
'ปลัดกห.'ชี้ยึดสถานที่ราชการผิดกม.
'นิพัทธ์' ชี้ม็อบยึดสถานที่ราชการผิดกม. ลั่นทหารไม่ออกมา ขณะที่ฝ่ายรบ.ยึดทำเนียบเป็นวอร์รูมแถลงข่าวโต้ วันเดียว 11 คน
29 พ.ย. 56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดทั้งวันที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเตรียมเปิดเป็นศูนย์กระจายข่าวสาร หรือวอร์รูมของฝ่ายรัฐบาล พบว่า ตลอดทั้งวันมีคนในรัฐบาล และรัฐมนตรี ช่วยกันออกมาแถลงข่าว ให้สัมภาษณ์ทั้งวัน ได้แก่ นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกฯ ที่ชี้แจงก่อนว่า จะเปิดวอร์รูมที่ทำเนียบอย่างไร โดยจะมีการแถลงข่าวทุกวัน วันละ 3-4 รอบ จากนั้นก็มี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน นายวราเทพ รัตนากร รมต.สำนักนายกฯและรมช.เกษตรฯ ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน
จากนั้นเวลา 14.30 น. มีการแถลงข่าวอีก 1 รอบ ที่ศูนย์แถลงข่าว ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล มีการแถลงข่าวพร้อมกัน 5 คน จากคนในรัฐบาล นำโดย พลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม พลโทภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ และนายชูเกียรติ รัตนชัยชาญ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
โดย พล.อ.นิพัทธ์ กล่าวถึง สถานการณ์การยึดพื้นที่กองทัพบก และกลุ่มผู้ชุมนุมต้องการพบผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และได้มีการยื่นหนังสือถึงผบ.ทบ ทั้งนี้ผบ.ทบ.ย้ำไม่ให้ใช้ความรุนแรง และให้รับหนังสือเพื่อนำไปดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ตามคนเหล่านี้บุกรุกสถานที่ราชการหลายหน่วยงาน เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง รวมทั้งที่บุกกองทัพบกด้วย ซึ่งการปฏิบัติของกลุ่มคนพันคนเศษ ที่ฝ่าฝืนระเบียบเข้าไปในสถานที่ราชการไม่ถูกต้อง จึงขอเรียกร้องให้ออกมาจากพื้นที่ อย่างไรก็ตามย้ำว่า ยังไม่มีการใช้กำลังทหารเข้าปฏิบัติการเพื่อแก้ไขสถานการณ์ โดยเจ้าพนักงานหลักยังเป็นผู้บัญชาการตำรวจ (ผบ.ตร.) ที่ดูแล ศอ.รส. และจะไม่มีการเคลื่อนย้ายทหารออกมา แต่ถ้ามี ก็เป็นการขนย้ายกำลังทหารเพื่อไปซ้อมพระราชพิธีในวันที่ 5 ธันวาคม ที่พระราชวังไกลกังวล
เมื่อถามว่าหากสถานการณ์บานปลายมีเหตุม็อบชนม็อบจะทำอย่างไร ปลัดกลาโหม กล่าวว่า ที่ผ่านมา ตั้งแต่มีสถานการณ์การชุมนุม กองทัพได้รับนโยบายจากนายกรัฐมนตรีมาโดยตลอดว่า จะดำรงตนอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายตามอำนาจหน้าที่ จึงขอยืนยันว่า ผู้บัญชาเหล่าทัพทุกกองทัพรวมถึงตน ยังคงอยู่ในกรอบและปฏิบัติตามกฎหมาย และไม่อยากเห็นพี่น้องทั้งหลายปฏิบัติตนผิดกฎหมายในขณะนี้
เมื่อถามว่า รมว.กลาโหม ได้มีการประสานกับผู้นำเหล่าทัพเกี่ยวกับสถานการณ์การชุมนุมหรือไม่ พล.อ.นิพัทธ์ กล่าวว่า ในระบบของการบังคับบัญชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รายงานจากส่วนราชการต่างๆ ครบถ้วนตลอดเวลา เมื่อถามถึงสถานการณ์ขณะนี้ กองทัพต้องมีการประชุมกันเป็นการภายในหรือไม่ พล.อ.นิพัทธ์ กล่าวว่า กองทัพมีการติดต่อกันตลอดเวลาตามระบบการทำงานของกองทัพทางวิดีโอคอนเฟอเรนซ์
