ข่าว

ยุทธศาสตร์ของคนธรรมดาส่วนใหญ่

ยุทธศาสตร์ของคนธรรมดาส่วนใหญ่

02 ธ.ค. 2556

ยุทธศาสตร์ของคนธรรมดาส่วนใหญ่ : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น Facebook : ruarob.muangman

             ขณะที่เขียนอยู่นี้ สถานการณ์การเมืองบนถนนยังไม่คลี่คลาย ม็อบยังชุมนุมในหลายจุด รวมทั้งจุดที่ก่อให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง เวลานี้ยังไม่มีการสูญเสียขนาดใหญ่ ต้องยกเครดิตให้แก่ม็อบ ที่เลือกใช้วิธีคุยกับเจ้าหน้าที่ภาคสนามดีๆ และต้องชื่นชมรัฐบาลที่ไม่ใช้ความรุนแรงตอบโต้ ไม่ว่าการชุมนุมช่วงนี้จะจบลงแบบใด ระบอบทักษิณก็ยังอยู่ในใจของฝ่ายเกลียดชิน คนเสื้อแดงก็ยังอยู่เหมือนกัน ทีนี้คนส่วนใหญ่ในสังคมที่อยากดำรงชีวิตปกติก็ต้องมียุทธศาสตร์ในการรับมือสถานการณ์เช่นนี้

             ประการแรกเลยคือ ระวังความเครียดที่จะมากับการรับข่าวสารที่แรงเกินไป ตลอดจนผลกระทบทั้งทางตรงทางอ้อมทางเศรษฐกิจและสังคม ข่าวสารแรงนั้นอาจจริงอาจเท็จ อาจมาจากสื่อปกติหรือเพื่อนฝูงบอกเล่าแชร์ต่อกันมา หลายอย่างกระทบต่อตัวและครอบครัวมาก เช่น เงินเดือนของข้าราชการเกษียณปีนี้ การเป็นห่วงคนรู้จักที่อยู่ในพื้นที่ชุมนุม หรือการปิดโรงเรียน บางทีก็ถูกชักชวนให้ไปร่วมต่อต้านรัฐหรือต่อต้านกลุ่มต่อต้านอีกที ถ้าไม่ไปก็ถูกหาว่าเป็นไทยเฉย ความสัมพันธ์ระหว่างมิตรและเครือญาติอาจมีความตึงเครียด ทางออกคือ สนใจรับข่าวสารพอประมาณ เฉพาะที่เกี่ยวข้องและอาจกระทบกับตัว เช่น เส้นทางไหนที่ควรหลีกเลี่ยง วันนี้โรงเรียนลูกปิดเรียนหรือไม่ ส่วนเรื่องเขาจะแก้กฎหมายกันอย่างไร เรียกร้องอะไรก็เพลาความสนใจติดตามลงหน่อย เพราะการต่อสู้กันระหว่างรัฐและฝ่ายตรงข้ามนั้น นอกเหนือการควบคุมของคนธรรมดา ในยามปกติคนควรสนใจใคร่รู้ข้อมูลหลากหลายมุม แต่ในยามไม่ปกติและเครียด ถ้าไม่ใช่ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรง คนธรรมดาต้องห่วงสุขภาพจิตตนเองไว้ก่อน

             การรักษาความสัมพันธ์กับผู้มีความคิดต่างนั้น เป็นเรื่องจำเป็น ไทยกำลังอยู่ในยุคที่ผู้มีความเห็นทางการเมืองแตกต่างกันอย่างสุดขั้วมีจำนวนพอๆ กัน แบบเดียวกับที่ไต้หวันและตุรกีกำลังเป็น ความต่างนี่มิได้อยู่ที่ภาค ศาสนา หรือชนชั้น แต่กลมกลืนผสมกันไปในบ้านเดียวกัน ที่ทำงานเดียวกัน การรักษาความสัมพันธ์อันดีจึงเป็นเรื่องสำคัญ อย่าให้ประเด็นทางการเมืองละลายมิตรภาพ เพราะไม่ว่าจะเชื่อสุเทพ หรือยิ่งลักษณ์ เราก็มีโอกาสที่จะทำงานร่วมกัน ช่วยเหลือกัน หรืออย่างน้อยก็ยิ้มให้กันได้เสมอ ดังนั้นพึงหลีกเลี่ยงการคุยกับผู้เห็นต่างในประเด็นทัศนะทางการเมือง ถ้าจำเป็นต้องรับฟังให้รับฟังอย่างสงบนิ่งและพยายามเปลี่ยนประเด็นทันทีที่ทำได้ ถ้าผิดพลาดใกล้จะมีปากเสียงให้หยุดหรือเดินหนี เว้นแต่จะถูกหลู่เกียรติจนเกินไป บางครั้งผู้มีความเห็นต่างอยู่ในสภาพเหนือกว่าเรามาก เช่น เป็นอาจารย์หรือนายจ้าง ก็ให้โอนอ่อนผ่อนตามเท่าที่จะทำได้

             ในยุคที่ความเป็นกลางทางความคิดแทบไม่มี หากคนธรรมดาต้องการแสดงออกทั้งในเชิงสนับสนุนหรือต่อต้านรัฐ พึงคำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมายังตนและครอบครัวด้วย เช่น เพื่อการปลอดภัยในการเดินทางที่เปลี่ยวมืด ควรหลีกเลี่ยงการแสดงสัญลักษณ์บอกฝ่าย เพื่อป้องกันอารมณ์ขุ่นมัวจากฝ่ายตรงข้าม อย่าใช้คำพูดหยาบคายเกินไป เพราะจะเป็นภาพลักษณ์ติดตัวเรา การแชร์ภาพการกระทำบางอย่างที่ตนร่วมด้วย อาจผิดกฎหมายและถูกดำเนินคดี ถึงแม้จะหลุดในที่สุด ก็ต้องเสียเวลาและสมอง จึงควรพิเคราะห์ก่อนทำ

             สังคมคงแตกแยก เศรษฐกิจจะถดถอย และการเมืองจะไร้เสถียรภาพไปอีกระยะเวลาหนึ่ง คนธรรมดาต้องอยู่ร่วมกับสภาพเช่นนี้ได้อย่างมีความสุข นึกเสียว่าฝ่ายที่ต้องหักโค่นกันนั้นทุกข์ยิ่งกว่าเรา เดิมพันสูงกว่าเรา จึงเครียดกว่าเรา แล้วก็น่าจะสบายใจขึ้นครับ