ข่าว

10ประเด็นเพื่อพัฒนาการเมืองโดย"ประเวศ  วะสี"

10ประเด็นเพื่อพัฒนาการเมืองโดย"ประเวศ วะสี"

17 มิ.ย. 2552

การเมืองที่ด้อยคุณภาพคือปัญหาของชาติ

 เป็นเหตุให้พัฒนาอะไร ๆ ไม่สำเร็จ เช่น แก้ปัญหาความยากจนและความยุติธรรมในสังคมไม่ได้ แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ได้ แก้ปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้ ก่อให้เกิดความแตกแยกและรุนแรง

 สังคมเอือมระอากับนักการเมืองที่ความรู้ความสามารถน้อยแต่โกงมาก และต้องการพัฒนาการเมืองให้หลุดพ้นจากความด้อยคุณภาพ ดังที่มีการเคลื่อนไหวของบุคคลและกลุ่มต่าง ๆ มากขึ้น ควรที่คนไทยทุกวงการจะเคลื่อนไหวระดมความคิดว่ามีประเด็นอะไรบ้างที่จะพัฒนาคุณภาพการเมือง หนังสือพิมพ์ทุกฉบับควรระดมความคิด มหาวิทยาลัยทุกมหาวิทยาลัย ภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจ ชุมชนท้องถิ่น  ราชการทหารพลเรือน หรือกลุ่มอื่นใด ควรระดมความคิด ถ้าคนไทยทุกภาคส่วนระดมความคิดและร่วมกันเคลื่อนไหวผลักดันเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ประเทศก็สามารถหลุดจากความติดขัดไปสู่จุดลงตัวใหม่ได้ อย่าปล่อยให้การเมืองเป็นเรื่องของนักการเมืองเท่านั้น

 จุดลงตัวใหม่ น่าจะเป็นทั้งประชาธิปไตย- ธรรมาธิปไตย- สังคมาธิปไตย

 ที่จริงคำว่าประชาธิปไตยคำเดียวก็น่าจะกินความได้ทั้งหมดถ้าเป็นประชาธิปไตยที่แท้ แต่มักมองประชาธิปไตยคือการเลือกตั้งเท่านั้น จริงอยู่เราควรยอมรับการเลือกตั้ง แต่ไม่ใช่เลือกตั้งได้อำนาจแล้วไปทำไม่ดีอะไรก็ได้ ทำให้ประชาธิปไตยบิดเบี้ยว จึงต้องมีธรรมาธิปไตยด้วยคือ มีธรรมหรือความถูกต้องเป็นอำนาจ สังคมาธิปไตยหมายถึงสังคมมีความเข้มแข็ง ความเป็นสังคมคือความร่วมกัน มีการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำกันเต็มสังคม อำนาจของความเป็นสังคมเข้มแข็งทำให้เกิดสิ่งถูกต้องดีงาม บางคนจึงมองว่าความเป็นประชาสังคม หรือสังคมาธิปไตยนั่นแหละคือประชาธิปไตยที่แท้จริง

 ฉะนั้น ในการพัฒนาการเมืองอย่าไปมองแคบเฉพาะนักการเมืองและการเลือกตั้งเท่านั้น แต่ต้องมองระบบการเมืองอย่างบูรณาการที่เชื่อมโยงกับเรื่องอื่น ๆ ทั้งหมด

 ในการระดมความคิดควรจะกำหนดประเด็นว่าแต่ละกลุ่มจะทำงานในประเด็นใดบ้างและเกาะติดค้นคว้าหาความรู้มาประกอบการทำงานในประเด็นนั้นๆ เคลื่อนไหวให้เกิดการมีส่วนร่วม จนนำไปสู่การปฏิบัติได้ ในที่นี้ขอเสนอประเด็นเพื่อระดมความคิด ๑๐ ประเด็นด้วยกันคือ

 ๑. การแยกอำนาจการเมือง อำนาจรัฐ อำนาจเงิน การเสียดุลอำนาจคือต้นเหตุของความขัดแย้ง แตกแยกรุนแรง ในระบบทุนนิยมทุนมีขนาดใหญ่อย่างมโหฬารและมีอำนาจมาก เมื่อทุนขนาดใหญ่ถูกนำเข้ามาใช้ในการแสวงหาอำนาจทางการเมือง ประเทศก็เสียดุลอย่างรุนแรง เพราะทุนขนาดใหญ่สามารถซื้อได้ทุกเรื่องและทุกวงการ เมื่อพรรคการเมืองอยู่ในฐานทุนแทนที่จะอยู่ในฐานมวลชนก็ขาดความเป็นประชาธิปไตยที่แท้ เกิดธนาธิปไตยเข้ามาแทน อำนาจรัฐหมายถึงระบบราชการ ขณะนี้อำนาจการเมืองครอบงำระบบราชการหมดทุกกระทรวง ทำให้ระบบราชการอ่อนแอและเป็นเครื่องมือคอร์รัปชั่นของนักการเมือง ควรจะคิดถึงการลดอำนาจเงินในทางการเมือง การควบคุมภาคธุรกิจไม่ให้รวมศูนย์ผูกขาดอำนาจและเชื่อมโยงกับการเมือง  การเคลื่อนไหวของเงินต้องโปร่งใสตรวจสอบได้ว่ามีความถูกต้อง  ต้องทำให้รอยต่อระหว่างอำนาจการเมืองและอำนาจรัฐเป็นไปอย่างถูกต้องสร้างสรรค์  ระบบราชการจะต้องมีศักดิ์ศรี  มีความรู้  มีความสุจริต  เป็นเสาหนึ่งของประเทศ

