ข่าว

ใช้วิกฤติเป็นโอกาสปฏิรูปประเทศ!

ใช้วิกฤติเป็นโอกาสปฏิรูปประเทศ!

02 ธ.ค. 2556

ใช้วิกฤติเป็นโอกาสปฏิรูปประเทศ! : เกาะติดพ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์ @Somthawin_kcl

             จากกระแสต่อต้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมจนกลายเป็นการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาลและฝ่ายต่อต้านรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จนเกิดการปะทะมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

             "พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ" ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล แห่งสถาบันพระปกเกล้า ซึ่งเคยเตือนผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่ายแล้วอย่าตั้งเวทีฝ่ายที่มีความเห็นต่างกันมาอยู่ใกล้กัน เพราะอาจเกิดการกระทบกระทั่งกันได้ ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องนำคนกระทำความผิดมาลงโทษให้ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับให้ประณามคนทำความผิด และการที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) สลายการชุมนุม ถือเป็นเรื่องดี เพื่อป้องกันไม่ให้มีเหตุบานปลายมากไปกว่านี้

             สถานการณ์ที่เกิดขึ้น "ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล" มองว่า ขณะนี้ในส่วนของผู้ชุมนุมเริ่มมีจำนวนประชาชนไม่พอใจรัฐบาลมากขึ้น ในที่สุดประชาชนจะมีอำนาจเหนือกว่ารัฐบาล เมื่อถึงจุดนั้นการประกาศลาออก หรือยุบสภาของรัฐบาลก็คงไม่แก้ไขให้สถานการณ์ที่เป็นอยู่ดีขึ้น แต่เชื่อว่า สุดท้ายก็ต้องมีการเจรจา เพื่อให้ปัญหาทุกอย่างยุติ

             การที่ "คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" (กปปส.) ที่มี "สุเทพ เทือกสุบรรณ" เป็นเลขาธิการ ต้องปฏิรูปประเทศไทยเป็นสภาประชาชน "พล.อ.เอกชัย" มองว่า ทำได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากเป็นการกระทำโดยฝ่ายเดียว คือ กลุ่มของนายสุเทพ โดยที่ไม่มีฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล เข้ามามีส่วนร่วม เมื่อกลุ่มของนายสุเทพทำโครงสร้างดังกล่าวเสร็จก็เชื่อว่า กลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาล และต่อต้านกลุ่มนายสุเทพ ก็จะกล่าวหาว่าเป็นการกระทำโดยกลุ่มคนฝ่ายเดียว ภาคส่วนอื่นไม่มีส่วนร่วม และจะมีการนำกลุ่มต่อต้านออกมาเคลื่อนไหวอีก เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2553

             "พล.อ.เอกชัย" ฝากไปยังรัฐบาลให้ระมัดระวังการใช้กำลังกับประชาชนโดยเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะจากนี้ไปเป็นการเผชิญหน้ากันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐภายใต้การบริหารของรัฐบาลกับประชาชน หากเกิดเหตุรุนแรงเหมือนเช่นอดีตจะยิ่งทำให้รัฐบาลเสียเปรียบ เพราะเชื่อว่าสุดท้ายหากสถานการณ์เลวร้ายประชาชนบาดเจ็บ และเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ทหารออกมาจะยิ่งทำให้เกิดปัญหากลายเป็นความขัดแย้ง 3 ฝ่าย คือ 1.เจ้าหน้าที่รัฐ 2.กลุ่ม กปปส. 3.กลุ่มสนับสนุนรัฐบาล เพราะกลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาลประกาศว่า ถ้าทหารออกมาวันไหนจะออกมาเคลื่อนไหวทันที จุดนี้จึงต้องระวัง

             "ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล" แสดงความเป็นห่วงและฝากไปถึงกลุ่ม กปปส.ของนายสุเทพ การที่เปิดเวทีหลายแห่งยากต่อการดูแลความปลอดภัยและควบคุม สุ่มเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรง ผิดกับเจ้าหน้าที่ทหารหรือตำรวจ ที่อยู่ในระบบระเบียบ เนื่องจากมีผู้บังคับบัญชาชัดเจน

             "พล.อ.เอกชัย" มองว่า แม้ว่ากลุ่ม กปปส.จะยึดอำนาจรัฐสำเร็จโดยประชาชน แต่สุดท้ายก็ต้องนิรโทษกรรมให้แก่ประชาชนที่ร่วมเคลื่อนไหวเหมือนกับอดีตที่เคยทำกัน และยิ่งถ้ามีการจบแบบรุนแรง สถานการณ์เลวร้ายที่สุด สุดท้ายก็ต้องเจรจาเพื่อหาข้อยุติร่วมกัน ดังนั้นการเคลื่อนไหวเพื่อทำสิ่งใดขอให้คิดการณ์ไกล อย่าคิดสั้นๆ รัฐบาลยิ่งปล่อยเวลาให้นานไปอำนาจยิ่งลดน้อยลง ดังนั้นต้องเร่งเจรจา เพื่อเร่งคลี่คลายสถานการณ์

             "ผมอยากเสนอให้คนกลางหรือให้แต่ละฝ่ายส่งกลุ่มตัวแทนของตัวเองมา เพื่อร่วมกันหาทางออก เพราะสุดท้ายก็ต้องจบลงด้วยการเจรจาอยู่ดี แต่คนเจรจาอยากให้มาเป็นกลุ่มมากกว่าเป็นตัวบุคคล โดยคนที่เป็นตัวแทนต้องไม่มีผลประโยชน์ ไม่เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด และมีความรู้และมองภาพรวมเพื่อการสร้างอนาคตประเทศร่วมกัน" ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล ให้ข้อเสนอแนะ

             "พล.อ.เอกชัย" กล่าวปิดท้ายว่า หากดูข้อเรียกร้องจาก 3 ฝ่าย ตั้งแต่อดีตเริ่มจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กลุ่ม กปปส.ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และรัฐบาล สิ่งที่อยากทำเหมือนกันคือ การปฏิรูปประเทศไทย จึงน่าจะถือโอกาสนี้ร่วมมือกันทำในสิ่งที่เห็นตรงกัน เพื่อให้ประเทศเดินหน้าร่วมกันต่อไป

........................................

(หมายเหตุ : ใช้วิกฤติเป็นโอกาสปฏิรูปประเทศ! : เกาะติดพ.ร.บ.นิรโทษกรรม  โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์ @Somthawin_kcl)