ข่าว

'คำนูณ'วอน'ศาล'คนกลางแก้ขัดแย้ง

'คำนูณ'วอน'ศาล'คนกลางแก้ขัดแย้ง

29 พ.ย. 2556

'คำนูณ' แนะให้ 'ปธ.3ศาล-ปธ.องค์กรอิสระ' เป็นคนกลางทำเวทีเจรจาแก้ปัญหาการเมือง ด้านกลุ่ม 40 ส.ว.ออกแถลงการณ์ แนะ 'นายกฯ' ลาออก หรือยุบสภา

 

                             29 พ.ย. 56  เมื่อเวลา 10.30 น. สว.กลุ่ม 40  นำโดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน , นายคำนูณ สิทธิสมาน, นายสมชาย แสวงการ, นายวันชัย สอนศิริ, นายสาย กังกเวคิน ส.ว.สรรหา, น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. ร่วมออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหลาลาออกจากตำแหน่งหรือยุบสภาฯ เพื่อสร้างมาตรฐานทางจริยธรรมและแสดความรับผิดชอบต่อกรณีที่สส.ของพรรคเพื่อไทยและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้กระทำพฤติกรรมที่ประชาชนไม่ให้การยอมรับ อาทิ การปฏิเสธรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ กรณีวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลุ่มมาตราที่ว่าด้วยที่มาของส.ว.ไม่ชอบด้วยกระบวนการ

                             โดยนายไพบูลย์ ได้นำอ่านแถลงโดยสรุปสาระสำคัญซึ่งเป็นข้อเสนอไปยังนายกฯ เพื่อแก้ไขวิกฤตทางการเมืองที่เกิดขึ้น คือ 1.รัฐบาลต้องให้ความคุ้มครองเสรีภาพการชุมนุมของประชาชนที่ดำเนินการภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ, 2. นายกฯ ต้องยอมรับว่ารากเหง้าของปัญหาทางการเมืองไทย เกิดมาจากพฤติกรรมของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และพฤติกรรมสืบทอดอำนาจที่เป็นสิ่งทำลายการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงประมุข 3.นายกฯต้องลาออกหรือยุบสภาเพื่อแสดงความรับชอบต่อวิกฤตการเมืองที่เกิดขึ้น ที่มาจากการไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ และจนถึงขณะนี้ยังไม่ขอพระราชทานคืนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลุ่มมาตราที่มาของสว.ซึ่งถูกศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าไม่ชอบด้วยกระบวนการ, 4. รัฐบาลต้องไม่ใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สนับสนุนกระบวนการข่มขู่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ 5.นายกฯและบุคคลในตระกูลชินวัตร ต้องเสียสละเพื่อประโยชน์ชาติ ด้วยการให้สัญญาประชาคมกับคนไทยว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองอีก ไม่ว่าโดยตรงหรือการผ่านตัวแทน

                             ด้านนายสมชาย กล่าวว่าตนขอเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความคุ้มครองแกนนำและผู้ชุมนุม ซึ่งในกรณีที่น้องชายของ ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ คณะเสนาธิการ่วม คปท. ถูกคนร้ายปาระเบิดเพลิง เผารถยนต์ ที่บ้านพัก ขอให้รัฐบาลเข้าไปเร่งดำเนินการคุ้มครองและตรวจสอบ เพราะหากละเลยเชื่อว่าจะทำให้วิกฤตที่เป็นอยู่ตอนนี้บานปลาย