 ๒.กำหนดจริยธรรมของพรรคการเมืองและนักการเมือง  สื่อมวลชน   มหาวิทยาลัย  สภาพัฒนาการเมือง  สถาบันพระปกเกล้า  ภาคประชาสังคม  ควรจะเชิญชวนประชาชนทุกภาคส่วนมาให้ความเห็นว่าเขาอยากเห็นจริยธรรมของพรรคการเมืองและนักการเมืองเป็นอย่างไร  แล้วนำความเห็นมาสังเคราะห์เป็นข้อกำหนดทางจริยธรรมของพรรคการเมืองและนักการเมืองที่คนทั้งประเทศร่วมกันสร้างและเข้ามากำกับ  นั่นคือสังคมกำกับจริยธรรมของพรรคการเมืองและนักการเมือง

 ๓.ประชาธิปไตยชุมชนท้องถิ่น  ประชาธิปไตยระดับชาติโดยขาดฐานนั้นไม่สำเร็จ  ฐานของสังคมคือชุมชนท้องถิ่น  ชุมชนท้องถิ่นที่เข้มแข็งทั้งทางเศรษฐกิจ-จิตใจ-สังคม-สิ่งแวดล้อม-วัฒนธรรม-การเรียนรู้-สุขภาพ-ประชาธิปไตย เป็นบ่อเกิดของความสงบสุข  จะแก้ปัญหาต่างๆเกือบทั้งหมด  ควรกระจายอำนาจไปให้ชุมชนท้องถิ่นทำเองให้มากที่สุด  ภาครัฐปรับบทบาทไปเป็นผู้สนับสนุน  ความขัดแย้งต่างๆจะลดลง  รวมทั้งความรุนแรงที่ชายแดนภาคใต้  ความรุนแรงที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดจากความขัดแย้งระหว่างอำนาจรัฐรวมศูนย์กับวัฒนธรรมท้องถิ่น  การกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นจะทำให้รัฐประหารไม่ได้และลดการดึงดูดนักการเมืองที่จะเข้ามาคอร์รัปชั่น  เพราะอำนาจกระจายไปหมดแล้ว  ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมื่อยังรวมศูนย์อำนาจนั้น  คนชั้นสูงและคนรวยมีอำนาจมากมีการเล่นพวกและคอร์รัปชั่นมโหฬาร เมื่อกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นอย่างทั่วถึง ประชาชนเข้ามาควบคุมการทำงานของรัฐได้โดยตรงคอร์รัปชั่นก็หมดไป  สวิตเซอร์แลนด์มีพลเมืองประมาณ ๗ ล้านคนเท่านั้น  แต่แบ่งเป็นท้องถิ่น(Canton) ถึง ๒๓ และส่วนการปกครองกึ่งอัตโนมัติอีก ๓ รวมเป็น ๒๖ ถ้าช่วยกันทำความเข้าใจและสนับสนุนความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นอย่างจริงจังประเทศไทยน่าจะพ้นวิกฤตภายใน ๑๐ ปี

 ๔ . ความเข้มแข็งของภาคพลเมือง  ประชาธิปไตยที่แท้จริงอยู่ที่คุณภาพและการมีส่วนร่วมของภาคพลเมือง  พลเมืองที่มีจิตสำนึกเพื่อส่วนรวมและความถูกต้องดีงาม  มีความรู้  มีเหตุผล  มีส่วนร่วมในกิจสาธารณะจะเป็นผู้ควบคุมให้การเมืองมีคุณภาพ  ระบบการศึกษาประสบความล้มเหลวในการสร้างพลเมืองที่มีจิตสำนึก  เพราะเอาแต่ท่องวิชา ระบบการศึกษาทุกระดับทุกประเภทควรจะปรับวัตถุประสงค์มาสร้างพลเมืองที่มีจิตสำนึก  พลังจิตสำนึกนั้นเสมือนพลังนิวเคลียร์มนุษย์ที่ซ่อนอยู่ภายใน  ถ้าระเบิดพลังจิตสำนึกออกมาได้จะเกิดพลังมหาศาล  ระบบการศึกษาต้องรีบทำความเข้าใจว่าจะสร้างพลังจิตสำนึกได้อย่างไร  มาตรา ๘๗ ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ กำหนดให้รัฐต้องสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดนโยบายในการพัฒนาและในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐทุกระดับ  นี้คือที่เรียกว่าการเมืองภาคพลเมือง  กลไกของรัฐทุกระดับทุกประเภทควรปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๘๗ เพื่อให้ภาคพลเมืองมีความเข้มแข็ง  กระบวนการผลักดันการพัฒนาการเมืองควรหามาตรการที่ทำให้กลไกของรัฐปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญในการสนับสนุนความเข้มแข็งภาคพลเมือง

