ข่าว

'ตาต่อตา'...วันเผด็จศึกระบอบทักษิณ

'ตาต่อตา'...วันเผด็จศึกระบอบทักษิณ

01 ธ.ค. 2556

'ตาต่อตา'...วันเผด็จศึก : ทีมข่าวรายงานพิเศษ

               27 พ.ย.2556 : 10.00 น. แกนนำมวลชนเดินขบวนจากกระทรวงการคลังมุ่งหน้าสู่ดีเอสไอ และศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ

               ผู้ชุมนุม : "ต้องรีบไป ดีเอสไอ ให้เร็วที่สุด ไปต้านตำรวจปราบม็อบ ดีจังมีมวลชนเป่านกหวีดต้อนรับ ชื่นใจ"

               ตำรวจภูธรภาค 5 : "นั่งขดในรถมาทั้งคืน เมื่อยตัวไปหมด แต่ต้องใส่ชุดคุมฝูงชนเต็มยศ ยืนประจำการมาตั้งแต่เช้าแล้ว ไม่รู้พวกม็อบจะมากันเยอะมั้ย"

               12.00 น. มวลชนกับตำรวจยืนเผชิญหน้ากัน ผ่านแผงกั้นหน้าประตูตึกดีเอสไอ

               ผู้ชุมนุม : "จ้องตาพวกตำรวจ แล้วสงสัยเป็นคนไทยหรือเปล่า ทำไมพวกเขาไม่ละอายใจกันบ้าง อยากให้ถอดชุดเดินออกมาช่วยกองทัพประชาชน"

               ตำรวจภูธรภาค 5 : "ดอกกุหลาบมีหนาม เจ็บจัง วางไว้แถวนี้ล่ะ เมื่อไรจะเปลี่ยนเวรนะ หิวข้าวแล้ว อย่าบุกเข้ามาตอนนี้ล่ะ"

               13.00 น. เสียงเป่านกหวีดเรียกร้องผู้รับผิดชอบดีเอสไอลงมาเจรจา

               ผู้ชุมนุม : "ผมไม่มีอาวุธนะ คุณกล้าทำร้ายประชาชนเหรอ พวกเราแค่โบกธงกับเป่านกหวีด จ้องเราตาไม่กะพิบ จะเอาไง เอากันเลย ไม่กลัวหรอก"

               ตำรวจภูธรภาค 5 : "มือถือแบตหมด ยังไม่มีเวลาชาร์จ เมียสั่งให้โทรรายงานทุกระยะ เอาไงดี เมื่อไหร่ม็อบจะหยุดเป่าสักที หูจะแตกอยู่แล้ว"

               01.00 น. เต็นท์และผ้าห่มถูกลำเลียงส่งให้มวลชนนอนปกป้องแกนนำในศูนย์ราชการฯ

               ผู้ชุมนุม  : "เหนื่อยจัง แต่กินข้าวไม่ลง หิวแต่น้ำทั้งวัน นอนไม่หลับ กลัวคืนนี้จะมีใครบุกเข้ามาสลายพวกเรา"

               ตำรวจภูธรภาค 5 : "เมื่อยขา ยืนทั้งวัน มีแต่กระบอง ถ้าแก๊งป่วนโยนระเบิดเข้ามาดึกๆ ทำไงดี อยากกลับบ้าน"

               ระหว่างที่สายตาจับจ้องกัน ไม่มีใครล่วงรู้ความในใจของฝ่ายตรงข้าม กว่า 1 อาทิตย์ที่ผ่านมา ฝ่ายมวลชนกับฝ่ายตำรวจเผชิญหน้ากันหลายครั้ง!!

               "สงวน ศรีม่วง" ตัดสินใจสละเวลาจากงานโฆษณา เพื่อเข้าร่วมมวลชนทวงคืนประเทศไทย ณ ถนนราชดำเนิน หลายวันแล้ว เมื่อคืนไปนอนเฝ้าแกนนำ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" ที่กระทรวงการคลัง ส่วนวันนี้เธอตัดสินใจเดินตามมาที่ดีเอสไอ เพื่อขับไล่ให้รัฐบาลออกไป และชักชวนข้าราชการหยุดงาน

