
เสียงปืนดังสนั่น!หลัง'ม.รามฯ'นศ.ดับ1เจ็บอื้อ
เสียงปืนดังสนั่น!เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่'กลุ่มนักศึกษา' บริเวณด้านหลังของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ส่งผลให้'นศ.'เจ็บหลายราย เสียชีวิต 1 ราย
เมื่อเวลา 20.00 น. หลังจากช่วงบ่ายเกิดเหตุชุลมุนมีชายเสื้อแดง 2 คน เข้ามาในจุดที่กลุ่มผู้ชุมนุมหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหงตั้งเวทีเกิดการทะเลาะชกตกและถูกรุมทำร้าย จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหงได้เข้าไปอยู่ในหมาวิทยาลัยและปิดประตูด้านหลัง โดยด้านนอกประตูมีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลสถานการณ์ แต่ช่วงนั้นมีเสียงอาวุธปืนดังขึ้น 2-3 นัด กระสุนถูกด้านหลังคนงานชาวกัมพูชา ทราบชื่อคือ นายบุญ รัตนา อายุ 29 ปี คนงานก่อสร้างภายในมหาวิทยาลัยขณะนั่งกินข้าว ต่อมาอีกไม่ถึง 10 นาที เหตุการณ์ภายในมหาวิทยาลัยลุกฮืออีกครั้ง โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้รวมตัวออกไปด้านนอกมหาวิทยาลัย ทำให้เผชิญหน้ากับกำลังตำรวจที่ตรึงสถานการณ์ จากนั้นมีเสียงปืนเป็นชุด ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล หลังเกิดเหตุกลุ่มนักศึกษาได้เรียกร้องให้ตำรวจเข้าคุมสถานการณ์ และเร่งติดตามจับกุมคนร้าย พร้อมกันนี้มีเฮลิคอปเตอร์ตำรวจบินตรวจพื้นที่บริเวณดังกล่าว
จากการสอบถาม นายเบิรด์ (ไม่ทราบนามสกุล) นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้รับบาดเจ็บถูกยิงที่แขน เล่าว่า ขณะเดินออกทางด้านประตูหลังมหาวิทยาลัยพร้อมด้วยเพื่อน มีคนร้ายดักซุ่มอยู่ใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงเข้าใส่กว่า 30 นัด เพื่อนถูกยิงที่ด้านหลัง ทำให้ตนต้องวิ่งออกไปช่วย แต่ระหว่างวิ่งออกไปช่วยก็ถูกคนร้ายแต่งกายเหมือนตำรวจใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่อีก จนทำให้กระสุนถูกที่แขนได้รับบาดเจ็บ
"หลังเกิดเหตุกลุ่มนักศึกษารีบนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว โดยตัวเลขผู้บาดเจ็บมีทั้งสิ้น 5 คนด้วยกัน และหนึ่งในนั้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสด้วย" นายเบิร์ด กล่าว
ป่วนทั่วรามฯ-เจ็บนับสิบราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.30 น. หลังเกิดเสียงปืนยิงเป็นระยะหลังมหาวิทยาลัยรามคำแหง ย่านซอยรามคำแหง 24 ทำให้สถานการณ์ตึงเครียด กลุ่มผู้ชุมนุมหน้ามหาวิทยาลัยและกลุ่มคนเสื้อแดงได้ตั้งแนวเกาะกลุ่มกันอยู่ในพื้นที่ของแต่ละฝ่าย โดยเว้นช่องทางตรงถนนรามคำแหง ประมาณ 300 เมตร พร้อมทั้งขว้างปาสิ่งของตอบโต้ใส่กัน และยังมีเสียงดังคล้ายอาวุธปืนตลอดเวลา
ขณะที่ตำรวจไม่สามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ได้ เนื่องจากชุลมุนวุ่นวายมาก ประกอบกับเป็นช่วงกลางคืน ไม่รู้ใครเป็นใคร อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่ามีผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คน นำส่งโรงพยาบาล บาดเจ็บรวม 11 คน เป็นนักศึกษาและประชน และชาวกัมพูชาอีกคน ขณะที่ร้านค้าและแผงค้าจำนวนมากต่างเก็บข้าวของหนีกันจ้าละหวั่น ด้านตำรวจได้ห้ามบุคคลไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่ เพราะเกรงว่าจะได้รับอันตราย และสั่งปิดการจราจรในซอยรามคำแหง 24 ทั้งหมด เพื่อป้องกันการเผชิญหน้าของทั้ง 2 ฝ่าย โดยผู้ที่จะเข้าชุมนุมที่สนามราชมังคลาฯ ให้เข้าซอยด้านข้าง สน.หัวหมาก ซึ่งเชื่อมต่อกับการกีฬาแห่งประเทศไทยด้วย ส่วนผู้ชุมนุมในมหาวิทยาลัยรามคำแหงให้เข้าออกประตูหน้าเพียงด้านเดียว
ต่อมากลุ่มเสื้อแดงในสนามราชมังคลาฯ กว่า 300 คน ออกมายืนพร้อมเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้ชุมนุมในมหาวิทยาลัยรามคำแหง แต่ตำรวจปราบจลาจลกว่า 300 นาย ได้ผลักดันไม่ให้ทั้ง 2 ฝ่ายเผชิญหน้ากัน เมื่อเวลา 23.25น.พล.ต.ต.ปิยะได้เปิดเผยว่าจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นเพศชายอายุ 21 ปี ที่โรงพยาบาลรามคำแหง ทราบชื่อคือนายทวีศักดิ์ โพธิ์แก้ว
ศอ.รส.ระบุทหาร3เหล่าทัพรับมือกปปส.
เมื่อเวลา 17.30 น.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.ต.ต.ปิยะ แถลงสรุปผลการประชุมร่วมกับฝ่ายความมั่นคงว่า กำลังทหารทั้ง 3 เหล่าทัพ ประกอบด้วย กองทัพบก,กองทัพอากาศและกองทัพเรือ พร้อมให้การสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย การชุมนุมใหญ่ของกลุ่มประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ โดยจะมีการหารือในรายละเอียดอีกครั้งว่าจะให้วางกำลังในบริเวณจุดใดบ้าง
ให้เริ่มเคลื่อนย้ายเวลา 22.00 น.ของคืนนี้ (30 พ.ย.) และพร้อมปฏิบัติหน้าที่ 03.00 น. (1 ธ.ค.) ดังนี้ ร้อย รส. (กองร้อยรักษาความสงบ) จำนวน 4 กองร้อย จัดจากกองทัพภาคที่ 1 (ทภ.1) จำนวน 1 กองร้อย จาก ป.21 รอ. (กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 21 รักษาพระองค์) รปภ.สนามบินสุวรรณภูมิ, พล.ม.2 รอ. (กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์) จำนวน 1 กองร้อย จาก ส.พัน 12 รอ. (กองพันทหารสื่อสารที่ 12 รักษาพระองค์) รปภ. ช่อง 5 และ พล.ป. (กองพลทหารปืนใหญ่) จำนวน 2 กองร้อย รปภ. ช่อง 7 และ ช่อง 9 รวมทั้งให้จัด สห. (สารวัตรทหาร) 90 นาย ปฏิบัติหน้าที่สายตรวจร่วมกับตำรวจ
"สุเทพ" ลั่นไม่เจรจา-ยันพรุ่งนี้ลุยต่อ
ในค่ำวันเดียวกัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ได้ปราศรัยที่เวทีศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะว่า วันนี้ทีโอที และ กสท โทรคมนาคม ที่ควบคุมการสื่อสารของประเทศ อยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ชุมนุมแล้ว หลายคนอาจไม่ทราบเหตุผล แต่ก็เป็นเพราะการสั่งการของระบบราชการสมัยใหม่ก็สั่งการผ่านสองบริษัทนี้ จึงต้องควบคุมไว้ก่อน นอกจากนี้มีคนแจ้งมายัง กปปส. ว่ารัฐบาลเมื่อถูกควบคุมพื้นที่สำนักงบประมาณ ก็พยายามใช้พื้นที่ของ กสท และทีโอที เราจึงต้องเข้าควบคุม พรุ่งนี้ กปปส. จะเข้าไปควบคุมพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงพาณิชย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ขณะที่ต่างจังหวัดก็จะไปศาลากลางจังหวัดต่างๆ
