
สรรพากรปินส์ไล่บี้เก็บภาษี'ปาเกียว'
สรรพากรฟิลิปปินส์ พยายามกู้ชื่อ ไล่บี้เก็บภาษีคนดัง เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการจ่ายภาษีให้เกิดขึ้นในประเทศ
1 ธ.ค. 56 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สรรพากรฟิลิปปินส์ พยายามเรียกเก็บภาษีจากนายแมนนี่ ปาเกียว นักมวยที่มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์ฟิลิปปินส์ ในส่วนของรายได้จากค่าขึ้นชกมวยในช่วงที่ผ่านมา และได้ดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดด้วยการระงับบัญชีธนาคารของนายปาเกียวที่ปฏิเสธการจ่ายภาษีมูลค่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,500 ล้านบาท) จากรายได้จากการขึ้นชกในช่วงปี 2551-2552
การไล่เก็บภาษีนายปาเกียว เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการกู้ชื่อเสียงของสรรพากรที่ถูกกล่าวหาว่าเก็บภาษีไม่เป็นธรรม โดยไม่สามารถหรือหลีกเลี่ยงการเก็บภาษีคนดังและผู้มีอิทธิพลภายในประเทศตลอดช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ต่อเมื่อประธานาธิบดีเบนิโญ อาคีโน ที่สาม ได้เข้ารับตำแหน่ง จึงได้ผลักดันให้สรรพากรมาเร่งรัดเรียกเก็บภาษีผู้ที่เคยหลีกเลี่ยงภาษีมากขึ้น
นอกจากนั้นสรรพากรยังได้ยื่นฟ้องดำเนินคดีอาญาต่อ ผู้มีฐานะดีชาวฟิลิปปินส์ 200 คน ที่หลีกเลี่ยงภาษีรวมกันราว 44,450 ล้านเปโซ (ประมาณ 30,600 ล้านบาท) ขณะที่นายปาเกียวที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมัยที่สองและมีความทะเยอทะยานจะชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ไม่ได้ถูกสรรพากรฟ้อง โดยสรรพากรได้ดำเนินการตามขั้นตอนการเรียกร้องการจ่ายภาษีตามระบบเท่านั้น
ขณะที่กลุ่มผู้มีชื่อเสียงที่ถูกสรรพากรฟ้องประกอบไปด้วย โซเลนน์ ฮูสเซฟ นักแสดงและนางแบบที่ได้สมญาว่า "ผู้หญิงที่เซ็กซี่ที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่" โดยนิตยสารเอสไควร์ ฟิลิปปินส์ ที่ปฏิเสธข้อหาว่าตนเองเลี่ยงภาษีมูลค่า 3.6 ล้านเปโซ และได้ยื่นฟ้องกลับสรรพากร ซึ่งเธอยังได้กล่าวโทษนักบัญชีของตนเองที่อาจจะเป็นผู้ฉ้อฉล
สรรพากรยังได้ยื่นฟ้องนายจิม อาลาปัก นักกีฬาบาสเกตบอลทีมชาติฟิลิปปินส์ ในข้อหาจ่ายภาษีน้อยกว่าจำนวนภาษีจริง นอกจากนั้นสรรพากรยังได้เรียกเก็บภาษีจากนักค้าโลหะมีค่า ที่ปฏิเสธการจ่ายภาษีมากกว่า 1,000 ล้านเปโซ จากการขายทองและเงินให้แก่ธนาคารกลางฟิลิปปินส์
ทั้งนี้บทลงโทษตามกฎหมายของผู้เลี่ยงภาษีในฟิลิปปินส์คือจำคุกสูงสุด 10 ปี
อย่างไรก็ตามการดำเนินคดีเกี่ยวกับภาษีในฟิลิปปินส์อาจจะใช้เวลานานถึง 6 ปี เนื่องจากศาลต้องพิจารณาคดีเป็นจำนวนมาก และฟิลิปปินส์ก็ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีการแบ่งแยกอำนาจให้แก่หัวหน้าชนกลุ่มน้อย ที่สามารถใช้อิทธิพลของตนเองในการบังคับเปลี่ยนแปลงคดีความเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกลงโทษ
ที่ผ่านมานับตั้งแต่ปี 2553 ที่ประธานาธิบดีอาคีโนเข้ารับตำแหน่ง มีผู้ถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับภาษีที่ถูกลงโทษจำคุกเพียงรายเดียว
-----------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



