
เมื่อผู้นำลาออกเพราะห้างถล่ม
01 ธ.ค. 2556
เมื่อผู้นำลาออกเพราะห้างถล่ม : คอลัมน์เปิดโลกวันอาทิตย์
ลัตเวีย ประเทศเล็กๆ ในยุโรปเหนือกำลังหาตัวนายกรัฐมนตรีและตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ หลังจากนายวาลดิส ดอมบรอฟสคิส ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันพุธที่แล้ว โดยให้เหตุผลว่าเพื่อแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองและทางศีลธรรม หลังเกิดโศกนาฏกรรมหลังคาห้างซูเปอร์มาร์เก็ตมักซิมา ในกรุงริกา พังถล่มเมื่อค่ำวันที่ 21 พฤศจิกายน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 54 คน บาดเจ็บอีกราว 40 คน นับเป็นอุบัติเหตุร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่แยกเป็นเอกราชจากสหภาพโซเวียตในปี 2534
การตัดสินใจอำลาตำแหน่งแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย สร้างความตกตะลึงแก่ทุกฝ่ายในประเทศ รวมถึงพรรครัฐบาล เพราะไม่มีเสียงเรียกร้องให้เขาลาออก และตัวของนายดอมบรอฟสคิสเองก็ยืนยันว่า ไม่มีใครกดดัน แต่เมื่อได้พิจารณาถึงโศกนาฏกรรมและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว เขาคิดว่า "ประเทศจำเป็นต้องมีรัฐบาลใหม่ ที่สามารถคลี่คลายสถานการณ์เวลานี้ พร้อมกล่าวขอบคุณประชาชนที่ให้การสนับสนุนในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ และขอโทษสำหรับทุกเรื่องที่ยังทำไม่สำเร็จ"
สาเหตุของห้างถล่มยังอยู่ระหว่างสอบสวน แต่เป็นประเด็นที่สังคมวิจารณ์และกล่าวโทษต่างๆ นานา ตั้งแต่วัสดุก่อสร้างที่ใช้ไม่ได้มาตรฐาน การทุจริต หรือเป็นเพราะการกำกับดูแลของทางการหย่อนยาน
การวิเคราะห์ภาพถ่าย คลิปวิดีโอและผู้เห็นเหตุการณ์ ตลอดจนวิศวกรโครงสร้าง บ่งว่าคานรับน้ำหนักหลังคาออกแบบไม่ถูกต้องและการเชื่อมต่อไม่ดีพอ จึงไม่สามารถรับน้ำหนักสวนหย่อมที่กำลังสร้างบนหลังคาได้
นายดอมบรอฟสคิส เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2552 และเป็นผู้นำที่อยู่ในตำแหน่งยาวนานที่สุดในรอบ 20 ปีนับจากลัตเวียได้เอกราชจากสหภาพโซเวียต โดยเข้ามารับช่วงต่อรัฐบาลที่ล่มไปก่อนหน้าท่ามกลางการประท้วงวุ่นวายเพราะความไม่พอใจการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
เขาจึงได้รับเครดิตในฐานะผู้ประคับประคองเศรษฐกิจที่หวิดหายนะจากวิกฤติฟองสบู่ในปี 2551 ที่ทำให้เศรษฐกิจติดลบถึง 25% จนเข้าที่เข้าทางโดยมากผ่านมาตรการรัดเข็มขัด ลดรายจ่าย ขึ้นภาษีและปฏิรูปโครงสร้างอันเจ็บปวด ตามเงื่อนไขเจ้าหนี้ที่ให้เงินกู้คลายวิกฤติเศรษฐกิจ
ราวหมื่นล้านดอลลาร์ กระนั้น นายดอมบรอฟสคิสยังคงได้รับความนิยม ไม่เช่นนั้นคงไม่ได้รับเลือกตั้งอีกสองครั้ง
เมื่อไม่นานมานี้ นายดอมบรอฟสคิสประสบปัญหากับพรรคร่วมรัฐบาล โดย ส.ส.ชาตินิยมหลายคน ต่อรองการยกมือสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายปีหน้า แลกกับการเปลี่ยนกฎเกณฑ์การอนุญาตพำนักให้แก่นักลงทุนจากนอกสหภาพยุโรปที่เข้าไปลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์
แต่ที่สุด เขาก็รอดการเผชิญหน้านั้นมาได้ แต่เมื่อเกิดเรื่องห้างถล่มอย่างไม่มีใครคาดคิดครั้งนี้ มีเสียงวิจารณ์ว่า การยุบหน่วยงานกำกับการก่อสร้าง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเฉือนงบรายจ่าย และโอนความผิดชอบให้แก่ทางการท้องถิ่นแทน จึงทำให้การกำกับดูแลหย่อนยาน อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของการสร้างอาคารห้างซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างไม่ถูกต้อง
นักวิจารณ์การเมืองในลัตเวียมองว่าโศกนาฏกรรมมักซิมา ยังความเสียหายแก่ความเป็นผู้นำของเขาจนยากจะไปต่อได้ และตัวเขาเองก็รู้สึกผิดที่สนับสนุนให้แก้กฎหมายข้อนี้จึงทำให้เกิดปัญหาขึ้น
ในทางการเมือง การลาออกของเขาไม่น่าจะก่อวิกฤติการเมืองหรือทำให้เศรษฐกิจสะดุด
สองปีมานี้ ลัตเวียเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจรวดเร็วที่สุดในยูโรโซน และกำลังจะเข้าเป็นสมาชิกยูโรโซนลำดับที่ 18 ในวันที่ 1 มกราคมปีหน้า ซึ่งถือเป็นการยอมรับในความสำเร็จของผู้นำหนุ่มรายนี้ ผู้สื่อข่าวของบีบีซีให้ความเห็นว่า นายกฯ หนุ่มผู้นี้ เป็นคนเรียบง่าย ติดดิน และถือเป็นจุดเปลี่ยนในผู้นำทางการเมืองของลัตเวีย คือเป็นผู้นำรุ่นใหม่ที่มีหลักการ มือสะอาด ไม่ข้องแวะการทุจริต ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของการเมืองลัตเวียก่อนหน้านั้น
....................
(เมื่อผู้นำลาออกเพราะห้างถล่ม : คอลัมน์เปิดโลกวันอาทิตย์ )