                             ขณะที่นายคำนูณ กล่าวถึงกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมเปิดเวทีให้คู่ขัดแย้งและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหารือทางออกประเทศร่วมกันว่า คงไม่สามารถทำได้เนื่องจากนายกฯ ถือเป็นต้นเหตุของความขัดแย้ง แม้จะกระทำในฐานผู้นำรัฐบาลก็ตาม ส่วนตัวมองว่าการพูดคุยที่จะเกิดขึ้นควรมีคนกลาง อาทิ ประธาน 3 ศาล, ประธานองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เข้ามาดำเนินการแทนรัฐบาล ส่วนกรณีที่ที่ผ่านมามีข้อเสนอเรื่องแนวทางแก้ไข แต่ไม่มีผู้เข้าร่วมนั้น ตนไม่รู้จะพูดอย่างไร แต่วิธีการเจรจาควรมีคนกลางที่ทุกฝ่ายให้การยอมรับนับถือมาดำเนินการ

 

 

'อักขราทร' ชี้แก้ปัญหาการเมือง ต้องให้ปชช.รู้อะไรถูก-ผิด

 

                             เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ  ภายหลังการบรรยายพิเศษการอบรมหลักสูตรนักบริหารการยุติธรรมทางปกครองระดับสูง (บยป.) รุ่นที่ 5 นายอักขราทร จุฬารัตน์ อดีตประธานศาลปกครองสูงสุด ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับสถานการณ์การชุมนุมและการเสนอทางออกกับประเทศไทยว่า ที่มีการมองถึงนายรัฐมนตรีพระราชทานตามรัฐธรรมนูญมาตรา 7 และรัฐบาลออกมาระบุพร้อมที่จะพูดคุยกับกลุ่มผู้ชุมนุม ตนเห็นว่าสถานการณ์ขณะนี้เลยจุดดังกล่าวมาแล้ว โดยสิ่งสำคัญที่ควรต้องทำคือทำให้ประชาชนรู้ถูก รู้ผิด ซึ่งผู้ที่จะมีส่วนชี้นำและนำข้อมูลมาให้ประชาชนได้รับทราบว่าอะไรถูกหรือผิดคือสื่อมวลชน และนักวิชาการ เพราะสื่อมวลชนคือคนที่อยู่ใกล้ชิดกับสถานการณ์และในข้อเท็จจริง รู้เห็นความเป็นไป

                             ส่วนการออกมาชุมนุมแสดงความเห็นของประชาชนนั้นทำได้ ถ้าเห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลทำมานั้นไม่ถูกต้อง ซึ่งหากอีกฝ่ายหนึ่งจะไม่ยอมรับสถานการณ์ก็ไม่มีวันจบสิ้น ไม่เช่นนั้นก็คงต้องรอจนกว่าออกมาเยอะเหมือนที่อีกฝ่ายคิดเพราะเวลานี้มีคนพูดสองคนก็ย่อมมีฝ่ายใดถูกฝ่ายใดผิด

                             ส่วนอดีตที่เคยมีการเสนอให้ตนเป็นนายกฯ พระราชทานนั้น แค่เอาชื่อตนไปขายเท่านั้น จริงๆ แล้วก็ขายไม่ออกหรอก ตนก็เพียงแค่เอาใจช่วยเท่านั้น

                             "เรายังติดอยู่กับคำว่ามาจากการเลือกตั้งก็ถือว่าเป็นประชาธิปไตยแล้ว ซึ่งความจริงต้องศึกษาให้มากกว่านั้น เพราะยังมีรายละเอียดอีกเยอะ การปฏิรูปตอนนี้ยังไม่ต้องไปพูดถึง มันต้องทำให้ประชาชนรู้ผิดรู้ถูกก่อน ถึงตรงนั้นการปฏิรูปมันจะมาเอง แล้วการปฏิรูปจะไปเอง แต่ไม่ใช่ทำคนเดียวมันจะต้องทำกันเป็นทีม ผมว่าตอนนี้ไม่ใช่แค่พระสยามเทวาทิราชองค์เดียวที่จะช่วยได้ แต่ต้อง 2 องค์" นายอักขราทร กล่าวและว่า "หากจะทำอะไรกันก็อยากให้ทุกคนคิดถึงในหลวงให้มากๆ ว่าท่านได้ทำอะไรต่างๆ ไว้มากมาย"