               "นี่จะตีสองแล้ว ยังนอนไม่หลับ เวลาพี่เหนื่อยมากๆ จะกินข้าวไม่ลง กินได้แต่น้ำเปล่า วันนี้ไปอยู่แถวหน้ามา ช่วยเขย่าแผงกั้นปิดประตูดีเอสไอเลยนะ จ้องไปที่ตาพวกตำรวจ ถามว่าเป็นคนไทยหรือเปล่า ทำไมอยู่เฉยๆ โชว์บัตรประชาชนให้เขาดูด้วย เราถามไปตั้งหลายคำถาม เขาก็นิ่งเฉยไม่ตอบ เอาไปเอามาเริ่มสงสัยแล้วล่ะว่าเป็นพวกต่างด้าวมาแอบใส่ชุดตำรวจหรือเปล่า"

               การเผชิญหน้ากับตำรวจปราบจลาจลนั้น "สงวน" รู้ดีว่าเป็นการเสี่ยง เพราะถ้าพวกเขาถูกยั่วยุอาจเกิดอะไรขึ้นก็ได้ แต่ส่วนลึกในใจเธอก็เชื่อว่า ตำรวจทำตามหน้าที่คงไม่อยากใช้ความรุนแรงกับประชาชน แต่สายตาว่างเปล่าที่มองมา ทำให้รู้สึกสงสัยว่า ตำรวจคิดอะไรอยู่ ถ้าผู้คุมสั่งให้ทำการผลักดันมวลชนออกไป พวกเขาจะลังเล จะกล้าทำหรือเปล่านะ

               ขณะที่ "สุ" สาววัยรุ่นกรุงเทพฯ ที่ย้ายไปทำงาน อ.แม่สอด จ.ตาก ตัดสินใจซื้อตั๋วเครื่องบินเดินทางเข้ามาร่วมกับเพื่อนๆ ที่ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ "สุ" เล่าว่า ตอนแรกแค่ติดตามในเฟซบุ๊ก แต่รู้สึกเหตุการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ ทนไม่ไหวอยากเห็น อยากมีส่วนร่วมด้วย วันนี้เดินทางมาถึงศูนย์ราชการฯ ประมาณบ่าย 3 โมง เขาสั่งให้ช่วยกันตามหาตำรวจที่หลบซ่อนอยู่ในตึกอาคารบี

               "กับเพื่อนๆ แล้วก็คนอื่นเกือบ 50 คนนะ ช่วยกันวิ่งค้นชั้นต่างๆ ตั้งแต่ชั้น 1 แยกย้ายกันไปจนถึงชั้น 3 เขาบอกว่ามีหน่วยคอมมานโดมาซ่อน ค้นไปก็ไม่มีนะ เจอแค่ตำรวจคนหนึ่งเดินถือถุงพลาสติกมา พวกเราเข้าไปถามว่า มีกี่คน เขาบอกว่าไม่รู้ เขาไม่ใช่หน่วยปราบจลาจล แค่ผ่านมาซื้อของกิน จะเดินกลับไปตึกด้านใน พวกเราเลยเป่านกหวีดให้กำลังใจ คืนนี้จะนอนค้างให้กำลังใจแกนนำ"

               ด้าน "หัวหน้า" หนึ่งในตำรวจภูธรภาค 5 ที่เดินทางมาตามคำสั่งจาก จ.น่าน เล่าว่า พวกเขามากัน 180 นาย มีกำหนดการมาอย่างน้อย 10 วัน ตั้งแต่คืนที่ 27 พ.ย. นอนค้างที่ดีเอสไอ ตอนเช้าจัดแถวเตรียมต้อนรับมวลชน ระหว่างที่หัวหน้าให้ข้อมูลนั้น ก็มีเสียงนกหวีดเป่าไล่ พร้อมตะโกนว่า "ขี้ขลาด ขี้ขลาดๆๆ" เขาเหลือบตาไปมองลูกน้องที่ตั้ง 2 แถวเผชิญหน้ามวลชนที่เป่านกหวีดใส่ นิ่งไปสักพัก ก่อนหันมาคุยต่อว่า ไม่มีใครรู้กำหนดการอะไรทั้งสิ้น ไม่รู้ว่าคืนนี้จะต้องไปที่ไหน นอนที่ไหน ส่วนอุปกรณ์ปราบจลาจลก็ห้ามพก อนุญาตแค่กระบองกับโล่พลาสติกเท่านั้น

               เสียงนกหวีดเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ มีวัยรุ่นเข้ามาโบกธงหน้าตำรวจที่ยืนเฝ้าประตู เขาขอตัวออกไปทันที...

............................

(หมายเหตุ : 'ตาต่อตา'...วันเผด็จศึก : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)