ข่าว

เข้าสู่โหมด'ยื้อ'สุเทพvsปูใคร'อึด'กว่ากัน

เข้าสู่โหมด'ยื้อ'สุเทพvsปูใคร'อึด'กว่ากัน

29 พ.ย. 2556

เข้าสู่โหมด'ยื้อ' กำนันสุเทพvsนายกฯยิ่งลักษณ์ ใคร "อึด" กว่ากัน : สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ สำนักข่าวเนชั่น

               หลังสภาลงมติในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลผ่านพ้นไปเมื่อวาน(28 พ.ย.) นอกจากจะได้รับเสียงไว้วางใจแล้ว สถานการณ์ของ "นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ยังเหมือนกับถูกปล่อยเป็นอิสระ หลังจากถูก "ล็อก" ใส่กุญแจมาประมาณ 1 สัปดาห์

               ความหมายของการผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หมายถึงว่า จากนี้ไปนายกฯ สามารถใช้ไพ่ "ยุบสภา" มาเป็นเครื่องมือได้ หากสถานการณ์ "จวนตัว" ไม่เหมือนช่วงก่อนหน้านี้คือหลังจากมีการบรรจุญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจไปเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา หากสถานการณ์ตีบตัน นายกฯ ไม่สามารถยุบสภาได้ แต่ต้อง "ลาออก" เท่านั้น

               ตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลจึงใช้ "ยุทธศาสตร์ "หลบ-หลีก-เลี่ยง" การปะทะในทุกรูปแบบ เพราะรัฐบาลมองว่า "สุเทพ เทือกสุบรรณ" ต้องการ "ยั่ว" ให้รัฐบาลมา "ชกด้วย" เพื่อเปิดทางให้มี "อำนาจพิเศษ" เข้ามาห้ามทัพ แต่รัฐบาลไม่หลงกล การลุยชกของสุเทพ จึง "วืด" ไม่เข้าเป้า อาจทำให้รัฐบาลต้องเสียการทรงตัวจากการหลบหลีกหมัดไปบ้าง แต่ยังไม่ถึงกับล้ม

               ตอนนี้ช่วง "นาทีทอง" ของสุเทพ ในการ "ล้มระบอบทักษิณ" หมดไปแล้ว

               มองเกมต่อจากนี้ไป จะเป็นอย่างไร?

               ในส่วนของ "สุเทพ" เอง ตอนนี้เปลี่ยนท่าทีไปเรียบร้อยแล้ว จากเดิมที่เคยบอกว่าจะ "เผด็จศึก" ให้ได้ภายในสิ้นเดือนนี้ ล่าสุดบอกว่า หากวันที่ 30 พฤศจิกายน ไม่สามารถล้มระบอบทักษิณได้ ก็ต้องสู้ต่อไป

               "ต่อไปคงเป็นเกมยื้อ เพื่อรอให้องค์กรอิสระ เช่น ป.ป.ช. (คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) หรือ ศาลรัฐธรรมนูญ มาจัดการ" แหล่งข่าวจากกลุ่ม "ต่อต้านระบอบทักษิณ" วิเคราะห์ พร้อมเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ทางแกนนำผู้ชุมนุมซึ่งรวมถึงนายสุเทพ มีแผนที่จะไปปิดล็อกทางผ่านเข้าออกรัฐสภา เพื่อไม่ให้การอภิปรายเกิดขึ้นได้ หรือเกิดขึ้นแต่ไม่สำเร็จ เช่นอภิปรายได้แต่ลงมติไม่ได้ แต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คัดค้านอย่างหนัก นายอภิสิทธิ์ต้องการให้มีการอภิปราย และไม่ต้องการให้ไปปิดล้อมสภา

               ส่วนที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ว่า ส.ส.ประชาธิปัตย์ อาจจะลาออกยกพรรค เพื่อมาร่วมกับสุเทพกดดันรัฐบาลนั้น ปรากฏว่าเหตุการณ์นั้นไม่เกิดขึ้น โดยเมื่อวานนี้ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หัวหน้าพรรคนำ ส.ส.ของพรรคมาแถลงจุดยืนว่า จะจับมือกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบรัฐธรรมนูญ ในการ "ล้มระบอบทักษิณ" พร้อมชูธง "ปฏิรูปประเทศไทย" ในนามของ "พรรค" พร้อมย้ำว่า "ผมเป็นพรรคการเมือง ผมอยู่ในระบบ จะให้ผมบอกว่าผมไม่เอาระบบ ผมทำไม่ได้"

               มีคำถามมากมายหลังการแถลงว่า ตกลงจุดยืนพรรคประชาธิปัตย์ "สนับสนุน" หรือ "ตัดหาง" สุเทพ หรือ "เล่น 2 หน้า"

