
'สุรพงษ์'คุม'ศอ.รส.'แทน'ประชา'
'นายกฯ' ตั้ง 'สุรพงษ์' คุม 'ศอ.รส.' แทน 'ประชา' ขอขรก.กลับเข้าทำงาน ให้คำมั่นนำความสงบกลับคืนมาโดยเร็ว ด้าน 'บิ๊กชา' เเจง 'ปู' พิจารณาเอง ปัดใบสั่ง 'แม้ว'
2 ธ.ค.56 เมื่อเวลา 12.20 น. พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี และนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ แถลงข่าวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)
โดยพล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ตามที่ครม.ประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เพื่อระงับยับยั้งภัยที่เกิดจากความมั่นคง ตนในฐานะรองนายกฯฝ่ายความมั่นคงได้ใช้หลักสันติวิธีไม่ใช้อาวุธต่อผู้ชุมนุม ไม่ให้เกิดปัญหาแทรกซ้อน แต่สถานการณ์การชุมนุมเปลี่ยนแปลงและยกระดับในลักษณะที่ต้องการให้เปลี่ยนแปลงการใช้อำนาจซึ่งไม่ใช่วิถีทางตามรัฐธรรมนูญที่บัญญัติ เป็นผลกระทบต่อความมั่นใจของนานาประเทศ จึงต้องควบคุมสถานการณ์ใกล้ชิด ต้องทำความเข้าใจกับนานาประเทศให้เข้าใจ เพื่อให้รับรู้สถานการณ์
"น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีจึงมอบหมายให้นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล มากำกับดูแลงานศอ.รส.ในฐานะรองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ ผมจึงขอมอบหน้าที่กำกับดูแลงานศอ.รส.ให้รองนายกฯสุรพงษ์มาควบคุมดูแลและกำกับดูแลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป" พล.ต.อ.ประชา กล่าว
ด้านนายสุรพงษ์ กล่าวว่า จากการที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ตนมาทำหน้าที่ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 1 มากำกับดูแลงานบริหารราชและชี้แจงข้อมูลข่าวสารของศอ.รส. เพื่อให้นายกฯไปปฏิบัติหน้าที่ด้านอื่น เพื่อนำพาประเทศให้เดินหน้า เพราะการชุมนุมประท้วงส่งผลกระทบภาพรวมของเศรษฐกิจและของประเทศ และภาพลักษณ์ของไทยในประชาคมโลกเป็นประเทศที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย
"ผมในฐานะผู้รับผิดชอบดูแล ศอ.รส.คนใหม่ ให้ความเคารพในสิทธิการแสดงออกและเรียกร้องภายใต้รัฐธรรมนูญ แต่ไม่ควรให้การชุมนุมประท้วงสร้างความเสียหายให้ประเทศ โดยเฉพาะการปิดหน่วยงานต่างๆทำให้ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจไม่สามารถทำงานตามปกติได้ ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะข้าราชการเป็นข้าของแผ่นดินในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อรับใช้ประเทศและรับใช้ประชาชนคนไทยกว่าหกสิบกว่าล้านคน และต้องทำหน้าที่ประจำรับใช้ประเทศให้เดินหน้า และให้บริการคนไทยทั้งแผ่นดินต่อไปไม่ให้สะดุดหยุดลง ผมจึงขอให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ของทุกท่านตามปกติ รัฐบาลจะให้ความอดทนให้ถึงที่สุด ยึดมั่นในแนวทางสันติวิธี ยึดตามหลักสากลกับผู้ชุมนุม ยึดมั่นในข้อกฎหมายบทบัญญัติภายใต้รัฐธรรมนูญที่ยอมรับได้ในสังคมประชาธิปไตยของโลก และยืนยันว่าจะนำพาประเทศไทยกลับสู่ความสงบสุขโดยเร็ว" รองนายกฯ กล่าว
