
น.1'ลั่นห้ามเข้า'ทำเนียบ-สภา'เด็ดขาด
"คำรณวิทย์" ลั่นห้ามเข้า "ทำเนียบฯ-สภา" เด็ดขาดไม่หวั่นม็อบบุกยึด "บช.น." พร้อมเจรจา อยากมาก็มา ไม่ปรับเพิ่มกำลังดูแล เผยเหตุปะทะ ม.รามฯจับมือใครดมไม่ได้
วันที่ 1 ธ.ค.56 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้ชัญชาการนครบาล (ผบช.น.) กำชับสื่อมวลชนที่มาทำข่าวในพื้นที่ต้องห้ามเข้าเด็ดขาด ตามพ.ร.บ.ความมั่นคงให้ระวังอันตรายจากการบุกรุกของผู้ชุมนุมอย่าเข้าใกล้ในเขตพื้นที่หวงห้ามเกรงจะไม่ปลอดภัยหากมีเหตุรุนแรง อาจทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานไม่สะดวก โดยชี้แจงทำความเข้าใจกับสื่อมวลชนแขนงต่างๆ และจะป้องกันไม่ให้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และแกนนำนำมวลชนเข้ายึดสถานที่ราชการ โดยเฉพาะทำเนีนบรัฐบาลและรัฐสภาส่วนการจะเข้ามาปิดล้อมบุกยึดกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) หากเข้ามาจริงตำรวจจะยันไว้และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
"หากจะเข้ามาก็ต้องยันเอาไว้ แต่ยืนยันว่าจะไม่ใช้ความรุนแรงกับมวลชนแน่นอน แต่หากยื้อไม่หยุดแล้วมวลชนจะเข้ามาก็ต้องปล่อยให้เข้า ถ้าเขาอยากเข้ามาก็ต้องปล่อยให้เข้า อยากจะทำอะไรก็ทำได้เลย จะเผา บช.น.ก็ได้ หากคิดว่าไม่เสียดายทรัพย์สินของประชาชนของประเทศชาติแต่จะไม่ยอมให้บุกยึดทำเนียบรัฐบาล และรัฐสภา อย่างเด็ดขาด เพราะถือเป็นสถานที่ที่เป็นสัญลักษณ์ของรัฐบาล ซึ่งยอมไม่ได้" ผบช.น.กล่าวยืนยัน
รายงานข่าวแจ้งว่า ตำรวจได้กำหนดขอบเขตแนวกั้นพื้นที่ไว้อย่างชัดเจนเป็นระยะๆ โดยแต่ระยะจะมีมาตรการดำเนินการที่แตกต่างกันไปจากเบาไปหาหนักจนถึงขั้นมีการใช้แก๊สน้ำตาในที่สุด โดยเช้าวันนี้มีการวางกำลังตำรวจอย่างหนาแน่นเต็มที่รอบแนวกั้น 13 จุด เตรียมเครื่องมือและเครื่องขยายเสียงประกาศห้ามผู้ชุมนุมฝ่าเข้ามาในแนวแบริเออร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ประกาศความมั่นคง
"น.1"พร้อมเจรจา-ยอมให้ม็อบบุก"บช.น."
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวถึงสถานการณ์ชุมนุมว่า กลุ่มผู้ชุมนุมได้ประกาศแล้วว่าจะไปบุกยึดสถานที่ต่างๆ เป็นห่วงการทำงานของพี่น้องสื่อมวลชนทุกคน หากมีเหตุการณ์รุนแรงหรือมีการสร้างสถานการณ์ของมือที่สาม แม้ว่าตลอดการชุมนุมที่ผ่านมายังไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น แก็สน้ำตาตำรวจก็ไม่ได้นำมาใช้ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมาที่บริเวณมหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นสัญญาณบ่งบอกความรุนแรง ไม่รู้ว่าใครเป็นฝ่ายไหน จึงเป็นห่วงสื่อมวลชน ขอให้มีแสดงสัญลักษณ์ชัดเจนว่าเป็นสื่อมวลชน เพื่อไม่ให้เกิดการเข้าใจผิดกันเหมือนการชุมนุมที่ผ่านมา และไม่อยากให้วิ่งนำเสนอข่าวอย่างเดียวเท่านั้น ขอให้นึกถึงความปลอดภัยของตัวเองด้วย
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวต่อว่า ส่วนเหตุกาณ์ภายในมหาวิทยาลัยรามคำแหง ก็ได้รับรายงานอย่างต่อเนื่อง และมีการจัดกำลังเข้าไปดูแลความสงบเรียบร้อย มีการตั้งด่านเข้มงวด โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.) ได้ไปอำนวยการนำกลุ่มนปช.ออกจากสนามราชมังคลากีฬาสถาน และนำนักศึกษาออกจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ขณะนี้สถานการณ์คลี่คลายแล้ว ทั้งนี้เหตุการณ์จะรุนแรงหรือไม่นั้น ไม่ได้อยู่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะอยู่ในที่ตั้งมาโดยตลอด และไม่พกอาวุธ เมื่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำกลุ่มประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(กปปส.) ประกาศว่าจะชุมนุมโดยอหิงสา และตำรวจเองก็มีแนวทางในการปฏิบัติ ไม่ใช้อาวุธและไม่เข้าไปสลายการชุมนุม เชื่อว่าสถานการณ์ไม่รุนแรง โดยเฉพาะจุดสำคัญอย่างทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา และ บช.