
"เฉลิม"โต้40ส.ว.ยันฝ่ายค้านวอล์คเอ้าท์ไม่ได้เล่นเกมการเมือง
รสนา" ชี้ผลพิจารณาร่างพรบ.กู้เงิน 4 แสนล้าน ผลอาจไม่ได้ตามที่รัฐบาลต้องการก็ได้ เชื่อวุฒิรอบคอบพิจารณา เด็ก ปชป."สวนหมัด ฝ่ายค้าน ใครกันที่กู้เงินมากกว่ากัน อัดแม้วกู้ไปกว่าล้านล้านบาท แถมปกปิดข้อมูลต่อสภาสอนมวยอย่านำข้อมูลมั่วมาพรีเซนต์ "ชี้ฝ่ายค้าน
(17 มิ.ย.) ที่รัฐสภา นางสาวรสนา โตสิตระกูล ส.ว. กทม.กล่าวถึงกรณีที่ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติให้ผ่าน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท และมีมติให้ผ่านร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทใน 3 วาระรวด ว่า คงยังพูดไม่ได้ว่าวุฒิสภาจะพิจาณากฎหมายกู้เงินทั้ง 2 ฉบับนี้อย่างไร เพราะวุฒิสภาไม่มีพรรคการเมือง แต่ละคนต่างมีความคิดของตัวเองที่ผ่านมาการพิจารณาพ.ร.บ.หลายฉบับอาทิ พ.ร.บ.เทศบาล ,พ.ร.บ.อบจ . , พ.ร.บ.อบจ.ฝ่ายรัฐบาล ก็ตั้งใจให้วุฒิสภาผ่านตามที่รัฐบาลอยากให้เป็น แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นไปตามนั้น อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าเมื่อกฎหมายกู้เงินทั้ง 2 ฉบับนี้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของวุฒิสภา เชื่อว่าสมาชิกทุกคนจะพิจารณากลั่นกรองอย่างรอบครอบที่สุด เราจะตรวจสอบกลั่นกรองอย่างเต็มที่ จึงบอกไม่ได้ว่าเมื่อสภาผ่านมา 3 วาระรวด และวุฒิสภาต้องให้ผ่านอย่างนั้นหรือไม่ อาจมีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมากลั่นกรองให้เกิดความรอบคอบอีกชั้นหนึ่ง
"เฉลิม"โต้กลุ่ม 40ส.ว.ยันวอล์คเอ้าท์ไม่ได้เล่นเกมการเมือง
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มส.ว.40 ออกมาวิจารณ์การวอล์คเอาท์ออกจากห้องประชุมสภาในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟู และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ...ว่าเป็นการเล่นเกมการเมือง ว่า ยืนยันว่าฝ่ายค้านไม่เคยเล่นเกม ฝ่ายค้านตรงไปตรงมา เราบอกแล้วล่วงหน้าว่าต้องให้รายละเอียดไม่เช่นนั้นเราจะทำให้รูว่ากฏหมายที่ต้องกู้เงิน 4 แสนล้านไม่มีรายละเอียด ฝ่ายค้านคงร่วมหัวจมท้ายด้วยไม่ได้ อีกทั้งเมื่อฟังความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกแล้วเห็นว่ารัฐบาลไม่ได้จัดทำรายละเอียดในการใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาท จึงเสนอให้ถอนร่างพ.ร.บ.กลับไปก่อน อีกทั้งรัฐบาลบอกว่ามีเวลาถึง 31 ธ.ค.2554 รัฐบาลจึงน่าจะใช้กว้าง ส่วนที่นายกอบศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีชี้แจงว่าสามารถให้รายละเอียดได้ในชั้นกรรมาธิการเป็นสิ่งที่ฟังไม่ขึ้น เพราะกฏหมายเช่นนี้ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ของสภาไทย
สำหรับการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ในวันนี้ (17มิ.ย.)ร.ต.อ.เฉลิม ก่ล่าวว่า ตนจะวิเคราะห์ว่าการจัดทำงบประมาณ 1 ล้าน 7 แสนล้านบาทของรัฐบาลเป็นงบประมาณของรัฐบาลฝึกหัดไม่ใช่มืออาชีพ เพราะเป็นงบขาดดุลย์ มีงบลงทุนเพียงน้อยนิดส่วนใหญ่เป็นงบประจำและงบประมาณใช้หนี้ ส่วนที่ค.ร.ม.มีมติอนุมัติงบประมาณให้กองทัพจัดซื้อรถหุ้มเกราะ เพื่อใช้ดูแลการชุมนุมของคนเสื้อแดง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่ทราบรายละเอียด หากกระทรวงกลาโหมมีความจำเป็นก็ต้องอนุมัติให้
" ทีพ.ร.บ.ตั้ง ศบ.ชต.(ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้) อยู่ที่ไหนทำไมคุณอภิสิทธิ์ไม่กล้าเอามาออกเป็นพระราชกำหนดล่ะถ้าไม่กลัวไม่เห็นต้องรอเอาเข้าในสมัยสามัญนิติบัญญัติเก่งจริงออกเป็นพ.ร.ก.เลย ไม่รู้กลัวใคร" ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
“ปชป"แฉ"ทักษิณ"เคยกู้กว่าล้านๆบาท