ต่อมา พล.ต.อ.ประชาให้สัมภาษณ์กับเนชั่นทีวี เวลา 12.00 น. ในเรื่องนี้ว่า ขอเรียนว่าผอ.ศอ.รส.ยังเป็น ผบ.ตร. นายสุรพงษ์เข้ามากำกับดูเเลหน่วยงานนี้เหมือนสมัยที่ตนเคยดูเเล ไม่มีนัยยะใดๆเพราะตนดูเเลงานปกติที่นายกฯมอบหมาย คือดูเเลสตช. สมช.ศอ.บต.เช่นเดิม เมื่อถามว่าบางฝ่ายตั้งข้อสังเกตการเปลี่ยนเเปลงครั้งนี้เป็นเพราะนายสุรพงษ์คือสายตรงพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พล.ต.ประชากล่าว่วา เป็นดุลพินิจนายกฯเพราะนายกฯมองว่าสถานการณ์ยกระดับสูงขึ้นเเละอยู่ในสายตาต่างประเทศเเละกระทบความเชื่อมั่นของนานาประเทศ นายกฯจึงพิจารณาว่าจะได้ทำความเข้าใจกับต่างประเทศ เมื่อถามว่านายสุรพงษ์ไม่ได้ดูเเลหน่วยงานความมั่นคง พล.ต.อ.ประชากล่าวว่า ตนช่วยนายสุรพงษ์อยู่ในฐานะที่ปรึกษาเเละสนับสนุนนายสุรพงษ์ได้ เเละนายสุรพงษ์เป็นรองนายกฯอันดับที่1หากนายกฯปฏิบัติราชการไม่ได้ นายสุรพงษ์ในฐานะรองนายกฯอันดับที่ 1 น่าจะทำหน้าที่สมบูรณ์กว่า
เมื่อถามว่าเตรียมไว้เผื่ออุบัติเหตุการเมือง พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ไม่ไปไกลถึงขั้นนั้น เป็นเเค่การกำกับดูเเลการชุมนุม เมื่ถามว่าหลังจากนี้เเสดงว่ารัฐบาลอาจจะปฏิบัติการเเบบตาต่อต่อตาหรือไม่ หรือจะมีการประนีประนอมกับการชุมนุมในการเปลี่ยนตัวผอ.ศอ.รส.ครั้งนี้ พล.ต.อ.ประชากล่าวว่า ตนยังช่วยนายสุรพงษ์อยู่ ส่วนเเนวทางที่ตนจะเเนะนำนายสุรพงษ์คือ หารือกัน ทุกอย่างที่เกี่ยวกับการชุมนุมเเละการทำงานของศอ.รส.นายสุรพงษ์ดูเเลเบ็ดเสร็จ เมื่อถามว่า การเปลี่ยนเเปลงครั้งนี้มาจากการเจรจาระหว่างนายกฯกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่าไม่ใช่ นายกฯเน้นการทำความเข้าใจกับต่างประเทศ
เมื่อถามว่าสรุปผลการคุยของนายกฯกับนายสุเทพยังไม่มีทางออกด้านบวก พล.ต.อ.ประชากล่าวว่าต้องถามนายสุเทพว่าเมื่อคุยกันเเล้วควรจะต่อเนื่องในการหาทางออกร่วมกันหรือไม่ ไม่ใช่เพิ่มความขัดเเย้งของประชาชนเเละควรหยุด โดยมาคุยกัน เพราะจากการประสานงานของ ผบ. 3 เหล่าทัพ ตรงนี้น่าจะต่อเนื่อง ตนขอร้องนายสุเทพว่ากรุณาหยุดการเคลื่อนไหวไว้ก่อน เเต่ตอนนี้เป็นดุลพินิจของนายสุรพงษ์เเล้ว ส่วน 3 ผบ.เหล่าทัพ เสนอว่าอยากให้ความรุนเเรงหยุดโดยเร็วเเละไม่อยากเห็นความเเตกเเยก โดยต้องการพูดคุยกัน เมื่อถามว่าท่าที 3 ผบ.เหล่าทัพ คือการส่งสัญญาณ พล.ต.อ.ประชากล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะผบ.เหล่าทัพคือข้าราชการของในหลวงย่อมปราถนาดีที่จะดูเเลประชาชนเเละภาพรวม ส่วนเเนวทางที่จะสนับสนุนสันติภาพเป็นสิ่งที่ดี ตนดีใจที่เห็นภาพผบ.เหล่าทัพร่วมหารือกับนายกฯเเละนายสุเทพ ส่วนการยุบสภาจะตามมาในสองวันนี้หรือไม่นั้น เรื่องนี้ควรสอบถามนายกฯ
'ศอ.รส.' ส่ง 'พฐ.' หาหลักฐานหน้ารามคำแหง
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ศอ.รส. แถลงสถานการณ์การชุมนุม ล่าสุดผู้ชุมนุมได้เริ่มเดินทางกลับภูมิลำเนาแล้วในบางและบางส่วนยังชุมนุมอยู่ในจุดต่างๆ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจภาคภูมิใจในการปฏิบัติหน้าที่ให้ระลึกไว้เสมอว่าผู้ชุมนุมคือคนไทยด้วยกัน จอย้ำว่าตำรวจทุกนายมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ศอ.รส.ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทหาร และข้าราชการในพื้นที่เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยของสถานที่ราชการอย่างเต็มที่ และในที่ประชุมศอ.รส. ได้มีการชี้แจงเพิ่มเติมถึงขั้นตอนการปฏิบัติงานทั้งสองส่วน คือบริเวณโดยรอบกองบัญชาการตำรวจนครบาล และหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ศอ.รส.ได้รับรายงานจาก พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา ซึ่งอยู่ในพื้นบริเวณนั้นตลอดเวลาได้ชี้แจงถึงความยากลำบากในการใช้พื้นที่เบื้องต้น เพื่อรักษาชีวิตของกลุ่มผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเฉพาะอย่างยิ่งกองร้อยควบคุมฝูงชนที่ไม่มีอาวุธประจำกายเลย มีเพียงโล่และกระบองยางเท่านั้น