 ๕. การสื่อสารและสื่อมวลชนเข้มแข็ง  การสื่อสารที่ดีและทั่วถึงจะทำให้ประชาธิปไตยเติบโตอย่างรวดเร็ว  ควรมีระบบการสื่อสารที่ดีที่ทำให้ประชาชนรู้ความจริงโดยทั่วถึง  มีจิตสำนึก  มีเหตุมีผล  มีส่วนร่วม  สื่อมวลชนที่เข้มแข็งเป็นเครื่องมือหยุดยั้งคอร์รัปชั่นที่ชะงัดที่สุด   ขณะนี้สื่อมวลชนยังขาดระบบสนับสนุน  มหาวิทยาลัยทั้งหลายก็ยังเกือบไม่ได้สนับสนุนสื่อมวลชนอย่างเป็นระบบเลย อยากเห็นนักการเมืองมีคุณภาพต้องมีระบบสนับสนุนสื่อมวลชนที่แข็งแรง 

 ๖.  มหาวิทยาลัยเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยควรจะเป็นหัวรถจักรทางปัญญาของประเทศออกจากวิกฤต ที่แล้วมหาวิทยาลัยเป็นการศึกษาที่ลอยตัวจากปัญหาสังคม (Non-engaged education) เพราะเอาวิชาเป็นตัวตั้ง มหาวิทยาลัยควรสร้างบัณฑิตที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง โดยเป็นบุคคลอุดมคติท่มีจิตสำนึกสาธารณะสูง มีความกล้าหาญ มีความสุจริต มีความรอบรู้ เป็นกำลังที่จะพัฒนาสังคมไปสู่ความถูกต้องดีงาม มหาวิทยาลัยควรทำการสังเคราะห์นโยบายสาธารณะและเป็นแหล่งข้อมูลข่าวสาร เพื่อสนับสนุนบทบาทของสังคมในการพัฒนาการเมืองทั้ง ๙ ประเด็น ที่กำลังกล่าวถึง การเมืองภาคพลมืองคงจะเข้มแข็งได้ยาก ถ้ามหาวิทยาลัยไม่สนับสนุนเชิงข้อมูลข่าวสารและประเด็นเชิงนโยบาย ชุมชนท้องถิ่นจะเข้มแข็งโดยรวดเร็วถ้ามหาวิทยาลัยสนับสนุนเชิงวิชาการ โดยเอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง เช่นหนึ่งมหาวิทยาลัยต่อหนึ่งจังหวัด
 
      ๗. ระบบความยุติธรรม ระบบความยุติธรรมที่ถูกต้องทันกาลเป็นปัจจัยของประชาธิปไตย ควรมีการรวมตัวกันพัฒนาระบบความยุติธรรม

 ๘. ธรรมาภิบาลขององค์กร องค์กรต่างๆ เช่นองค์กรอิสระ ธนาคารแห่งประเทศไทย การบินไทย การสื่อสาร ฯลฯ ถ้าขาดธรรมาภิบาล จะนำไปสู่ความล่มสลายของประเทศ

 ๙. กองทัพในสังคมสมัยใหม่ ต้องเป็นมืออาชีพ ปลอดการเมือง ไม่เข้าไปทำรัฐประหาร ไม่กินหัวคิวค่าซื้ออาวุธ เป็นสถาบันพัฒนากำลังคน มีเกียรติมีศักดิ์ศรี มีความรู้ ได้รับค่าตอบแทนสมฐานะ กองทัพที่มีความเป็นสถาบันจะเป็นเสาหลักค้ำยันประชาธิปไตย

 ๑๐. ความเป็นธรรม ประเทศไทยจะต้องทำเรื่องความเป็นธรรมอย่างจริงจัง เพราะความไม่เป็นธรรมเป็นต้นตอของปัญหาทั้งปวง เป็นบ่อเกิดของความขัดแย้ง และความรุนแรง ถ้าช่องว่างห่างกันมากเกินจะอยู่ร่วมกันด้วยสันติไม่ได้ มหาวิทยาลัยทุกมหาวิทยาลัยควรจะวิจัยเรื่องความไม่เป็นธรรมเพื่อคลี่ความซับซ้อนให้สาธารณะเข้าใจและขับเคลื่อนไปสู่ความเป็นธรรมได้

 ประเทศไทยคงต้องทำให้ ๓ เรื่องใหญ่ๆ คือ (๑) ป้องกันความรุนแรง (๒) รักษาตามอาการทำนองใช้พาราเซตามอล แก้ไข้ แก้ปวด (๓) รักษาตามสมุฏฐานดังเช่น ประเด็นทั้ง ๑๐ ที่ยกตัวอย่างมา ซึ่งอาจจะเพิ่มเติมขึ้นได้อีก บุคคล กลุ่มหรือสถาบัน ควรระดมความคิดและหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อให้ประเด็นมีความชัดเจนถึงขั้นปฏิบัติได้ คนไทยทั้งหมดควรร่วมเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลก