ข่าว

'มอยส์'ปลื้มผีฟอร์มเจ๋งซัด5ตุง

'มอยส์'ปลื้มผีฟอร์มเจ๋งซัด5ตุง

28 พ.ย. 2556

'ผีแดง' บุกถล่ม 'ห้างขายยา' 5-0 จับมือ 'ชุดขาว-เปแอสเช' เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

 

                          ศึกลูกหนังยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อคืนวันที่ 27 พฤศจิกายน ยังคงเป็นการเตะนัดที่ 5 ในรอบแบ่งกลุ่ม โดยสาย เอ "ผีแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ฟอร์มกระท่อนกระแท่นมาตั้งแต่เปิดฤดูกาล กลับคืนฟอร์มเก่ง ด้วยการบุกไปเอาชนะ "ห้างขายยา" ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ของเยอรมนี ถึง 5-0 จาก อันโตนิโอ วาเลนเซีย, การโหม่งเข้าประตูตัวเองของ อีเมียร์ สปาอิช, จอนนี อีแวนส์, คริส สมอลลิง และนาที นาที 22, 30, 65, 77 และ 88 ทำสถิติกลายเป็นทีมจากเมืองผู้ดีทีมแรก ที่บุกไปเอาชนะทีมจากเมืองเบียร์ นับตั้งแต่ที่มีการเปลี่ยนชื่อการเตะรายการนี้จากยูโรเปี้ยนคัพ มาเป็นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในปี 1992 เลยทีเดียว

                          นอกจากนี้ จากชัยชนะดังกล่าว ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ขยับคะแนนในตาราง เป็น 11 แต้ม ได้ผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาท์ หรือรอบ 16 ทีมสุดท้ายแน่นอน โดยการเตะนัดสุดท้ายกับชัคเตอร์ โดเนสต์ จากยูเครน ในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ ขอแค่เสมอก็จะคว้าแชมป์ของสายนี้ทันที

                          หลังการแข่งขัน เดวิด มอยส์ กุนซือของทีมผีแดง ที่ทำสถิตินำทีมชนะในเกมเยือนด้วยสกอร์ที่ห่างจากคู่แข่งมากถึง 5 ลูก ในถ้วยยุโรปเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่บุกชนะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เมื่อปี 1964 กล่าวว่า การเล่นนัดนี้ถือเป็นฟอร์มที่ดีที่สุดนับตั้งแต่เขาเข้ามารับหน้าที่ผู้จัดการทีมปีศาจแดง แทน "เฟอร์กี" อเลกซ์ เฟอร์กูสัน ในช่วงสิ้นสุดฤดูกาลที่ผ่านมาเลยทีเดียว และก็เชื่อว่าลูกทีมของเขาจะเค้นฟอร์มการเล่นที่ดีกว่านี้ออกมาอีก

                          สำหรับผู้เล่นที่โชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมที่สุดของทีมผีแดงในเกมนี้ ได้แก่ "ไอ้หมูบิน" เวย์น รูนีย์ ที่มีส่วนร่วมกับทีมใน 4 ประตูแรกที่เกิดขึ้น ด้วยการเป็นคนจ่ายบอลถวายพานให้ วาเลนเซีย วิ่งเข้าชาร์จจ่อๆ ในประตูแรก ก่อนเปิดฟรีคิกเข้าไปในเขตโทษจนสปาอิชโหม่งพลาดเข้าประตูตัวเอง จากนั้นเป็นผู้ยิงในจังหวะแรกถูก แบรนด์ท เลโน นายทวารทีมห้างขายยาปัดมาเข้าทางอีแวนส์ซ้ำเข้าไป และสุดท้ายกระดกบอลข้ามหัวเลโน ให้สมอลลิงวิ่งแปจากระยะแค่ 2 หลา ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกในนาที 80 ทำให้ไม่มีส่วนในประตูสุดท้ายที่เกิดขึ้น

 

                          ขณะที่การเตะอีกคู่ในสายนี้ ชัคเตอร์ โดเนสต์ เปิดบ้านเอาชนะ รีล โซเซียดัด ของสเปน 4-0 มี 8 แต้ม ต้องไปลุ้นเข้ากับในเกมนัดสุดท้าย กับเลเวอร์คูเซน ที่มี 7 แต้ม ส่วนโซเซียดัดมีแต้มเดียว จองบ๊วยของสายนี้แน่นอนแล้ว

 