               ส่วนรัฐบาลนั้น ล่าสุดยังยืนยันในแนวทางเดิม คือ ไม่ว่าอย่างไรจะไม่เล่นเกม "ปะทะ" เหตุผลสำคัญนอกจากเรื่องกลัว "ทหาร" เข้าแทรก คือ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ไม่ต้องการ "มือเปื้อนเลือด"

               "งานนี้ต้องดูว่าม็อบกับรัฐบาลใครจะอึดกว่ากัน ถ้ารัฐบาลเล่นผิดเกม รัฐบาลก็เสียหาย ฉะนั้นต้องใช้ความอดทนอย่างที่สุด" แหล่งข่าวจากรัฐบาลกล่าว

               ยุทธศาสตร์ของรัฐบาลตอนนี้ คือ รุกกลับด้วย "คำพูด" คือชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนให้มากที่สุด ทั้งจากการแถลงของนายกฯ คณะรัฐมนตรี และการเปิดเวทีของพรรคในทั่วประเทศ แต่จะไม่รุกกลับด้วย "การกระทำ" ถ้าสถานการณ์เลวร้าย ไม่สามารถควบคุมได้จริงๆ ก็จะไม่เลือกวิธี "ปราบ" แต่จะควัก "ไพ่ใบสุดท้าย" มาใช้ คือ "ยุบสภา"

               ถ้านายกฯ "ยุบสภา" จะเป็นอย่างไรต่อ เพราะสุเทพ บอกไว้แล้วว่า "ไม่เอายุบสภา-ไม่เอาลาออก"?

               "ถึงตอนนั้นเราก็คงต้องมาประเมินกันอีกที สื่อว่าอย่างไร นักวิชาการว่าอย่างไร ประชาชนที่มาร่วมชุมนุมจะเอาอย่างไร ถ้าประชาชนต้องการให้กลับไปเลือกตั้ง ก็คงไปต่อไม่ได้ แต่ถ้ายังมีกระแสให้ไปต่อ ก็ลุยกันต่อ" แหล่งข่าวคนเดิม กล่าว

               วิเคราะห์ดู จึงมีความเป็นไปได้ใน 3 ทาง คือ หนึ่ง ยังมีแนวร่วมให้สุเทพ "ลุยต่อ" ซึ่งหากเป็นแนวนี้ ก็เสี่ยงที่จะเกิดสถานการณ์วุ่นวาย รุนแรงที่สุด คือ จนทำให้ไม่มีการเลือกตั้ง และมี "อำนาจพิเศษ" เข้ามา อย่างไรก็ตาม แนวทางนี้มีโอกาสน้อย เพราะพรรคประชาธิปัตย์เองก็บอกว่า หากมีการยุบสภา พรรคก็จะลงสนามการเลือกตั้ง

               แนวทางที่สอง คือ หากดูกระแสแล้ว เห็นว่าสังคมไม่เอาด้วย สุเทพ ก็ยุติบทบาท เพราะเขาเองก็เคยบอกไว้ว่า "ถ้าพี่น้องไม่ร่วมต่อสู้ ผมก็กลับบ้าน"

               ในปัจจุบันพลิกมาเป็นใช้กระแส "ล้มระบอบทักษิณ" ไปรณรงค์จนเกิดกระแส "ปฏิรูปประเทศไทย" เหมือนกระแส "ธงเขียว" ที่ผลักดันให้เกิดการปฏิรูปการเมืองเมื่อปี 2540 

               ต้องไม่ลืมว่า ในบรรดาผู้มีสิทธิเลือกตั้งในปัจจุบัน ยังคงถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ฝ่ายที่เลือกเพื่อไทย ฝ่ายที่เลือกประชาธิปัตย์ และฝ่ายที่ไม่เลือกใครเลย ซึ่งชัดเจนว่าในบรรดาผู้ที่ออกมาชุมนุมทางการเมืองครั้งนี้ มีคนกลุ่มที่สามออกมาจำนวนมาก การปรับวิธีมาสร้าง "พรรคของประชาชน" แทน "สภาประชาชน" และ "รัฐบาลประชาชน" ที่สุเทพเรียกร้องแต่ยังมองไม่เห็นทางที่จะบรรลุเป้าหมายได้ ให้เป็นพรรคทางเลือกเพื่อ "ล้มระบอบทักษิณ" ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่มีความเป็นไปได้

               สุดท้ายเกมจะจบลงอย่างไร ใครจะอึดกว่ากัน ต้องดูอีกยาว!!


--------------------------------------------------------------------------------------

(หมายเหตุ : เข้าสู่โหมด'ยื้อ' กำนันสุเทพvsนายกฯยิ่งลักษณ์ ใคร "อึด" กว่ากัน : สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ สำนักข่าวเนชั่น)