ข่าว

ผมไม่รวยเหมือนคนอื่น แต่มีความรักอย่างบริสุทธิ์ใจ

ผมไม่รวยเหมือนคนอื่น แต่มีความรักอย่างบริสุทธิ์ใจ

28 พ.ย. 2556

ผมไม่รวยเหมือนคนอื่น แต่มีความรักอย่างบริสุทธิ์ใจ : คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เรื่อง-เจษปัน มาลาคุ้ม // เรียบเรียง-เสาวลักษ์ คงภัคพูน

               เมื่อถามถึงเป้าหมายวัยเด็ก "โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไร" คำตอบคงหนีไม่พ้น เป็นครู ทหาร ตำรวจ พยาบาล นักบิน เพราะ "เครื่องแบบ" ที่ดูเท่ ดูสง่า ส่วนหนึ่งจึงทำให้เด็กมีความใฝ่ฝันอยากเป็น

                แต่สำหรับความฝันวัยเด็กของสาวกาฬสินธุ์ "ดวงพร (พร)" ปัจจุบันใช้นามสกุล ดีแม็ต กลับต่างจากคนอื่นอย่างสิ้นเชิง ด้วยความเจียมตัวว่าเป็นแค่ลูกชาวนา โอกาสจะได้แตะต้องเครื่องแบบเหล่านั้นคงเป็นไปไม่ได้ ในใจของพร จึงมีเพียงยูนิฟอร์มของสาวโรงงานเท่านั้น เป็นความฝันเดียวที่เธอแตะต้องได้

                หลังจากเรียนจบ "พร" ก็ต้องช่วยพ่อแม่ทำนา ฝากชีวิตไว้กับฟ้าฝนเทวดาและราคาข้าว จนอายุ 30 กว่าแล้วก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้น มองพ่อแม่ก็เห็นอนาคตตัวเองว่า คงต้องผูกติดกับผืนนาไปจนตาย ชีวิตกว่าจะสิ้นสุดอีก 30-40 ปี จะปล่อยให้หมุนเวียนอยู่เช่นนี้คงไม่ไหว

               "พร" จึงบอกพ่อแม่ขอเสี่ยงดวงหางานทำที่เมืองหลวง สักครั้งในชีวิต มีเสียงทัดทานจากบุพการีห่วงสาวบ้านนอก จะไปเผชิญชีวิตในเมืองกรุงลำพังได้อย่างไร แต่เมื่อตั้งใจแล้ว อะไรก็เปลี่ยนไม่ได้

                โชคดีที่สมัครงานในโรงงานแห่งหนึ่งเขาก็รับไว้เลย รับยูนิฟอร์มสาวโรงงานมาด้วยมือสั่นใจสั่น ความฝันเป็นจริงแล้ว จะมีเงินเดือนส่งไปให้ทางบ้านใช้แล้ว พอเริ่มทำงานความกลัว ความกังวลก็เริ่มคลาย เมื่อสาวโรงงานต่างพูดภาษาอีสานบ้านเกิด และกว่าครึ่งเป็นคนกาฬสินธุ์จังหวัดเดียวกับพร ทำให้รู้สึกอบอุ่นและมีความสุขกับการทำงาน

                วันหนึ่งเพื่อนมาบอกให้ถ่ายรูปและเขียนประวัติ จะไปลงเว็บไซต์หาคู่สามีต่างชาติ เผื่อจะโชคดีมีครอบครัว มีเงินทองใช้ไม่ต้องลำบาก "พร" ขำๆ กับความคิดของเพื่อนแต่ก็ไม่ปฏิเสธ ให้ถ่ายรูปและบอกประวัติส่วนตัวคร่าวๆ ให้เพื่อนนำไปโพสต์

                หนึ่งปีผ่านไป พรลืมเรื่องโพสต์หาคู่ไปแล้ว เพราะไม่มีคนติดต่อมาแม้แต่รายเดียว จู่ๆ ก็มีข้อความภาษาอังกฤษติดต่อเข้ามาในกล่องข้อความ พรเปิดดูยังคิดว่าเป็นการขายสินค้า แต่เมื่อให้เพื่อนดูก็พบว่าเป็นการติดต่อจากหนุ่มชาวสวีเดน ที่เห็นพรจากเว็บไซต์หาคู่จึงสนใจ

               "กรามิต ดีแม็ต" พ่อม่ายเมียหย่า เคยมาเที่ยวที่ภูเก็ตแล้วเกิดความประทับใจในอัธยาศัยของคนไทย เมื่ออยู่ว่างๆ เปิดเว็บไซต์ไปเรื่อยกระทั่งมาพบ พร เขาเลยตัดสินใจเข้ามาทักทาย เพราะด้วยความชอบเมืองไทยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อุปสรรคในการพูดคุยระยะแรกคือ พรไม่รู้ภาษาต่างชาติเลย ส่วนกรามิตก็ไม่เก่งภาษาอังกฤษ การสื่อสารแต่ละครั้งจึงต้องอาศัยล่ามมาช่วย