"การที่ตัวผู้นำกลุ่มการชุมนุมได้ประกาศออกมาอย่างนี้ เพราะฉะนั้นคำพูดเป็นนายตัวเอง ผมเชื่อว่าเขาพยายามจะทำ สิ่งนี้ต่างหากที่เรารู้สึกเป็นห่วง เพราะคนที่ชุมนุมตามท่าน เขามีโอกาสได้รับข้อมูลที่ถูกต้องหรือไม่ว่าท่านกำลังนำเขาทำอะไร และนำเขาไปสู่สิ่งที่ดีๆ หรือเปล่า หรือว่าขณะนี้มันเป็นเรื่องของการทำลายล้างกัน โดยเฉพาะการเข้าไปในสถานที่ราชการต่างๆ ผมเชื่อว่าทุกส่วนราชการก็พยายามจะบอกกับพี่น้องประชาชน ผมเองก็วิงวอนเป็นระยะเวลาเกือบเดือนมาแล้ว ที่เราอยู่ในภาวะที่อึดอัดเวลาเผชิญหน้ากัน ตอนนี้มันกำลังเกิดการปลุกระดมพี่น้องให้เป็นปรปักษ์กัน สิ่งเหล่านี้มันร้าวลึก เพราะในขณะนี้มันเกิดเหตุการณ์ที่คนในพื้นที่นั้นคิดแบบนั้น คนในพื้นที่นี้คิดแบบนี้ นี่แหละสิ่งที่เป็นปัญหาระยะยาวที่มันฝังลึกลงไปในจิตใจพี่น้องประชาชน ใครที่เป็นคนก่อเรื่องนี้ขึ้นท่านต้องคิดว่าเด็กๆ ในวันนี้ที่ไปขึ้นเวที ตอนนี้เขามั่นใจว่าเขาทำงานเพื่อประเทศชาติ รวมถึงทุกคนที่ออกมาทั้งหมดกำลังมั่นใจว่าตนทำเพื่อประเทศชาติ เพราะฉะนั้นมันขึ้นอยู่กับข้อมูลที่แต่ละคนรับมา"
เมื่อถามว่า การรายงานสถานการณ์กับเหล่าทัพทางวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ขณะนี้ เหล่าทัพมีความอึดอัดกับสถานการณ์หรือไม่ พล.อ.นิพัทธ์ กล่าวว่า คนที่รับผิดชอบคือ ผบ.สส. จะประสานดูแลกับผู้บัญชาการทุกเหล่าทัพ และตนกับผู้บัญชาการทุกๆ เหล่าทัพอยู่เสมอ
"ผมเชื่อว่าคำว่าเวลาจะเป็นตัวเยียวยาสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ผมก็อยากให้เวลาเยียวยามันสั้นที่สุด และขอยืนยันว่า รัฐบาลและกองทัพอยากให้เกิดการพูดคุยกัน"
ด้าน พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร กล่าวว่า เดิมทีแกนนำผู้ชุมนุมบอกว่าสันติอหิงสา และการยกระดับเป็นมาตรฐาน แต่กลับแปรสภาพเป็นผู้ปฏิบัติผิดกฎหมาย สุ่มเสี่ยงนำประชาชนกระทำผิดกฎหมายด้วย เลยกลายเป็นว่ายกระดับนำไปสู่ความไม่สงบเรียบร้อยได้ จึงขอแนะให้ประชาชนมีสติสมาธิให้ดี อย่าหลงเชื่อคำยุยงของแกนนำที่ผิดกฎหมายอยู่แล้ว เพื่อป้องกันเหตุแทรกซ้อนจากมือที่สาม และหากผิดปกติ ต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่และการ์ดของผู้ชุมนุม โดยยืนยันว่ายังอยู่ในวิสัยที่ดูแลสถานการณ์ได้
ส่วน ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า หน่วยงานของมหาดไทยและรัฐวิสากิจในกำกับดูแลในส่วนกลาง ยังบริการประชาชนตามปกติและบริหารจัดการได้ แต่ต่างจังหวัดจะเห็นข่าวที่มีประชาชนเข้าไปชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองในศูนย์ราชการและศาลากลาง ซึ่งเรายืนยันว่า ข้าราชการคือผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายในการแก้ไขความเดือดร้อนและบริการประชาชน จึงขอให้ยุติการชุมนุมหากแสดงออกทางการเมืองเสร็จแล้ว
นายธงทอง จันทรางศุ ระบุว่า การทำงานของระบบราชการในภาพรวมนั้น ระบบสารสนเทศของประเทศไทยได้รับผลดีจากน้ำท่วม ปี 2554 ทำให้มีการทำระบบสำรองเชื่อมโยงเครือข่าย ทำให้ทำงานต่อได้ในกรณีที่ไม่สามารถเข้าไปทำงานได้ เห็นได้จากกระทรวงการคลัง ที่การทำงานไม่ขลุกขลัก เงินเดือนจ่ายผ่านระบบตามปกติ และจะเป็นเช่นนี้ เพราะประเทศไทยเตรียมระบบสารสนเทศกรณีฉุกเฉินแล้ว
นายธงทอง กล่าวอีกว่า ในส่วนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางการชุนนุม ให้โทรศัพท์สายด่วน 1111 กด 2 ท่านมีความทุกข์อย่างไรรัฐบาลจะดูแลให้ได้รับความสะดวก ส่วนที่ว่าผู้ชุมนุมประกาศจะมาสำนักนายกเป็นที่สุดท้ายนั้น นายธงทอง กล่าวว่า สำนักนายกฯนั้น ก็อยู่ในอาณาบริเวณของทำเนียบรัฐบาล ซึ่งผู้ชุมนุมก็อยู่รอบๆ อยู่แล้ว ก็เห็นหน้ากันอยู่
ด้าน เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวว่า การชุมนุมเป็นสิทธิเสรีภาพ แต่ทั้งนี้ศาลเคยพิพากษาหลายคดีถึงการละเมิดสิทธิผู้อื่นเป็นการกระทำผิดกฎหมาย และการบุกรุกสถานที่ราชการก็มีโทษสูงกว่าปกติด้วย



