส'ห่วง เปลี่ยน'สุรงพษ์'นั่ง ผอ.ศอ.รส.คนใหม่ ยกระดับสลายม็อบรุนแรง
เมื่อเวลา 11.00 น. ศาลสอบคำให้การจำเลยและตรวจพยานหลักฐานกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ชุมนุมปิดสนามบิน คดีหมายเลขดำ อ.973/2556 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 ได้เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพธม.กับพวก 96 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้ายเพี่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้เกิดความปั่นป่วน กระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน, ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองโดยมีอาวุธ, ร่วมกันเข้าไปในอาคารสำนักงานของผู้อื่นและไม่ยอมออกไปจากสถานที่นั้น โดยใช้กำลงประทุษร้าย, ร่วมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน, ร่วมกันทำลาย ทำให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งอำนวยความสะดวกในท่าอากาศยาน ทำให้เกิดอันตรายต่อความปลอดภัยของท่าอากาศยาน, ร่วมกันทำให้ทางสาธารณะอยู่ในลักษณะอันตรายต่อการจราจร, ร่วมจัดทำให้การสื่อสารสาธารณะขัดข้อง, ร่วมกันทำลายทำให้เสื่อมค่าทรัพย์สินของผู้อื่น, ร่วมกันเป็นซ่องโจร, ร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีอาวุธ, ร่วมกันข่มขืนใจเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังประทุษร้าย, ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นโดยทำให้กลัวจะเกิดอันตรายต่อชีวิตจนผู้ข่มขืนใจยินยอมและร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่นให้เสื่อมเสียอิสรภาพต่อร่างกาย กรณีพวกจำเลยบุกเข้าไปในท่าอากาศยานดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อปี 2551 เพื่อเรียกร้องให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ขณะนั้นยุบสภา
โดยวันนี้จำเลยที่ 16, 47,59, 78, 79, 87, 88, และ 93 ไม่มาศาล แต่ได้มอบอำนาจทนายความให้ยื่นคำร้องขอเลื่อนนัดออกไปก่อน เนื่องจากจำเลยที่ 47 และ 87 มีอาการป่วยและได้ยื่นใบรับร้องแพทย์ประกอบคำร้อง ส่วนจำเลยอีก 6 คน ระบุว่า ขณะนี้ได้ประกาศปิดเส้นทางการจราจร 14 เส้นทาง รอบกทม. จึงไม่สามารถเดินทางมาศาลได้ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยไม่มาศาล โดยมีเหตุจำเป็น ยังไม่น่าเชื่อว่า มีพฤติการณ์จงใจหลบหนี
ขณะที่ ศาลอ่านและอภิบายคำฟ้องให้ พล.ต.จำลอง กับพวกรวม 82 คนแล้วให้การปฏิเสธ ซึ่งอัยการโจทก์แถลงว่า คดีนี้มีพยานเอกสารที่จะนำส่ง จำนวน 100 แฟ้ม โดยจะทยอยส่งจากศาลตั้งแต่วันนี้ ศาลจึงให้ความทั้งสองฝ่ายมาตรวจดูเอกสารกันก่อนในวันที่ 9 ธ.ค.นี้ และเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ที่จะให้คู่ความทั้งสองฝ่ายมีเวลาจัดเตรียมพยานหลักฐาน จึงอนุญาตให้เลื่อนนัดประชุมคดี ตรวจพยานหลักฐาน กำหนดวันสืบพยานอีกครั้งในวันที่ 26 พ.ค.57 เวลา 09.00 น. โดยให้โจทก์พิจารณาประเด็นที่จะซักถามพยาน ซึ่งหากมีประเด็นซ้ำซ้อนกันให้พิจารณานำสืบพยานที่มีความสำคัญ รวมทั้งโจทก์และจำเลยส่งรายละเอียดประเด็นนำสืบพยานต่อศาลในนัดหน้า
อีกทั้ง ศาลยังได้กำชับจำเลยทั้งหมดว่า จากสถานการณ์บ้านเมืองที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ห้ามจำเลยกระทำการใดๆ ที่เป็นการยั่วยุ ปลุกปั่น ปลุกระดม เพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง หรืออาจก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ กระทบต่อความเสียหาย หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือกระทำการใดๆ เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดต่อกฎหมายแผ่นดิน และห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล ตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนดไว้
ภายหลังนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน (การเมืองสีเขียว) กล่าวถึงที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มอบหมายให้ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี คนที่ 1 และรมว.ต่างประเทศ มาดูแล ศอ.รส.แทนว่า เป็นการพยายามทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ลอยตัวอยู่เหนือความขัดแย้งและอาจจะมีแผนใช้ความรุนแรงกับประชาชนหนักขึ้น ซึ่งวันนี้จุดที่สะพานชมัยมรุเชษฐ์มีผู้ชุมนุมบาดเจ็บสาหัสไป 2-3 รายแล้ว ก็ชัดเจนว่า มีการยกระดับกับผู้ชุมนุมที่รุนแรงขึ้น และการที่นายสุรพงษ์ ดูศอ.รส.แทน น่าจะเป็นการตัดความผิดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในการสั่งปราบประชาชน ไม่ต่างกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่สั่งรัฐบาลชุดนี้สารพัดแล้วอยู่ต่างประเทศคอยเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ ซึ่งวันนี้ก็เหมือนกันใช้ตำรวจเป็นเบี้ย เป็นลูกมือปราบปรามประชาชนแล้วตัวเองก็อยู่เหนือความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นแผนให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หนีออกจากความรับผิดชอบ ส่วนจะหนีออกต่างประเทศหรือไม่ต้องติดตามต่อไป
นายสุริยะใส กล่าวต่อว่า การชุมนุมขณะนี้ แกนนำมีความเห็นตรงกันว่า จะดำเนินการต่อไป และยกระดับให้เข้มข้นขึ้น แต่ยังยึดแนวทางสันติวิธีและลดความเสี่ยงให้มากที่สุด ส่วนตำรวจยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุมตั้งแต่ช่วงเช้า ตนเองก็แปลกใจมาก มีข่าวว่า ทางตำรวจไปขอแก๊สน้ำตามาจากกองทัพบกอีก 500 ลูก จึงฝากถามไปยัง ผบ.ทบ ด้วยว่า เหตุใดจึงจะสนับสนุนแก๊สน้ำตา เพื่อให้มาปราบปรามประชาชน ทั้งที่ก่อนหน้านี้บอกให้ยุติ
เมื่อถามถึงเหตุการณ์ปะทะบริเวณ ม.รามคำแหง ที่มีการอ้างถึงสไนเปอร์ และระเบิดเอ็ม 79 จนมีนักศึกษาเสียชีวิตและบาดเจ็บ นายสุริยะใส กล่าวว่า ต้องมีการสอบสวนโดยเร็วว่าไปเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่หรือทหารบางหน่วยหรือไม่ ขณะที่ คณะกรรมการไต่สวนต้องมีความน่าเชื่อถือ เพราะพฤติกรรมนั้น ตนเห็นว่าเป็นอำนาจนอกระบบ และหากปล่อยให้เกิดเหตุที่รามคำแหงได้ ก็อาจจะเกิดกับพี่น้องประชาชนที่สะพานชมัยมรุเชษฐ์ หรือบริเวณ บช.น. ที่ราชประสงค์ ที่ศูนย์ราชการ หรือกระทรวงการคลังได้เช่นกัน