                          สาย บี "ราชันชุดขาว" รีล มาดริด ทีมยักษ์ใหญ่ของสเปน แม้เกมนี้จะไม่มี คริสเตียโน โรนัลโด ดาวยิงตัวเก่ง แถมต้องเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน เมื่อ เซอร์จิโอ รามอส ปราการหลังถูกไล่ออกตั้งแต่นาที 26 แต่ก็ยังแข็งแกร่ง เปิดซานติอาโก เบอร์นาบิว เอาชนะ กาลาตาซาราย ของตุรกี 4-1 จาก แกเรธ เบล, อัลวาโร อาเบลัว, อังเคล ดิ มาเรีย และ อิสโก นาที 37, 51, 63, 80 ส่วนทีมเยือนได้จาก อูมุต บูลุต นาที 38 ขณะที่อีกคู่  "ม้าลาย" ยูเวนตุส จากอิตาลี เฝ้าถิ่นชนะ โคเปนเฮเกน ของเดนมาร์ก 3-1 จากแฮตทริกของ อาร์ตูโร วิดาล ยิง 2 จุดโทษนาที 29, 61 และซัดอีกในนาที 63 ส่วนทีมเยือนได้จาก โอลอฟ เมลเบิร์ก นาที 65 สายนี้ มาดริด มี  13 แต้ม เข้ารอบแน่นอนแล้ว โดยนัดสุดท้ายจะบุกไปเยือนโคเปนเฮเกนที่มี 4 แต้ม ขณะที่ยูเวนตุส มี 6 แต้ม เกมหน้าจะไปเยือนกาลาตาซาราย ที่มี 4 แต้ม

 

                          สาย ซี "เปแอสเช" ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ของฝรั่งเศส ได้ประตูชัยนาทีสุดท้าย จาก เอดินสัน คาวานี เปิดบ้านชนะ โอลิมเปียกอส ของกรีซ 2-1 โดยเกมนี้เจ้าถิ่นนำก่อนจาก ซลาตัน อิบราฮิโมวิช นาที 7 ก่อนที่จะมาโดนตีเสมอจาก คอสตาส มาโนลาส นาที 80 ส่วนอีกคู่ อันเดอร์เลชท์ จากเบลเยียม แพ้ เบนฟิกา 2-3 สายนี้ แซงต์ แชร์กแมง มี 13 แต้ม เข้ารอบแน่นอน โดยเกมสุดท้าย จะไปเยือน เบนฟิกา ที่มี 7 แต้ม ส่วนอีกคู่ โอลิมเปียกอส ที่มี 7 แต้ม จะเปิดบ้านพบ อันเดอร์เลชท์ ที่มีแต้มเดียว

 

                          ปิดท้ายด้วยสาย ดี ที่ไม่มีผลต่อการเข้ารอบแล้ว "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค แชมป์เก่า จากเยอรมนี บุกชนะ ซีเอสเคเอ มอสโก ของรัสเซีย 3-1 จาก อาร์เยน ร็อบเบน นาที 17, มาริโอ กอตเซ นาที 56 และจุดโทษของ โธมัส มุลเลอร์ นาที 65 ส่วนทีมเยือนได้คืนจากจุดโทษของ เคดิสึเกะ ฮอนด้า นาที 62 ทำสถิติชนะ 5 นัดรวด มี 15 แต้มเต็ม และชนะในถ้วยใบนี้เป็นนัดที่ 10 ติดต่อกัน ขณะที่อีกคู่ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี เปิดบ้านชนะ เปลเซน จากเช็ก 4-2 จาก กุน อาเกวโร ยิงจุดโทษนาที 33, ซาเมียร์ นาสรี นาที 65, อัลวาโร เนเกรโด นาที 78 และ เอดิน เซโก นาที 89 ขณะที่ทีมเยือนได้จาก โทมัส โฮราวา นาที 43 และสตานิสลาฟ เทชล์ นาที 69

                          สำหรับเกมสุดท้ายของสายนี้ บาเยิร์น มิวนิค จะเปิดบ้านพบแมนฯ ซิตี ที่มี 12 แต้ม ผ่านเข้ารอบแล้วเช่นกัน ส่วน เปลเซน ที่ไม่มีแต้ม จะเปิดบ้านพบ ซีเอสเคเอ ที่มี 3 แต้ม เพื่อชิงอันดับ 3 ไปเตะยูโรปาลีก

 

 

--------------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP , EPA)