                จากแค่หาเพื่อนคุย ฝ่ายชายเริ่มคิดจะจริงจังกับสาวไทยรายนี้ ทั้งคู่เปลี่ยนการสื่อสารผ่านสไกป์ เป็นการเห็นหน้าและพูดคุยกันตรงๆ ครั้งแรก พรตื่นเต้นมาก แต่ก็ยังต้องหาเพื่อนมาช่วยแปลแบบลุ่มๆ ดอนๆ ภาษากาย ภาษามือถูกนำมาใช้ในการสื่อสาร รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง ถามทุกข์สุข ชีวิตทั่วไป นานวันเข้า ฝ่ายชายเริ่มเล่าเรื่องราวชีวิตว่า ผ่านการมีครอบครัวมาแล้วและหย่าร้างกัน มีลูก 1 คน ซึ่งเมื่อ "หย่า" ทางประเทศสวีเดนมีกฎหมายให้ทรัพย์สินหรือสิ่งของที่หามาได้ในการใช้ชีวิตคู่ร่วมกันตกอยู่กับภรรยาและลูก ฝ่ายชายต้องไปแต่ตัวเท่านั้น เขาบอกกับพรว่ายังยินดีจะคบกันหรือไม่ถ้าเขามีแต่ตัวและหัวใจเท่านั้น พรบอกว่าไม่ได้คบหาที่เงินทองแต่ต้องการคุยกับคนดี

                ติดต่อกันนานกว่า 1 ปี พรได้พิสูจน์ให้กรามิตเห็นแล้วว่า เรื่องเงินไม่ใช่สิ่งที่เธอคิดถึงเป็นสิ่งแรก ทุกครั้งที่พูดคุยมักสอบถามเรื่องสุขภาพ ความเป็นอยู่ด้วยความห่วงใย ไม่เคยแม้สักครั้งจะเอ่ยปากขอเงินหรือพูดเรื่องเงิน ทำให้กรามิตรักพรอย่างสุดหัวใจจนต้องเดินทางมาหา ไปไหว้พ่อแม่ที่กาฬสินธุ์ขอคบหากันอย่างถูกต้อง ครอบครัวฝ่ายหญิงก็ไม่ได้รังเกียจ

                คราวนั้นกรามิตอยู่เมืองไทย 3 เดือน มีพรพากินพาเที่ยวชิมอาหารอีสาน คิดว่าจะรับประทานไม่ได้แต่กลับรับประทานอย่างเอร็ดอร่อย จึงทำให้การคบหากันเป็นไปอย่างราบรื่น ถึงเวลาเดินทางกลับ เขากระซิบข้างหูคนรัก "ผมจะกลับมาแต่งงานด้วย" พรขนลุกซู่ น้ำตาคลอ นี่เองที่เขาเรียกว่าอานุภาพแห่งรัก ทำให้หัวใจพองโตมีสุขเช่นนี้

                ผ่านไป 3 เดือนชายหนุ่มกลับมาทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้ ทั้งสองเข้าพิธีแต่งงานเป็นสามีภรรยากันตามแบบประเพณีของไทย โดยอาศัยอยู่ที่ จ.กาฬสินธุ์ อย่างมีความสุข

                วันหนึ่งมีคำพูดเข้าหูพรว่า มีสามีฝรั่งทำไมไม่รวยเหมือนคนอื่นเขา หลายคนหลายครั้งกับคำถามเดียว พรจึงตัดสินใจพาสามีย้ายมาอยู่ที่อุดรธานี หาทำเลทำมาหากิน ไม่ต้องฟังคำถามซ้ำซากที่ทำให้เคืองใจ ทั้งสองมาเซ้งร้านขายอาหารตามสั่งที่ข้าง บขส.จังหวัดอุดรธานี

                เรื่องนี้กรามิตมักปลอบใจภรรยาเสมอว่า "ถึงผมไม่รวยเหมือนคนอื่น แต่มีความรักอย่างบริสุทธิ์ใจให้พร พร้อมจะอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุข ดูแลกันตลอดไป" เท่านี้พรก็มีแรงใจเป็นตัวผลักดันให้ดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข มากกว่าเงินทองที่ทุกคนโหยหามาทั้งชีวิต

                "ไม่ต้องรวย เราก็มีความสุขได้ อยู่กัน 2 คนโดยยึดหลักการใช้ชีวิตแบบพอเพียง ตามคำสอนของพ่อหลวงที่กล่าวไว้ว่า การอยู่อย่างพอเพียงเป็นการอยู่แบบมีความสุขที่สุด เงินเท่าไหร่ก็ไม่สามารถที่จะซื้อความสุขได้"

 

..........................

 

(ผมไม่รวยเหมือนคนอื่น แต่มีความรักอย่างบริสุทธิ์ใจ : คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เรื่อง-เจษปัน มาลาคุ้ม // เรียบเรียง-เสาวลักษ์ คงภัคพูน)