
อภิปรายพ.ร.บ.งบปี 53(2): "พท."ติง"รบ."ตัวเลขงบฯมั่วแถมไม่มีรายละเอียด
"พท."ติง"ตัวเลขงบประมาณมั่ว แถมไม่มีรายละเอียดการใช้เงินที่ชัดเจน ด้าน อภิสิทธิ์ยันไม่เคยอนุมัติโครงการใดเพื่อปย.ตัวเอง-พรรคร่วมฯ ชี้พรรคไหนมาเป็นรัฐบาลก็ต้องกู้เหมือนกัน
(17 มิ.ย.) ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ แถลงหลักการและเหตุผลของร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2535 จากนั้นนายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ส.ส.เพื่อไทย ใช้สิทธิ์ผู้นำฝ่ายค้าน อภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 ว่า การพิจารณาพ.ร.บ.รายจ่ายประจำปี 2553 เป็นกฎหมายการเงินฉบับที่ 3 ภายในสัปดาห์นี้หลังจากที่พิจารณาพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาท และพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินอีก 4 แสนล้านบาท ซึ่งในการพิจารณาเมื่อคืนวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา ฝ่ายค้านวอล์คเอาท์และไม่ร่วมตั้งกรรมาธิการร่วมด้วย เพราะพ.ร.บ.ดังกล่าวไม่มีรายละเอียดในการใช้เงินชัดเจน มีการมั่วตัวเลข ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโยกย้ายงบประมาณตามอำเภอใจ ไม่โปร่งใส และหากฝ่ายค้านร่วมเป็นกรรมาธิการฯด้วย ก็จะเกิดการพิจารณา 3 วาระรวด โดยที่ไม่มีการชี้แจงรายละเอียด
นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า อย่างโครงการที่มีการมั่วตัวเลข อาทิโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง บางใหญ่-บางซื่อ ซึ่งในพ.ร.บ.กู้เงิน เขียนวงเงินลงทุนไว้ 4.1 หมื่นล้านบาท แต่ก่อนหน้านี้ครม.อนุมัติไว้ 3.6 หมื่นล้านบาท ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นมา 5 พันล้านบาท ยิ่งทำให้สงสัยถึงการประชุมครม.นัดพิเศษ ที่อนุมัติงบให้กระทรวงท่องเที่ยว 2 พันล้านบาท และให้กระทรวงมหาดไทยอีกเกือบ 2 พันล้านบาท ว่าเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นของโครงการรถไฟฟ้าหรือไม่
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า หากดูการจัดทำงบประมาณรายรายจ่ายจะเห็นว่าไม่เพียงการกู้แค่ 8 แสนล้านบาทเท่าที่มีเท่านั้น แต่ยังมีตัวเลขการกู้เงินเพื่อนำมาปิดปีงบประมาณ 53 อีก 3.5 แสนล้านบาท เพราะงบประมาณปี 53 เป็นงบขาดดุล ดังนั้นเมื่อดูจากตัวเลขเงินกู้ของรัฐบาลนี้เมื่อรวมตัวเลขแล้วสูงถึง 1.6 ล้านล้านบาท เพราะรัฐบาลหาเงินไม่เป็น เป็นแต่การกู้ ดังนั้นขอเรียกว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่กู้จนแขกหนี เพราะกลัวว่ารัฐบาลจะไปกู้เขาอีก
ด้านนายอภิสิทธิ์ ชี้แจงว่า การพิจารณาร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน ที่ผ่านสภา 3 วาระรวด เป็นสิ่งที่รัฐบาลไม่เคยคิดมาก่อน เพราะเบื้องต้นต้องการให้ทุกฝ่ายร่วมเป็นกรรมาธิการฯ เพื่อตรวจสอบการบริหารหนี้สาธารณะอย่างชัดเจน แต่เมื่อฝ่ายค้านไม่ร่วมเป็นกรรมาธิการฯ จึงจำเป็นต้องตั้งกรรมาธิการเต็มสภา อย่างไรก็ตามการไม่เข้าร่วมเป็นกรรมาธิการถือเป็นสิทธิ์ของฝ่ายค้าน แต่เมื่อไม่ร่วมแล้วก็ขอให้อย่ามาว่าทีหลัง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องตัวเลขที่มีการปรับเปลี่ยน ไม่ใช่ว่ามั่วตัวเลข แต่เป็นเพราะการจัดทำงบประมาณเป็นการคาดการณ์การใช้จ่ายเงิน ซึ่งสถานการณ์เศรษฐกิจผันผวนตลอดเวลา จึงต้องเผื่อไว้เพื่อเป็นงบในการดูแลการจัดทำอาชีพ และงบลงทุนต่างๆ อย่างเรื่องโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ที่เสนอเข้ามา 4.1 หมื่นล้านบาท จากที่ครม.สมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช อนุมัติไว้ 3.6 หมื่นล้านบาท ก็เป็นการประเมินการณไว้ แต่ตนก็ไม่เห็นด้วยและได้สั่งการสำนักงบประมาณให้จัดทำโครงการโดยใช้เงิน 3.6 หมื่นล้านบาททั้งโครงการ ส่วนเรื่องการเพิ่มงบประมาณในส่วนของกระทรวงท่องเที่ยวฯ จำเป็นต้องทำเพราะหากจะแก้ปัญหาต้องมีตัวเม็ดเงิน และในส่วนของกระทรวงมหาดไทย เรื่องศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ถือเป็นนโยบายของรัฐบาล
“ผมยืนยันได้ว่าโครงการที่อนุมัติจากครม.คำนึงถึงความจำเป็นในการพัฒนาบ้านเมืองเป็นหลัก ไม่มีโครงการใดที่จะอนุมัติโดยหวังผลทางการเมือง หรือเพื่อเอื้อประโยชน์ให้พรรคร่วมรัฐบาล และการกู้เงินเพื่อลงทุนในโครงการ ถือเป็นสิ่งปกติที่รัฐบาลต้องทำในสถานการณ์ภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดี ก็ต้องกู้ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายสมัคร สุนทรเวช หรือนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็ต้องกู้ทั้งนั้น แต่สำหรับรัฐบาลนี้เรากู้มาเพื่อปรับโครงสร้างพื้นฐานของรัฐเป็นหลัก”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม กล่าวชี้แจงว่า ตัวเลข 3.6 หมื่นล้านบาทที่ครม.อนุมัติ เป็นเพียงโครงสร้างด้านโยธาเท่านั้น แต่หลังจากก่อสร้างเสร็จ จะต้องมีค่าระบบราง และค่าที่ปรึกษา เมื่อรวมแล้วจึงเป็น 4.1 หมื่นล้านบาท ดังนั้นนี่คือตัวเลขจริงไม่ใช่ตัวเลขเท็จ