พล.ต.อ.วรพงษ์ รายงานว่าท่านได้กำกับดูแลสถานการณ์ด้วยตัวเองแม้แต่การจัดรถบัสโดยประสานกับอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหงในการจัดคนเข้าไปช่วยนักศึกษาออกจากพื้นที่แต่เนื่องจากขณะปฏิบัติหน้าที่นั้นได้มีกลุ่มบุคคลบางส่วนได้มาสกัดกั้นไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไป ซึ่ง พล.ต.อ.วรพงษ์ได้หารือกับอธิการ ม.ราม เพื่อหาแนวทางการนำนักศึกษาออกจากพื้นที่โดยเร่งด่วนที่สุด จึงได้มีความเห็นว่าจะเอาเจ้าหน้าที่ทหารมาร่วมปฏิบัติหน้าที่ และได้ประสานงานมาที่ ศอ.รส.เพื่อขอเจ้าหน้าที่ทหารเจ้านวน 1 กองร้อยเข้าไปช่วยเหลือนักศึกษา ประการต่อมาในกรณีการช่วยเหลือคนเจ็บออกจากสถานที่ ศอ.รส.ได้รับการประสานงานโดยตรงจากนายแพทย์พรเทพ แซ่เฮ้ง แพทย์ศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินเอราวัณซึ่งอยู่ใกล้พื้นที่เกิดเหตุมากที่สุดเพื่อขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปช่วยเหลือคนเจ็บออกมาทางศอ.รส. จึงได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หัวหมากทำการช่วยเหลือต่อไป
ดังนั้นในกรณีที่บอกว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปในพื้นที่ต่างๆนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ส่วนขั้นตอนในการปฏิบัติในการเข้าไปคลี่คลายสถานการณ์มีขั้นตอนในการดำเนินงานชัดเจนเพื่อป้องกันการปะทะต่างๆ ล่าสุดสถานการณ์หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหงตอนนี้คลี่คลายเรียบร้อยแล้ว และเมื่อเวลา 10:00 น.ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ได้นำเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุต่อไป
ล่าสุดมีการายงานยอดผู้เสียชีวิต 4 รายจากบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง คือ 1.นายวิโรจน์ เหมนาค อายุ 43 ปี ถูกยิงเข้าที่หน้าอก 2.นายวิษณุ เภาพู่ อายุ 32 ปี ถูกยิงที่หน้าอกด้านซ้ายกระสุนทะลุหัวเสียชีวิตทันที 3.นายทวีศักดิ์ โพธิ์แก้ว อายุ 21 ปี ถูกยิงเข้าที่บริเวณชายโครงด้านซ้าย ส่วนรายที่ 4 คาดว่าน่าจะเป็นคนขับรถบัส ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บระหว่างปฏิบัติหน้าที่นั้นยอดขณะนี้จำนวน 37 รายโดย 4 รายได้รับบาดเจ็บจากการเข้าไปควบคุมฝูงชนที่บริเวฯมหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้แก่ 1.ด.ต.อาณัติ น้อยพาณิช ภ.จว.ราชบุรี มีอาการนิ้วเท้าซ้นขณะวิ่งหลบรถบัส 2.ด.ต.วัชริน เปล่งเติม ภ.จว.ราชบุรี มีอาการข้อมือฉีกขาดจากการควบคุมฝูงชน 3.ด.ต.อริช ศรีจันทร์ ภ.จว.ราชบุรี มีอาการหน้าแข้งบวม 4.ส.ต.อ.สายรุ้ง วาสาท ภ.จว.ราชบุรี มีอาการข้อมือฉีกขาดการจากควบคุมฝูงชน ศอ.รส.ยืนยันถึงการปฏิบัติหน้าที่จะปฏิบัติตามหลักสากลและหลีกเลี่ยงเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้ชุมนุม