ที่รัฐสภา นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านพาดพิงว่ารัฐบาลกู้เงินมากที่สุดในประวิตศาสตร์ ว่า จาการตรวจสอบพบ เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 45 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มีการลงนามใน พรก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อจัดการช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟู และพัฒนาระบบสถาบันการเงินระยะที่สอง เมื่อดูในมาตรา 3 แล้วพบว่ามีการกำหนดวงเงินกู้ไว้ถึงเจ็ดแสนแปดหมื่นล้านบาท จึงแสดงให้เห็นชัดเจนว่า พรก.กู้เงินที่มีวงเงินกู้สูงสุดอยู่ในสมัยรัฐบาลใครกันแน่
นายบุญยอด กล่าวอีกว่า ตนไม่อยากให้มีการอภิปรายในสภาฯโดยใช้ข้อมูลที่ไม่มีข้อเท็จจริง เพราะพรก.กู้เงินของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์มีวงเงินเพียงสี่แสนล้านบาท ต่างจากพรก.กู้เงินของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่มีการกู้รวมตั้งแต่ปี 45 - 49 กว่าหนึ่งล้านแปดหมื่นเก้าพันสามร้อยยี่สิบหกล้านบาท อีกทั้งในปี 48 พบว่ามีการตกแต่งตัวเลขบัญชี โดยไม่มีการชดเชยการขาดดุลแต่อย่างใด ซึ่งเรื่องดังกล่าวมาปรากฎในสมัยรัฐบาลของพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เนื่องจาก ธกส.มาทวงหนี้กับทางรัฐบาล ที่ถูกเลื่อนการชดเชยหนี้จากรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ จึงอยากให้รู้ว่ารัฐบาลไหนกระทำอะไรลงไปเพราะมีหลักฐานที่ชัดเจน
นายบุญยอด กล่าวต่อว่า ส่วนที่กล่าวหาว่ารัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ไม่เปิดเผยข้อมูลของ พรก.และพรบ.กู้เงินนั้น ในสมัยพ.ต.ท.ทักษิณ เองเคยใช้เงินของกองทุนฟื้นฟูไปชดเชยการขาดทุนจากการขายที่ดินรัชดา กว่า 2300 ล้านบาท เนื่องจากที่ดินดังกล่าวมีมูลค่ากว่า 3 พันล้านบาท แต่กลับขายได้เพียง 7 ร้อยล้าน โดยไม่มีการแสดงให้สภาฯรับรู้ จึงอยากเรียกร้องให้ฝ่ายค้านปรับเปลี่ยนวิธีการนำเสนอข้อมูลที่จะนำเสนอสภา เพราะในสภาต้องพูดความจริงเท่านั้น
ชี้ฝ่ายค้านวอล์คเอาท์เป็นเกม
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก และนายธนา ชีรวินิจ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล ร่วมกันแถลงข่าว โดยนพ.วรงค์ กล่าวว่า การพิจารณาผ่านร่างพรก.และพรบ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ 2 วันที่ผ่านมา ในส่วนของรัฐบาลพยายามประคับประคองสถานการณ์เป็นไปด้วยดีเพื่อให้เกิดความสมานฉันท์ แต่จากเหตุการณ์ที่ฝ่ายค้านวอลค์เอาท์ออกช่วงการลงมติพรบ.เงินกู้ 4 แสนล้านบาทเมื่อคืน( 16 มิ.ย.)ที่ผ่านมานั้น เป็นความพยายามของฝ่ายค้านที่จะเรียกร้องให้รัฐบาลถอนร่าง พรบ.ดังกล่าวโดยอ้างว่ากระบวนการตรวจสอบไม่สามารถทำให้เกิดความโปร่งใสได้ อย่างไรก็ตามการที่จะให้รัฐบาลถอยหลังด้วยการยกร่างดังกล่าวออกคงทำไม่ได้ เพราะขณะนี้วิกฤตเศรษฐกิจได้รุมเร้าอย่างรุนแรง ดังนั้นรัฐบาลจึงจำเป็นต้องมีเม็ดเงินเพื่อให้ประเทศเดินหน้าได้
นพ.วรงค์ กล่าวอีกว่า การที่รัฐบาลเสนอพรบ.ดังกล่าวเข้าไป มีวิธีการตรวจสอบเม็ดเงินเพื่อให้เศรษฐกิจของไทยหลายขั้นตอนเช่น 1 .การเปิดให้มีการอภิปรายในสภาฯ ซึ่งเป็นวิธีการที่มีความชัดเจนอยู่แล้ว 2. ในการที่รัฐบาลเรียกร้องให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นเพื่อให้ฝ่ายค้าน เข้ามามีส่วนร่วมนั้นการตรวจสอบเงินกู้ก็สามารถทำได้ 3 .ในกฎหมายมาตรา 7 ของ พรก.มีการบังคับไว้ชัดเจนว่า รัฐบาลต้องรายงานต่อรัฐสภาภายใน 60 วัน และ 4. การตรวจสอบเม็ดเงิน 4 แสนล้านบาทจะตรวจสอบโดยองค์กรอิสระ เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนกงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ดังนั้นการที่ฝ่ายค้านวอล์คเอาท์เมื่อคืนที่ผ่านมาเป็นการบังคับให้รัฐบาลไม่มีทางเลือก จึงใช้กฎเกณฑ์การตั้งกรรมาธิการเต็มสภาในการพิจารณา