น. แม้ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมยืนยันที่จะเข้ามาภายใน บช.น. ตนก็พร้อมที่จะให้เข้า ขณะนี้ยังไม่ปรับเพิ่มกำลัง พี่น้องสื่อมวลชนสามารถจับตาการปฏิบัติของตำรวจได้เลยว่าเป็นไปตามหลักสากล
ด้านพล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รองผบช.น.) กล่าวว่า สำหรับสื่อมวลชนที่จะเข้าไปทำข่าวบริเวณสะพานมัฆวานหรือสะพานชมัยมรุเชษฐ์และจุดอื่นๆ ขอให้นำรถยนต์ไปจอดในจุดที่จัดไว้บริเวณแยกลานพระบรมรูปทรงม้า จากนั้นให้เดินเข้าไป เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ได้ห้ามสื่อมวลชนเข้ามานำเสนอข่าว เพียงแต่ขอความร่วมมือในการเข้า-ออก เพื่อความปลอดภัย
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวถึงสถานการณ์ชุมนุมว่า กลุ่มผู้ชุมนุมได้ประกาศแล้วว่าจะไปบุกยึดสถานที่ต่างๆ เป็นห่วงการทำงานของพี่น้องสื่อมวลชนทุกคน หากมีเหตุการณ์รุนแรงหรือมีการสร้างสถานการณ์ของมือที่สาม แม้ว่าตลอดการชุมนุมที่ผ่านมายังไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น แก็สน้ำตาตำรวจก็ไม่ได้นำมาใช้ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมาที่บริเวณมหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นสัญญาณบ่งบอกความรุนแรง ไม่รู้ว่าใครเป็นฝ่ายไหน จึงเป็นห่วงสื่อมวลชน ขอให้มีแสดงสัญลักษณ์ชัดเจนว่าเป็นสื่อมวลชน เพื่อไม่ให้เกิดการเข้าใจผิดกันเหมือนการชุมนุมที่ผ่านมา และไม่อยากให้วิ่งนำเสนอข่าวอย่างเดียวเท่านั้น ขอให้นึกถึงความปลอดภัยของตัวเองด้วย
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวต่อว่า ส่วนเหตุกาณ์ภายในมหาวิทยาลัยรามคำแหง ก็ได้รับรายงานอย่างต่อเนื่อง และมีการจัดกำลังเข้าไปดูแลความสงบเรียบร้อย มีการตั้งด่านเข้มงวด โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.) ได้ไปอำนวยการนำกลุ่มนปช.ออกจากสนามราชมังคลากีฬาสถาน และนำนักศึกษาออกจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ขณะนี้สถานการณ์คลี่คลายแล้ว ทั้งนี้เหตุการณ์จะรุนแรงหรือไม่นั้น ไม่ได้อยู่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะอยู่ในที่ตั้งมาโดยตลอด และไม่พกอาวุธ เมื่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำกลุ่มประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(กปปส.) ประกาศว่าจะชุมนุมโดยอหิงสา และตำรวจเองก็มีแนวทางในการปฏิบัติ ไม่ใช้อาวุธและไม่เข้าไปสลายการชุมนุม เชื่อว่าสถานการณ์ไม่รุนแรง โดยเฉพาะจุดสำคัญอย่างทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา และ บช.น. แม้ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมยืนยันที่จะเข้ามาภายใน บช.น. ตนก็พร้อมที่จะให้เข้า ขณะนี้ยังไม่ปรับเพิ่มกำลัง พี่น้องสื่อมวลชนสามารถจับตาการปฏิบัติของตำรวจได้เลยว่าเป็นไปตามหลักสากล
ด้านพล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รองผบช.น.) กล่าวว่า สำหรับสื่อมวลชนที่จะเข้าไปทำข่าวบริเวณสะพานมัฆวานหรือสะพานชมัยมรุเชษฐ์และจุดอื่นๆ ขอให้นำรถยนต์ไปจอดในจุดที่จัดไว้บริเวณแยกลานพระบรมรูปทรงม้า จากนั้นให้เดินเข้าไป เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ได้ห้ามสื่อมวลชนเข้ามานำเสนอข่าว เพียงแต่ขอความร่วมมือในการเข้า-ออก เพื่อความปลอดภัย



