
สิ่งที่หล่นหายในการเรียกร้องปชต.
ที่นี่บัวแก้ว : สิ่งที่หล่นหายในการเรียกร้องประชาธิปไตย : โดย...นันทิดา พวงทอง
เรื่องดีที่ต้องขยายที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว (28 พ.ย.) ทางสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ นครย่างกุ้ง ได้จัดงานพระราชพิธีปริญญาบัตร ตามที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้มอบปริญญาดุษฎีบัณฑิต ด้านปรัชญาการบริหารประเทศ และมหาวิทยาลัยนเรศวร ด้านรัฐศาสตร์ให้แก่ พล.อ.เต็ง เส่ง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐสหภาพเมียนมาร์ ในฐานะผู้นำประเทศที่ประสบความสำเร็จ มีผลงานเป็นที่น่าพอใจ ที่สามารถเปิดโต๊ะเจรจาระหว่างรัฐบาลทหาร พรรคฝ่ายค้าน และชนกลุ่มน้อยกว่า 100 กลุ่ม ได้หันหน้าพูดคุยตกลงและเดินทางสร้างความปรองดองประเทศเกิดขึ้นได้
นี่เป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างจากหลายๆ ประเทศที่ประะสบความสำเร็จที่สามารถสร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในประเทศได้ โดยในแต่ละประเทศก็มีปัญหาการเมือง การปกครอง ที่สลับซับซ้อนกันไป รวมทั้งมีปัจจัยแทรกซ้อนทางด้านสังคมและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน
หากแต่วันนี้ สถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองในไทยที่เกิดขึ้นได้แบ่งแยกกันเป็นฝักฝ่ายที่ชัดเจน ล่าสุด กลุ่ม คปท.ได้เคลื่อนขบวนบุกยึดกระทรวงการต่างประเทศ ถือเป็นหน่วยงานสำคัญและช่องทางการติดต่อ และร่วมมือกับต่างประเทศ นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศยังมีหน้าที่ดูแลคนไทยในต่างแดนนับสิบล้านคน
เหตุการณ์บุกยึดสถานที่ราชการครั้งนี้ เป็นตัวแปรสำคัญ ทำให้ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศบางกลุ่มที่มีความคิดเห็นที่สอดคล้องกับกลุ่ม คปท. ด้วยเพียงค้านกับความคิดกฎหมายล้างโทษขัดกับหลักธรรมที่ว่า "ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว"
ขณะนี้เชื่อว่า มีหลายคนกำลังคิดใหม่วางท่าทีใหม่ และต้องการให้ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" แกนนำเครือข่ายต่อต้านระบอบทักษิณ แสดงจุดยืนที่ชัดเจน หลังจากที่เปลี่ยนเป้าหมายการชุมนุมแบบรายวัน เดิมที่ "มุ่งคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม มาเป็นโค่นล้มรัฐบาล และล่าสุดขับไล่รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีให้ลาออก สู่การจัดตั้งสภาประชาชน" สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดความสับสนว่า ความต้องการที่แท้จริงของกลุ่มผู้ชุมนุมคืออะไร
สิ่งที่เกิดขึ้นขณะที่เห็นว่าคนไทยกำลังใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กเชื่อมโยงและปลุกกระแสคนไทยในประเทศและต่างประเทศแสดงพลังร่วมกันเปลี่ยนแปลงสังคมครั้งใหญ่อย่างรวดเร็ว ในอียิปต์ ซีเรีย และลิเบีย ล้วนแต่เป็นประเทศที่ล้มสลาย ในข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และต้องยอมรับ ในระหว่างที่ประเทศเกิดสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศ ย่อมส่งผลทางเศรษฐกิจ และโอกาสการพัฒนาประเทศ รวมทั้งความเชื่อมั่นจากต่างชาติ
แน่นอนว่า คนในชาติคงไม่ต้องการให้ประชาธิปไตยที่เรียกร้องกันอยู่ เป็นเครื่องฉุดรั้งการพัฒนาประเทศ ท้ายที่สุดแล้ว คงต้องอาศัยประชาชนทุกคนได้ช่วยกันหาทางออกให้แก่สังคม โดยต้องเป็นสิ่งที่ทุกคนยอมรับ และร่วมเคารพกติกาที่จะอยู่ร่วมกัน
-----------------------
(ที่นี่บัวแก้ว : สิ่งที่หล่นหายในการเรียกร้องประชาธิปไตย : โดย...นันทิดา พวงทอง)