"ประชาชนในแผ่นดินนี้ได้มอบอำนาจให้ ส.ส. ไปเลือกคนมาเป็นรัฐบาล ให้รัฐบาลบริหารแผ่นดิน เพื่อความผาสุก มั่นคงของประเทศ ให้ ส.ส. ไปทำหน้าที่นิติบัญญัติ ออกกฎหมายที่จะนำไปสู่ความสงบสุขของประชาชนที่คือเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ สองปีที่ผ่านมารัฐบาลได้หักหลังประชาชนครั้งแล้วครั้งเล่า ทำโครงการจำนำข้าวขาดทุนไปแล้ว 5 แสนล้านบาทจากการทุจริต รัฐบาลไม่มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างแท้จริง สภาผู้แทน แทนที่จะออกกฎหมายเพื่ออนาคตเพื่อความมั่นคง แต่มุ่งช่วยพี่ชายของนายกรัฐมนตรี พวกเขาหมดความชอบธรรมแล้ว" นายสุเทพระบุ
สัญญาณช่องบลูสกายถูกรบกวน
นายสุเทพกล่าวต่อว่า ในช่วงเย็นคนเสื้อแดงได้ออกจากราชมังคลากีฬาสถาน ออกมาทุบตีนักศึกษาและเอาปืนยิงขู่นักศึกษารามคำแหงด้วย ตอนนี้การเคลื่อนตัวของคนเสื้อแดงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอำนวยความสะดวกทุกเส้นทาง ได้ค่าโบกรถ 24 ชม. ขนคนมาได้ 5,000 บาท และบนเวทีเสื้อแดงก็มีนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทยขึ้นเวทีปราศรัย ต้อนรับผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ ที่ขนมวลชนเข้าร่วมชุมนุม ล่าสุดรัฐบาลได้เข้าไปดำเนินการกับดาวเทียมไทยคมและดาวเทียมเอ็นเอสเอส 6 ทำให้ประชาชนดูช่องบลูสกายไม่ได้
เลขาธิการ กปปส.กล่าวว่า ขอประกาศในนาม กปปส. ว่าไม่มีการเจรจา เพราะเขาวางแผนต้มพวกเรา แล้วก็ไม่ต้องยุบสภาเพื่อคืนอำนาจ ไม่ต้องคืนเพราะเราจะเอาของเรามาในวันสองวันนี้อยู่แล้ว เราไม่ได้บอกว่าทักษิณต้องไปจากประเทศ แต่ต้องไม่มีระบอบทักษิณอยู่ ชินวัตรทุกคนมีสิทธิอยู่ในประเทศไทยแต่ต้องอยู่ใต้กฎหมาย
"วันพรุ่งนี้ที่เป็นวันแห่งชัยชนะ เราประชาชนจะลุกขึ้นปฏิบัติการร่วมกัน ในพื้นที่กระทรวงต่างๆ กำลังส่วนใหญ่จะออกจากราชดำเนินที่เวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ส่วนที่ศูนย์ราชการ 09.00 น. มีภาระกิจให้ปฏิบัติทั้งที่กระทรวงพาณิชย์และที่อื่นๆ คืนนี้ขอให้สนุกสนานและร่าเริงเพื่อวันพรุ่งนี้" นายสุเทพกล่าวทิ้งท้าย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดเวลาการปราศรัยของนายสุเทพปรากฏว่าสัญญาณออกอากาศของสถานีโทรทัศน์บลูสกายถูกรบกวนอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งสถานีโทรทัศน์เครือข่าย เช่น ทีเอ็นเอ็น
ชาวเยาวราชมอบนกหวีดทองคำเป่าวันนี้
ขณะเดียวกัน นายสุเทพได้โพสต์รูปภาพถือนกหวีดทองคำผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ “Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ)” โดยมีข้อความใต้ภาพว่า ขอขอบคุณพี่น้องชาวเยาวราช ที่ร่วมกับทำนกหวีดทองคำ มามอบให้ผมครับ เราจะเป่าร่วมกันกับในวันแห่งชัยชนะของมวลมหาประชาชน



